อิบาดุรเราะหฺมาน : อัตลักษณ์ชีวิตบ่าวผู้ทรงเมตตาเขียนโดย อบูฮันซอละฮฺ ซุนนูร อุษมาน บิน อิสหากด้วยพระนามของอัลลอฮ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตา
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์โดยสมบูรณ์สำหรับอัลลอฮ พระผู้เป็นเจ้าแห่งชั้นฟ้าและแผ่นดิน และสิ่งทั้งมวลที่มีอยู่ในระหว่างทั้งสอง และสากลจักรวาลทั้งหมด
การสถาพรอันประเสริฐและความศานติอันบริสุทธิ์มีแด่ท่านนบีผู้ประเสริฐและบริสุทธิ์ ผู้เป็นปัจฉิมฑูตแห่งพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้มีความเมตตาและปรานี โอ้บอ้อมและอารีย์ต่อทุกสรรพสิ่ง ซึ่งเป็นอัตลักษณ์และคุณลักษณะอันพิเศษของท่าน ดังที่พระผู้ทรงกรุณาปราณี ได้ตรัสไว้ว่า
وَمَا أَرْسَلْنَاكَ إِلَّا رَحْمَةً لِّلْعَالَمِينَ
และเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใดนอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติทั้งหลาย(สูเราะฮฺอัล-อัมบิยาอ์ 21 : 107)
แท้จริง อัลลอฮ คือ พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเมตตากรุณามากที่สุด พระองค์คือผู้ทรงปรานี สงสารต่อปวงบ่าวของพระองค์อย่างที่สุด ดังที่พระองค์ได้ตรัสย้ำถึงสองครั้งในสูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺว่า
الرَّحْمـنِ الرَّحِيمِ
(พระองค์คือ)ผู้ทรงยิ่งในความเมตตา ผู้ทรงยิ่งในความกรุณาและทรงตรัสถึงพระองค์เองในสูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 329 ว่า
وَإِلَـهُكُمْ إِلَهٌ وَاحِدٌ لاَّ إِلَهَ إِلاَّ هُوَ الرَّحْمَنُ الرَّحِيمُ
และพระเจ้าของสูเจ้านั้นคืออัลลอฮฺองค์เดียว ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีกนอกจากพระองค์ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ คุณลักษณะแห่งความเมตตาของพระองค์นี้ ได้ถูกกล่าวย้ำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง และมากมาย ด้วยประโยค และสำนวนที่มีทั้งเหมือนกันและแตกต่างกัน ดังที่พระองค์ทรงตรัสถึงคุณลักษณะแห่งความเมตตาของพระองค์ ครั้นเมื่อพระองค์ทรงตอบรับการกลับเนื้อกลับตัวของนบีอาดัม อะลัยฮิสลาม ในสูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 37 ว่า
فَتَلَقَّى آدَمُ مِن رَّبِّهِ كَلِمَاتٍ فَتَابَ عَلَيْهِ إِنَّهُ هُوَ التَّوَّابُ الرَّحِيمُ
ในเวลานั้น อาดัมได้เรียนถ้อยคำที่เหมาะสมจากพระผู้อภิบาลของเขา และสำนึกผิด ดังนั้น พระองค์ จึงได้รับการสำนึกผิดของเขา แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงนิรโทษโดยปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ
และทรงตรัสอีกว่า
وَرَحْمَتِي وَسِعَتْ كُلَّ شَيْءٍ
และความเมตตาของข้านั้น กว้างขวางทั่วทุกสิ่ง(สูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ 7 : 156)
และอีกมากมายนับไม่ถ้วน อันเป็นสัญญาณที่ชัดแจ้งว่า พระองค์คือผู้ทรงเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตาอย่างที่สุดต่อปวงบ่าวของพระองค์ พระองค์ทรงประทานชีวิต พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพที่มากมาย ที่พักอาศัย ทรัพย์สิน พืชผล และลมหายใจ และที่สำคัญที่สุด พระองค์ทรงประทานอัล-กุรอานและศาสนทูตของพระองค์เพื่อเป็นทางนำและความเมตตาที่จะนำปวงบ่าวของพระองค์ไปสู่ความสำเร็จทั้งในโลกนี้และในภายภาคปรโลกหน้า ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า
وَنَزَّلْنَا عَلَيْكَ الْكِتَابَ تِبْيَانًا لِّكُلِّ شَيْءٍ وَهُدًى وَرَحْمَةً وَبُشْرَى لِلْمُسْلِمِينَ
และเราก็นำเจ้ามาเป็นพนานต่อเขาเหล่านั้นและเราได้ให้คัมภีร์แก่เจ้า
เพื่อชี้แจงแก่ทุกสิ่งและเพื่อเป็นทางนำและเป็นความเมตตา และเป็นข่าวดีแก่บรรดามุสลิม(สูเราะฮฺอัน-นะหลฺ 16 : 89)
และทรงตรัสว่า
لَقَدْ جَاءكُمْ رَسُولٌ مِّنْ أَنفُسِكُمْ عَزِيزٌ عَلَيْهِ مَا عَنِتُّمْ حَرِيصٌ عَلَيْكُم بِالْمُؤْمِنِينَ رَؤُوفٌ رَّحِيمٌ
แท้จริง มีเราะสูลคนหนึ่งจากพวกท่านเองได้มาหาพวกท่านแล้ว
เป็นที่ลำบากใจแก่เขาในสิ่งที่พวกท่านได้รับความทุกข์ยาก
เป็นผู้ห่วงใยท่าน เป็นผู้เมตตา ผู้กรุณาสงสาร ต่อบรรดาผู้ศรัทธา(สูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ 9 : 128)
ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องตอบสนองความเมตตาอันมากมายที่พระองค์ทรงประทานให้ ด้วยการนอบน้อมภักดี และสวามิภักดิ์อย่างศิโรราบต่อพระองค์อย่างแท้จริง ด้วยการเป็นบ่าวของผู้ทรงเมตตาด้วยความสัจจริง เป็นอิบาดุรเราะหฺมานที่แท้จริง ซึ่งพระองค์ได้ทรงตรัสถึงพวกเขาในอัล-กุรอาน ในช่วงท้ายของสูเราะฮฺอัล-ฟุรกอน อันเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า พวกเขาคือคนสำคัญของพระองค์ อันเนื่องจากว่า พวกเขาคือ...
อิบาดุรเราะหฺมาน – บ่าวแห่งพระผู้ทรงเมตตา...บ่าวที่มีคุณลักษณะที่ยอดเยี่ยมที่สุด ซึ่งตรงตามพระประสงค์ของอัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา
อิบาดุรเราะหฺมาน – บ่าวแห่งพระผู้ทรงเมตตา...บ่าวที่มีคุณลักษณะที่ดีเลิศยิ่ง ตามแบบอย่างแห่งต้นแบบและผู้นำของปวงอิบาดุรเราะหฺมาน ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม
อิบาดุรเราะหฺมาน – บ่าวแห่งพระผู้ทรงเมตตา...บ่าวผู้เรียกร้องไปสู่พระผู้ทรงกรุณาปรานีอย่างแท้จริง
อิบาดุรเราะหฺมาน – บ่าวแห่งพระผู้ทรงเมตตา...บ่าวผู้เป็นตัวแทนแห่งพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงกรุณา ผู้ทรงเมตตา บนโลกใบนี้อย่างแท้จริง
เป็นข้อสังเกตุประการหนึ่งว่า ทำไมอัลลอฮใช้คำว่า
“อัร-เราะหฺมาน” ทำไมพระองค์ถึงไม่ใช้คำว่า
“อัร-เราะหีม” ซึ่งทั้งสองคำนี้ต่างก็มีความหมายว่า
“เมตตา” เหมือนกัน
นั่นก็เพราะว่า คำว่า
“อัร-เราะหีม” นั้นมีความหมายแห่งความเมตตาที่จำกัดวงแคบเฉพาะเพียงแค่ผู้ศรัทธาเท่านั้น หมายถึงว่า เป็นความเมตตาที่อัลลอฮจะทรงมอบให้แก่ผู้ศรัทธาต่อพระองค์เท่านั้น แต่ทว่า คำว่า
“อัร-เราะหฺมาน” นั้น เป็นคำที่มีความหมายแห่งความเมตตาที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งสิ่งมีชิวิต และไม่มีชีวิต ทั้งผู้ศรัทธา และผู้ปฏิเสธศรัทธา ดังนั้น อิบาดุรเราะหฺมานจึงหมายถึง บ่าวที่แท้จริงของผู้ทรงกรุณาปรานีที่มีความเมตตาและเป็นประโยชน์แก่ทุกสรรพสิ่ง เฉกเช่นคุณลักษณะของผู้นำแห่งปวงอิบาดุรเราะหฺมานที่อัลลอฮได้ทรงตรัสไว้ ดังที่ได้นำเสนอแล้วข้างต้น
ดังนั้น คุณลักษณะของอิบาดุรเราะหฺมาน จึงเป็นคุณลักษณะสำคัญที่บรรดาดาอีย์ทั้งหลายจะต้องมีจนเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง
เพราะพวกเขา คือ ผู้ที่ต้องการให้ตนเองเป็นบ่าวที่มีความสมบูรณ์ที่ ณ ที่อัลลอฮ
เพราะพวกเขา คือ ผู้ที่ต้องการให้ตนเองเป็นผู้เจริญรอยตามท่านนบี มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมอย่างสมบูรณ์ที่สุด
เพราะพวกเขา คือ ผู้ที่ต้องการเป็นผู้เรียกร้องมวลมนุษย์ไปสู่อัลลอฮที่สมบูรณ์ที่สุด
และเพราะพวกเขา คือ ผู้ที่ต้องการเป็นตัวแทนของอัลลอฮบนหน้าแผ่นดินนี้อย่างสมบูรณ์ที่สุด และด้วยการเป็นอิบาดุรเราะหฺมาน เราทั้งหลายจึงจะประสบความสำเร็จในงานดะอฺวะฮฺ ดังเช่นที่ต้นแบบและผู้นำของอิบาดุรเราะหฺมานทั้งหลายได้สำเร็จมาก่อนแล้ว!!
พระองค์อัลลอฮได้ตรัสถึงพวกเขา(อิบาดุรเราะหฺมาน)ไว้ว่า
وَإِذَا قِيلَ لَهُمُ اسْجُدُوا لِلرَّحْمَنِ قَالُوا وَمَا الرَّحْمَنُ أَنَسْجُدُ لِمَا تَأْمُرُنَا وَزَادَهُمْ نُفُورًا
تَبَارَكَ الَّذِي جَعَلَ فِي السَّمَاء بُرُوجًا وَجَعَلَ فِيهَا سِرَاجًا وَقَمَرًا مُّنِيرًا
وَهُوَ الَّذِي جَعَلَ اللَّيْلَ وَالنَّهَارَ خِلْفَةً لِّمَنْ أَرَادَ أَن يَذَّكَّرَ أَوْ أَرَادَ شُكُورًا
وَعِبَادُ الرَّحْمَنِ الَّذِينَ يَمْشُونَ عَلَى الْأَرْضِ هَوْنًا وَإِذَا خَاطَبَهُمُ الْجَاهِلُونَ قَالُوا سَلَامًا
وَالَّذِينَ يَبِيتُونَ لِرَبِّهِمْ سُجَّدًا وَقِيَامًا
وَالَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَا اصْرِفْ عَنَّا عَذَابَ جَهَنَّمَ إِنَّ عَذَابَهَا كَانَ غَرَامًا
إِنَّهَا سَاءتْ مُسْتَقَرًّا وَمُقَامًا
وَالَّذِينَ إِذَا أَنفَقُوا لَمْ يُسْرِفُوا وَلَمْ يَقْتُرُوا وَكَانَ بَيْنَ ذَلِكَ قَوَامًا
وَالَّذِينَ لَا يَدْعُونَ مَعَ اللَّهِ إِلَهًا آخَرَ وَلَا يَقْتُلُونَ النَّفْسَ الَّتِي حَرَّمَ اللَّهُ إِلَّا بِالْحَقِّ وَلَا يَزْنُونَ وَمَن يَفْعَلْ ذَلِكَ يَلْقَ أَثَامًا
يُضَاعَفْ لَهُ الْعَذَابُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَيَخْلُدْ فِيهِ مُهَانًا
إِلَّا مَن تَابَ وَآمَنَ وَعَمِلَ عَمَلًا صَالِحًا فَأُوْلَئِكَ يُبَدِّلُ اللَّهُ سَيِّئَاتِهِمْ حَسَنَاتٍ وَكَانَ اللَّهُ غَفُورًا رَّحِيمًا
وَمَن تَابَ وَعَمِلَ صَالِحًا فَإِنَّهُ يَتُوبُ إِلَى اللَّهِ مَتَابًا
وَالَّذِينَ لَا يَشْهَدُونَ الزُّورَ وَإِذَا مَرُّوا بِاللَّغْوِ مَرُّوا كِرَامًا
وَالَّذِينَ إِذَا ذُكِّرُوا بِآيَاتِ رَبِّهِمْ لَمْ يَخِرُّوا عَلَيْهَا صُمًّا وَعُمْيَانًا
وَالَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَا هَبْ لَنَا مِنْ أَزْوَاجِنَا وَذُرِّيَّاتِنَا قُرَّةَ أَعْيُنٍ وَاجْعَلْنَا لِلْمُتَّقِينَ إِمَامًا
أُوْلَئِكَ يُجْزَوْنَ الْغُرْفَةَ بِمَا صَبَرُوا وَيُلَقَّوْنَ فِيهَا تَحِيَّةً وَسَلَامًا
خَالِدِينَ فِيهَا حَسُنَتْ مُسْتَقَرًّا وَمُقَامًا
قُلْ مَا يَعْبَأُ بِكُمْ رَبِّي لَوْلَا دُعَاؤُكُمْ فَقَدْ كَذَّبْتُمْ فَسَوْفَ يَكُونُ لِزَامًا
และเมื่อได้ถูกกล่าวแก่พวกเขาว่า จงสุญูดต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานี พวกเขาได้กล่าวว่า
ใครคือพระผู้ทรงกรุณาปรานี จะให้เราสุญูดตามที่ท่านสั่งเรากระนั้นหรือ? และมันได้เพิ่มการหันห่างออกไปแก่พวกเขา
ความจำเริญยิ่งแด่พระผู้ทรงทำให้ชั้นฟ้ามีหมู่ดวงดาว และได้ทรงทำให้มีตะเกียง ในนั้นและดวงจันทร์มีแสงนวล
และพระองค์คือผู้ทรงบันดาลให้มีกลางคืนและกลางวัน หมุนเวียนแทนที่กัน
สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะใคร่ครวญ หรือปรารถนาจะขอบคุณ
และปวงบ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปรานีคือ บรรดาผู้ที่เดินบนแผ่นดินด้วยความสงบเสงี่ยม
และเมื่อพวกโง่เขลากล่าวทักทายพวกเขา พวกเขาจะกล่าว ศานติ หรือสลาม
และบรรดาผู้ใช้เวลากลางคืนทำการสุญูดและยืน(ละหมาด) เพื่อพระเจ้าของพวกเขา
และบรรดาผู้ที่กล่าวว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงปัดเป่าการลงโทษของนรกให้พ้นไปจากเรา
แท้จริงการลงโทษของมันนั้นคงอยู่ตลอดกาล
แท้จริงมันเป็นที่อยู่และที่พำนักอันเลวร้ายยิ่ง
และบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่สุรุ่ยสุร่าย และไม่ตระหนี่
และระหว่างทั้งสองสภาพนั้นพวกเขาอยู่สายกลาง
และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮ
และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิตซึ่งอัลลอฮทรงห้ามไว้เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม
และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้น เขาจะได้พบกับความผิดอันมหันต์
การลงโทษในวันกิยามะฮฺจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ
เว้นแต่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว และศรัทธาและประกอบการงานที่ดี
เขาเหล่านั้นแหละอัลลอฮจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขาเป็นความดี
และอัลลอฮเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ
และผู้ใดกลับเนื้อกลับตัวและกระทำความดี แท้จริงเขากลับเนื้อกลับตัวเข้าหาอัลลอฮอย่างจริงจัง
และบรรดาผู้ไม่เป็นพยานในการเท็จ
และเมื่อพวกเขาผ่านเรื่องไร้สาระ พวกเขาผ่านไปอย่างมีเกียรติ
และบรรดาผู้ที่เมื่อถูกกล่าวเตือนให้รำลึกถึงโองการทั้งหลายของพระเจ้าของพวกเขา
พวกเขาจะไม่ผินหลังให้เป็นสภาพเช่นคนหูหนวกตาบอด
และบรรดาผู้ที่กล่าวว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา
ขอพระองค์โปรดประทานแก่เรา ซึ่งคู่ครองของเราและลูกหลานของเรา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตาของเรา
และทรงทำให้เราเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง
เขาเหล่านั้นจะได้รับการตอบแทน ในการที่พวกเขาอดทน
และพวกเขาจะได้พบการกล่าวคำต้อนรับและสลาม
โดยพำนักอยู่ในนั้นอย่างถาวร เป็นที่พำนักและที่อาศัยที่น่าอภิรมย์แท้ๆ
จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด พระผู้เป็นเจ้าของฉันจะไม่ใยดีต่อพวกท่าน หากไม่มีการวิงวอนภักดีของพวกท่าน
เพราะแน่นอน พวกท่านได้ปฏิเสธไม่รับฟัง ดังนั้น การลงโทษจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน(สูเราะฮฺอัล-ฟุรกอน 25 : 60-77)
จากอายะฮฺดังกล่าวทั้งหมดข้างต้น เราสามารถสรุปคุณลักษณะของ “อิบาดุรเราะหฺมาน” ได้ดังนี้
1. มีความนอบน้อมและสุขุม เดินบนหน้าแผ่นดินด้วยความสงบเสงี่ยม
2. ตอบโต้ความชั่วและความโง่เขลาทั้งหลายด้วยความดีงาม
3. ยืนละหมาดในยามค่ำคืน
4. หวั่นเกรงต่อการลงโทษแห่งไฟนรก และวิงวอนขอต่ออัลลอฮให้รอดพ้นจากมัน
5. ดำรงอยู่บนทางสายกลางระหว่างความตระหนี่และความสุรุ่ยสุร่าย
6. ไม่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮในทุกรูปแบบ
7. ไม่ฆ่าชีวิตหนึ่ง เว้นแต่ด้วยความถูกต้อง
8. ไม่ผิดประเวณี(ซินา)
9. สำนึกในความผิดบาป และกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮอย่างจริงจัง
10. ไม่เป็นพยานในความเท็จ
11. ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไร้สาระ
12. รับฟังคำตักเตือน และรับประโยชน์จากคำตักเตือนนั้น
13. วิงวอนขอต่ออัลลอฮซึ่งครอบครัวที่ร่มเย็น และการเป็นผู้นำของบรรดาผู้ยำเกรง
14. มีความอดทน อินชาอัลลอฮ...ผมจะพยายามนำเสนอรายละเอียดเนื้อหาและบทเรียนสำคัญจากคุณลักษณะทั้งหมดเหล่านั้นอย่างสุดความสามารถ ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮ และหวังว่า พี่น้องจะได้รับประโยชน์จากมันอย่างที่สุด และนำบทเรียนต่างๆเหล่านั้นไปใช้ในชีวิตของตนเองและคนรอบข้าง พร้อมกับบรรจุคุณลักษณะแห่งอิบาดุรเราะหฺมานนี้ในตัวเองให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อที่เราจะได้เป็นบ่าวที่อัลลอฮทรงรักและเมตตา และเพื่อให้สรรพสิ่งทั้งหลายได้รับความเมตตาจากเราที่เป็นบ่าวของผู้ทรงเมตตา และเพื่อให้งานดะอฺวะฮฺแห่งความเมตตาของเราได้ประสบความสำเร็จ....