كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ
พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ
 โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮ์...
You are here: Fityatulhaq Board - เยาวชนแห่งสัจธรรม » ห้องหนังสือและบทความ » โต๊ะบทความ » 

40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน

ผู้เขียน หัวข้อ: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน  (อ่าน 2107 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 03:00:21 pm »
อัสสะลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮฺ

การสรรเสริญทั้งมวลถวายแด่อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก  พรอันประเสริฐและความสันติสุขจงมีแด่มัคลู้กที่ประเสริฐที่สุด ผู้เป็นที่รักมากที่สุด นบีที่ดีที่สุด ผู้ถูกส่งมาด้วยดีนและชะรีอะฮฺที่ดีที่สุด พร้อมด้วยคัมภีร์ที่ดีที่สุด เพื่อเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างแก่ประชาชาติที่ดีที่สุด นบีมุฮัีมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ตลอดจนวงศ์วานของท่าน ครอบครัว ภรรยา เหล่าเศาะหาบะฮฺ และบรรดาผู้ที่ดำเนินตามพวกเขาด้วยดีจนถึงวันแห่งการตอบแทน

เราขอสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ ขอบคุณพระองค์ที่ทำให้เราได้มีโอกาสมีชีวิตอยู่จนถึงวินาทีนี้ วินาทีที่เดือนเราะมะฎอนอันประเสริฐกำลังใกล้เข้ามาทุกที เราขอต่อพระองค์ให้ทรงโปรดให้เรามีชีวิตอยู่ในเดิอนเราะมะฎอน และได้ถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์อย่างเต็มที่ในเดือนเราะมะฎอน และได้โปรดให้เราได้ออกจากเดือนเราะมะฎอนในสภาพที่ดียิ่งขึ้น เป็นผู้ถูกตอบรับ ได้รับความเมตตา ได้รับการอภัยโทษ และได้รับการเห็นคุณค่าจากพระองค์ในการงานอันแสนจะเล็กน้อยที่พวกเราได้ทำ และได้รับผลตอบแทนจากพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงอยู่ใกล้ ทรงตอบรับคำวิงวอน อามีน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 28, 2010, 03:27:49 pm โดย اللقاء الكبرى »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #1 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 03:09:54 pm »
กระทู้นี้ ผมตั้งใจจะนำเสนอหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ผู้เป็นที่รักยิ่งของเรา ผู้ที่เป็นแบบอย่างที่ดีทีสุดให้แก่พวกเราในการถือศีลอด การละหมาด และการใช้ชีวิตในเดือนเราะมะฎอน
โดยนำมาจากหนังสือ "40 หะดีษเกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน"
ซึ่งพีน้องสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกนังสือเล่มนี้และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.islamhouse.com/p/2170

แต่เนื่องจากเว็บบอร์ดของเราอาจนับได้ว่าเป็น "แหล่งนัดพบ" ของบรรดาเยาวชนที่แวะเวียนมาเก็บเกี่ยวความรู้ จึงอยากจะนำมาทะยอยนำเสนอในเว็บบอร์ดนี้ด้วย
ประกอบกับมีผู้รู้ท่านหนึ่งได้ให้นิยามการดะอฺวะฮฺว่า คือ "การทำให้สัจธรรมปรากฏชัดในทุกหนทุกแห่งที่เรามีชีวิตอยู่" ดังนั้นการนำมาเผพแผ่ในเว็บบอร์ดนี้จึงเป็นการทำให้หะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แผ่ขยายไปในวงกว้างด้วย

ทราบแล้วเปลี่ยนครับ
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #2 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 03:11:13 pm »
ตั้งใจว่าจะเริ่มนำเสนอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ อินชาอัลลอฮฺ แล้วก็กะว่าจะนำเสนอให้ครบก่อนช่วง 10 คืนสุดท้ายครับ อินชาอัลลอฮฺ อีกเช่นกัน
ช่วยดุอาอ์ให้ด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #3 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 03:18:56 pm »
หะดีษบทที่ 1
บัญญัติการถือศีลอด


عَنْ عَائِشَةَ أُمِّ الْمُؤْمِنِيْنَ أَنَّهَاْ قَاْلَتْ : كَانَ يَوْمُ عَاشُورَاءَ يَوْماً تَصُومُهُ قُرَيْشٌ فِي الْجَاهِلِيَّةِ، وَكَانَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَصُومُهُ فِي الْجَاهِلِيَّةِ ، فَلَمَّا قَدِمَ رَسُولُ اللهِ الْمَدِينَةَ صَامَهُ وَأَمَرَ الْنَاسَ بِصِيَامِهِ ، فَلَمَّا فُرِضَ رَمَضَانُ ، كَانَ هُوَ الْفَرِيْضَةَ ، وَتُرِكَ يَوْمُ عَاْشُوْرَاءَ، فَمَنْ شَاءَ صَامَهُ، وَمَنْ شَاءَ تَرَكَهُ .

رواه البخارى 4 / 213 ومسلم 1125



ความว่า จากท่านหญิงอาอิชะห์มารดาของผู้ศรัทธาทั้งหลายกล่าวว่า “ครั้งหนึ่งวันอะชูรอเป็นวันที่บรรดาชาวกุรอยช์ประกอบอิบาดะฮฺถือศีลอดในสมัยญะฮีลิยะฮ์และท่าน รอซูล (ศ็อลฯ) เคยถือศีลอดวันนั้น ในวันที่ท่านรอซูลเดินทางไปยังนครมะดีนะห์ ท่านได้ถือศีลอดและเชิญชวนมวลมนุษย์เพื่อถือศีลอด หลังจากการถือศีลอดเดือนรอมฏอนถูกบัญญัติแล้วจึงยกเลิกจากการถือศีลอดอะชูรอ ดังนั้นหากผู้ใดประสงค์จะถือศีลอดในวันอะชูรอจงถือศีลอด และผู้ใดประสงค์จะละศีลอดก็จงละเถิด”  (รายงานโดยอัลบุคอรี 4/213 และมุสลิม 1125)

พี่น้องสามารถดูคำอธิบายหะดีษและบทเรียนที่ได้จากหะดีษได้ที่ http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,395.0.html ครับ
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #4 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 03:27:24 pm »
หะดีษบทที่  2
ประตูสวรรค์ถูกเปิดและประตูนรกถูกปิดไว้



عَنْ أَبِيْ هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ أَنَّ رَسُوْلَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمْ قَالَ
  إِذَا جَاءَ رَمَضَانُ فَتِحَتْ أَبْوَابُ الْجَنَّةِ وَغُلِّقَتْ أَبْوَابُ الْنَارِ وَصُفِّدَتْ الْشَّيَاطِيْنُ


ความว่า จากอบี ฮุรอยเราะห์ เราะฏิยัลลอฮุกล่าวว่า “ท่านรอซูล กล่าวว่า เมื่อเดือนรอมฏอนได้เยือนมา บรรดาประตูสวรรค์ก็ถูกเปิดไว้และบรรดาประตูนรกก็จะถูกปิดไว้  และบรรดาชัยฏอนก็จะถูกล่ามโซ่ไว้”

(รายงานโดยบุคอรี  4/96-97 มุสลิม 1079)


พี่น้องสามารถดูคำอธิบายหะดีษและบทเรียนที่ได้จากหะดีษได้ที่ http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,395.0.html ครับ
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #5 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2010, 06:36:20 pm »
หะดีษบทที่  3
ปลอดภัยจากไฟนรก



عَنْ أَبِيْ هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ قَالَ  :  قَالَ رَسُوْلَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمْ
إَذَا كَانَ أَوَّلُ لَيْلَةٍ مِنْ شَهْرِ رَمَضَانَ صُفِّدَتْ الْشَّيَاطِيْنُ وَمَرَدَةُ الجِنِّ وَغُلِّقَتْ أَبْوَابُ النَّار، فَلَمْ يُفْتَحْ مِنْهَا بَابٌ،
وَفُتِحَتْ أَبْوَابُ الجَنَّةِ فَلَمْ يُغْلَقْ مِنْهَا بَابٌ ، وَيُنَادِى مُنَادٍ : يَا بَاغِيَ الْخَيْرِ أَقْبِلْ ، وَيَا بَاغِيَ الشَّرِ أَقْصِرْ
وَلِلهِ عُتَقَاءُ مِنَ النَّارِ، وَذَلِكَ كُلُّ لَيْلَةٍ

رواه الإمام أحمد 4/311 – 312 والترمذى 683 والنسائى 4/130 وابن ماجه 1642


ความว่า จากอบี ฮุรอยเราะห์เราะฏิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่าท่านรอซู กล่าวว่า ”เมื่อ ค่ำคืนแรกของเดือนรอมฏอนได้เยือนมา บรรดาชัยฏอนมารร้ายและบรรดาญินที่เนรคุณก็จะถูกล่ามโซ่ไว้ บรรดาประตูนรกก็จะถูกปิด จะไม่มีแม้แต่ประตูเดียวที่เปิดไว้ และบรรดาประตูสวรรค์ก็จะถูกเปิด จะไม่มีแม้แต่ประตูเดียวที่ปิดไว้ และผู้ประกาศก็จะป่าวประกาศโดยกล่าวว่า (ด้วยคำพูด) “โอ้ผู้ใฝ่หาความดีจงทำต่อไปเถิด และโอ้ผู้ใฝ่หาความชั่วจงหยุดกระทำ(ความชั่ว)เถิด  และเป็นสิทธิของอัลลอฮที่จะปลดปล่อยคนจำนวนหนึ่งจากจำนวนที่มากมายจากไฟ นรก”และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทุกค่ำคืน (ของเดือนรอมฏอน)

(รายงานโดยอะหมัด 4/311-312 อัตติรมีซีย์ 683 อันนะซาอีย์ 4/130 และอิบนุ มาญะห์ 1642)


คำอธิบายหะดีษ

อุละมาอ์ บางท่านกล่าวว่าหิกมะห์หรือวิทยปัญญาในการล่ามโซ่บรรดาชัยฏอนมารร้ายนั้น ก็เพื่อมิให้บรรดาชัยฏอนคอยกระซิบกระซาบบรรดาผู้ที่ถือศีลอด หลักฐานก็คือคนที่จมปลักในความเลวร้ายจำนวนมากได้ละและเลิกจากการกระทำความ ชั่วและได้ขออภัยโทษต่ออัลลอฮ ส่วนผู้ที่ได้ปฏิบัติเช่นดังกล่าวแล้วก็เนื่องจากผลของการหลอกลวงของชัยฏอน ยังคงมีอยู่ในหัวใจของคนที่ชั่วและเจริญงอกงามในความคิดของเขา กอฎีย์   อิยาฏกล่าวว่า หะดีษดังกล่าวนั้นเมื่อมองตามผิวเผินแล้ว จะเห็นว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่กล่าวในหะดีษนั้นเป็นสัญญาณบอกให้บรรดามะลาอิกะฮ์รับรู้ว่าเดือนรอมฏอน กำลังเยือนมา ขณะเดียวกันพวกเขาก็จะสรรเสริญยกย่องเกียรติของรอมฏอนและจะป้องกันมิให้ บรรดาชัยฏอนคอยรบกวนผู้ศรัทธา ขณะเดียวกันก็สามารถที่จะยึดว่าเป็นสัญญลักษณ์ของผลบุญที่มากมายและการอภัย โทษจากอัลลอฮฺ การหลอกลวงจากชัยฏอนจะลดน้อยลง เสมือนพวกมันกลายเป็นผู้ที่ถูกล่ามโซ่ไว้ ในหะดีษนี้ถือได้ว่าเป็นการเปิดประตูสวรรค์ทั้งหมดนั้นเป็นการแสดงให้เห็น ว่าอัลลอฮได้เปิดโอกาสให้บ่าวของพระองค์ทำการภักดีต่อพระองค์ อันเป็นสาเหตุสำคัญในการเข้าสรวงสวรรค์ของพระองค์ และการปิดบรรดาประตูนรก นั่นก็หมายถึงการกีดกั้นความนึกคิดที่จะทำความชั่ว อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเข้านรก ส่วนการล่ามโซ่บรรดาชัยฏอนนั้นก็เป็นการกันไม่ให้มันคอยหลอกลวงมนุษย์ให้การ กระทำความชั่วนั่นเอง

อัล-กุรฏุบีย์กล่าวว่า หากมีคนถามว่า : ทำไมจึงมีคนจำนวนมากยังคงทำความชั่วในเดือนรอมฏอนทั้งๆ ที่ในเดือนดังกล่าวอัลลอฮได้ล่ามโซ่บรรดาชัยฏอนมารร้ายแล้ว คำตอบคือ เป็นการลดความชั่วทุกอย่างจากบรรดาผู้ถือศีลอดที่รักษาเงื่อนไขต่างๆและ มารยาทของการถือศีลอด ส่วนการล่ามโซ่นั้นเฉพาะชัยฏอนที่เลวร้ายมากๆ เท่านั้น แต่มิใช่ชัยฏอนทั้งหมด และการกระทำความชั่วนั้นอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่มิใช่มาจากการกระซิบกระซาบของบรรดาชัยฏอน เช่น อาจจะมาจากมนุษย์มีจิตใจที่ชั่วร้าย ธรรมเนียมประเพณีที่ไม่ดีไม่งามซึ่งมักจะทำกันเป็นประจำทุกวัน หรืออาจจะมาจากชัยฏอนที่อยู่ในคราบของมนุษย์

นอกจากประตูสวรรค์จะถูก ปิดและประตูนรกจะถูกเปิด ซึ่งเป็นความโปรดปรานของอัลลอฮแด่บ่าวที่ต้องการทำความดีงามแล้ว ณ ที่นั่นยังมีเสียงที่เรียกร้องมาแต่ไกล อุละมาอ์บางท่านกล่าวว่า เสียงเรียกร้องนั่นเป็นเสียงของมะลาอิกะห์ หรือเป็นการดลใจแก่บรรดาผู้ที่พระองค์ประสงค์ให้ประกอบความดี “โอ้ผู้ที่ใฝ่หาความดีและผลบุญทั้งหลาย จงกราบไหว้อัลลอฮและจงภักดีต่อพระองค์เถิด จงเพิ่มความพยายามในการประกอบอิบาดะห์ต่อพระองค์ และโอ้บรรดาผู้ชอบความชั่วร้ายจงหยุดจากการกระทำความชั่วและจงกลับเข้าหาอัล ลอฮเถิด แท้จริงแล้ว นี่คือเวลาที่พระองค์จะทรงรับการขออภัยโทษ แท้จริงแล้วอัลลอฮจะทรงปลดปล่อยบ่าวของพระองค์จำนวนมากจากไฟนรก จงวิงวอนและขอดุอาอ์เพื่อให้ตัวท่าน ครอบครัว ญาติพี่น้องและเพื่อนพ้องของท่านอยู่ในกลุ่มคนที่พระองค์ทรงปลดปล่อยจากไฟ นรก” [ฟัตฮุ อัล-บารีย์ 4/114]


บทเรียนจากหะดีษ

1.  ความประเสริฐของเดือนรอมฏอนตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุด

2.  ช่วงต้นของเดือนรอมฏอนบรรดาชัยฏอนและญินที่ชั่วร้ายจะถูกล่ามโซ่

3.  ในเดือนรอมฏอนประตูนรกทั้งหลายจะถูกปิด จะไม่มีแม้แต่ประตูเดียวที่เปิดไว้ ทั้งนี้เพราะความสำคัญและเกียรติของเดือนรอมฏอน

4.  เดือนรอมฏอนยังเป็นเดือนที่ประตูสวรรค์ทั้งหลายจะถูกเปิดและจะไม่มีแม้แต่ ประตูเดียวที่ปิดไว้  ทั้งนี้เป็นการส่งเสริมให้ผู้ศรัทธาประกอบความดีและอิบาดะห์อย่างเต็มที่ เปี่ยม

5.  ชัยฏอนมารร้ายและญินคอยหลอกลวงมนุษย์ แต่ในเดือนรอมฏอนพวกมันจะถูกล่ามโซ่ ทั้งนี้เป็นการให้เกียรติและโอกาสแก่ผู้ศรัทธาในการประกอบอิบาดะห์และทำการ ภักดีต่ออัลลอฮอย่างเต็มความสามารถ

6.  ความโปรดปรานของอัลลอฮแด่บ่าวของพระองค์นั้นกว้างขวางยิ่งนัก จนกระทั่งคนจำนวนมากที่อยู่ในนรกพระองค์ทรงปลดปล่อยพวกเขาออกมาจากนรกในทุก ค่ำคืนของเดือนรอมฏอน


ญะซากัลลอฮุค็อยร็อน http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,395.0.html

บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #6 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2010, 06:43:42 pm »
หะดีษบทที่ 4
บาปที่ผ่านไปได้รับการอภัยโทษ



عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمْ   قَالَ:" مَنْ صَامَ رَمَضَانَ إِيْمَاناً وَاحْتِسَاباً غُفِرَلَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ"

رواه البخارى 4/221 ومسلم 760


ความหมาย
จากอบีฮุรอยเราะห์ เราะฏิยัลลอฮุอันฮุ ท่านรอซูล กล่าวว่า “ผู้ใดที่ถือศีลอดเดือนรอมฏอนด้วยความศรัทธาและบริสุทธิ์ และมุ่งหวังผลบุญจากการถือศีลอด
เขาจะได้รับการอภัยบาปของเขาที่ผ่านมา”

(หะดีษรายงานโดยอัลบุคอรีย์ 4/221 และมุสลิม 760)



คำอธิบายหะดีษ

คำว่า “إِيْمَاناً” คือ การอี๊ติก็อดต่อหน้าที่ในการถือศีลอดอย่างเต็มเปี่ยม  ส่วนคำว่า “احْتِسَاباً” คือ การวิงวอนขอผลบุญจากอัลลอฮ ซุบฮานะหุวะตะอาลา

อัล เคาะฏอบีย์ กล่าวว่า “احْتِسَاباً” หมายถึง การตั้งใจ    นั่นคือ การที่เขาถือศีลอดอันเนื่องจากหวังเพื่อได้รับผลบุญที่เกิดจากจิตใจที่ บริสุทธิ์และยินยอม ขณะเดียวกันเขาจะไม่มีความรู้สึกหนักใจในการถือศีลอดและไม่รู้สึกว่าเวลาใน การถือศีลอดนั้นนานเกินไป [ฟัตฮุ อัล-บารีย์ 4/114]

อัส-สุยูฏีย์ กล่าวว่า คำว่า “إِيْمَاناً” หมายถึง การยินยอมให้การถือศีลอดเป็นฟัรดูเหนือเขาและเป็นสิทธิที่เป็นวาญิบและเป็น หนึ่งในรุก่นอิสลาม ยังเป็นส่วนหนึ่งของกระทำที่อัลลอฮให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ผลบุญและผลตอบแทน [ตุหฺฟะตุลอะห์วะซีย์ 3/361]

อิหม่ามอันนะวะวีย์กล่าวว่า อะมั้ลอิบาดะห์ทุกอย่างที่สามารถไถ่จากบาปต่างๆ เมื่อตรงกับบาปต่างๆ (ไม่ว่าจะเป็นบาปใหญ่หรือบาปเล็ก) บาปนั้นก็จะถูกลบล้างไป ซึ่งบาปเล็กก็จะถูกลบไป ส่วนบาปใหญ่ก็จะให้เบาบางลง หากอิบาดะห์ต่างๆ มิใช่เป็นสาเหตุของการยกระดับ (ดะรอญะห์) ในสวรรค์

อิบนุ มุนซิรกล่าวว่า การให้อภัยนั้นจะคลอบคลุมถึงบาปทุกอย่าง ทั้งที่เป็นบาปใหญ่และบาปเล็ก



บทเรียนจากหะดีษ

1.  กล่าวถึงความประเสริฐของการประกอบอิบาดะห์คือ การถือศีลอด

2.  ผู้ที่ถือศีลอดอย่างแท้จริงนั้นจะได้รับการอภัยโทษจากบาปต่างๆ ที่ผ่านไป

3.  การถือศีลอดที่แท้จริงเกิดจากความศรัทธาต่อคำสั่งของอัลลอฮ และหน้าที่ในการถือศีลอด พร้อมทั้งหวังในผลบุญจากพระองค์

4.  ในภาพรวมแล้ว หะดีษนี้จะกล่าวถึงบาปทั้งที่เป็นบาปใหญ่และบาปเล็กจะได้รับการอภัยจากอัล ลอฮ แต่ทัศนะของนักวิชาการเห็นว่าการอภัยโทษนั้นเจาะจงเฉพาะที่เป็นบาปเล็กเท่า นั้น ส่วนบาปใหญ่จะเบาบางลงเท่านั้น

5.  การอภัยโทษจากอัลลอฮนับเป็นความโปรดปรานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแด่บ่าวของพระองค์



ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนความดีแก่แหล่งข้อมูล http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,395.0.html
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #7 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2010, 10:07:19 pm »
หะดีษฺที่ 5
ผลตอบแทนของการถือศีลอดเป็นสิทธิของ
อัลลอฮฺ


  عَنْ َأبِي هُرَيْرََة رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قَال سمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم يقول قال الله عز وجل : كل عمل ابن آدم له إلا الصيام . هو لي وأنا أجزي به 

( (مسلم رقم 1942



ความหมาย

ความว่า จากท่าน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เล่าจากท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า “องค์อัลลอฮฺ ผู้ทรงเกรียงไกรและสูงส่งได้มีดำรัสว่า ‘การงานทุกประการของมนุษย์นั้น(จะได้รับผลบุญ)ตามส่วนที่เขาได้กระทำ ยกเว้นการถือศีลอด (ผลตอบแทนต่อ)การถือศีลอดนั้นเป็นสิทธิของฉัน และฉันจะตอบแทน(ตามความประสงค์ของฉัน)เอง’1

(รายงานโดยมุสลิม)



คำอธิบายหะดีษ

บรรดาอุละมาอ์มีทัศนะที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความหมายของคำว่า“อะมั้ลทุกอย่างของลูกอาดัมเป็นสิทธิของข้า ยกเว้นการถือศีลอด” เพราะตามที่ทราบกันแล้วว่า การประกอบอะมั้ลทุกอย่างที่ทำขึ้นโดยมนุษย์นั้นก็เพื่ออัลลอฮ

อุละมาอ์บางท่านกล่าวว่า เนื่องจากการถือศีลอดนั้นบุคคลหนึ่งจะไม่มอบให้ผู้อื่นยกเว้นแด่อัลลอฮผู้เดียวเท่านั้น คนกาฟิรในแต่ละยุคสมัยนั้น พวกเขามิได้กราบไหว้พระผู้เป็นเจ้าด้วยการถือศีลอด แต่พวกเขาเคยบูชาในรูปของการละหมาดหรือการสุญูดและการให้ทาน

อัล-เคาะฎอบีย์กล่าวว่า เนื่องจากผู้ที่ถือศีลอดนั้นไม่ได้รับผลบุญจากการถือศีลอด (เพราะว่าการถือศีลอดนั้นหิวและกระหาย)
 
อุละมาอ์บางท่านกล่าวว่า การไม่รับประทานอาหารนั้นเป็นคุณลักษณะหนึ่งของอัลลอฮ ดังนั้น ผู้ที่ถือศีลอดจึงอยู่เคียงข้างกับคุณลักษณะดังกล่าว แต่ (จงทราบไว้เถิดว่า)  คุณลักษณะดังกล่าวไม่ได้เหมือนกับคุณลักษณะของบรรดามัฆลูกของพระองค์




บทเรียนจากหะดีษ
1. กล่าวถึงความยิ่งใหญ่และผลบุญของการถือศีลอด

2. มารยาทที่ดีงามของการถือศีลอด เนื่องจากอัลลอฮจะทรงตอบแทนด้วยผลบุญที่ยิ่งใหญ่

3. การถือศีลอดเป็นเพียงอะมั๊ลเดียวเท่านั้นที่ทำขึ้นเป้าหมายเพื่ออัลลอฮ เพราะการถือศีลอดเป็นความลับระหว่างบ่าวกับอัลลอฮ

4. ความโปรดปรานของอัลลอฮนั้นกว้างไกลมาก

5. ความประเสริฐของผู้ที่ถือศีลอดนั้นในทัศนะของอัลลอฮแล้วปากของผู้ที่ถือศีลอดจะมีกลิ่นหอมยิ่งกว่ากลิ่นชะมดเชียง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 06, 2010, 11:28:41 am โดย اللقاء الكبرى »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #8 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2010, 11:40:33 am »
หะดีษบทที่ 6
การถือศีลอดเป็นโล่ห์กำบัง





عَنْ َأبِي هُرَيْرَ َة رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُأن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال : الصيام جنة ، فلا يرفث ولا يجهل ، وإن امرؤ قاتله أو شاتمه ، فليقل إني صائم - مرتين


البخارى مع الفتح 4/103 ومسلم 1151



ความหมาย 

จากอบี ฮุรอยเราะห์ เราะฏิยัลลอฮุอันฮุ ท่านรอซูล กล่าวว่า “การถือศีลอดนั้นเป็นโล่ห์กำบัง (เมื่อผู้ใดถือศีลอด)ดังนั้นเขาจงอย่าได้กล่าวคำพูดที่ชั่ว  (เหมือนกับการกระทำของผู้ที่อวิชา) และหากมีผู้ใดจะสาปแช่ง  หรือกล่าวเหยียดหยาม  และจงพูดว่า แท้จริงแล้วฉันกำลังถือศีลอด” (2 ครั้ง) (รายงานโดยอัล-บุคอรี4/103 มุสลิม 1151)


คำอธิบายหะดีษ

คำว่า “جُنَّةٌ” มีหะดีษหลายบทได้ให้ความหมายที่แตกต่างกันไป ดังนี้

1. การเพิ่มเติมในรายงานหะดีษของสะอีด บิน มันซูรหมายถึงการระมัดระวังจากไฟนรก

2. การเพิ่มเติมในรายงานหะดีษของอัน-นะซาอีย์ หมายถึงการถือศีลอดนั้นเป็นเสมือนโล่ห์กำบัง(ที่ถูกเตรียมไว้) โดยคนใดคนหนึ่งจากพวกท่านเพื่อป้องกันตัวในการสงคราม

บรรดาอุละมาอ์ยังได้ให้ทัศนะต่าง ๆ ดังนี้

- เจ้าของหนังสือ “อันนิฮายะห์” ระบุว่า การถือศีลอดนั้นสามารถปกป้องผู้ที่ถือศีลอดจากการรบกวนของอารมณ์ใฝ่ต่ำ

- อัลกุรฎุบีย์กล่าวว่า เป็นกำแพงกั้น ตามเป้าหมายการถือศีลอดของศีลอดนั้น ดังนั้นผู้ที่ถือศีลอดจะต้องรักษาศีลอดของเขาจากทุกสิ่งที่อาจจะทำให้การถือศีลอดของเขาเสียไป

- อิยาฎกล่าวว่า  การถือศีลอดสามารถป้องกันจากบาปต่างๆ หรือจากไฟนรก หรือจากทั้งสองอย่างนั้น ทัศนะนี้ได้รับการสนับสนุนจากอิหม่ามอันนะวะวีย์

- อิบนุ อะเราะบีย์กล่าวว่า สาเหตุที่การถือศีลอดเป็นสิ่งที่สามารถปกป้องจากไฟนรกได้ก็เพราะว่าการถือศีลอดนั้นสามารถปกป้องจากการหลอกลวงของอารมณ์ใฝ่ต่ำ เพราะว่านรกนั้นจะถูกล้อมรอบด้วยอารมณ์ใฝ่ต่ำนั่นเอง


สรุป
ในเมื่อการศีลอดสามารถปกป้องจากอารมณ์ใฝ่ต่ำของดุนยาแล้ว  แน่นอนที่สุดการถือศีลอดก็สามารถปกป้องผู้ถือศีลอดจากไฟนรกในวันอะคิเราะห์ได้เช่นกัน

ในกรณีที่ผู้ถือศีลอด ได้รับการดูถูกเหยียดหยามและถูกสาบแช่งโดยผู้อื่นนั้น เขาจงกล่าวว่าฉันกำลังถือศีลอด ไม่ว่าจะโดยทางวาจาหรือกล่าวในใจก็ได้



บทเรียนจากหะดีษ

1. ให้รักษามารยาทต่างๆ ในการถือศีลอด เพื่อจะได้รับผลของการถือศีลอดอย่างครบถ้วน

2. การกระทำต่างๆ ที่อาจทำให้ผลบุญของการถือศีลอดลงน้อยลง เช่น การพูดจาในสิ่งที่ไร้สาระ และการกระทำต่างๆ ที่เหมือนคนอวิชชา

3. ห้ามผู้ที่ถือศีลอดตอบโต้ต่อคำพูดที่เหยียดหยามตน

4.เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของการถือศีลอด เมื่อมีคำพูดที่เหยียดหยามตัวเขาแล้ว ให้ปฏิบัติตัวอย่างมั่นคงในฐานะเป็นผู้ที่ถือศีลอด

5. การไม่ตอบโต้คำพูดที่เหยียดหยามตน อาจจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้นั้นกำลังถือศีลอดอยู่

6. อิสลามสอนให้มุสลิมมีมารยาทที่ดีงามและมีความรู้มิใช่มีมารยาทอย่างคนที่โงเขล่า
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #9 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2010, 11:46:22 am »
หะดีษบทที่ 7
การถือศีลอดสามารถลดอารมณ์ใฝ่ต่ำ





عَنْ اْبنِ مَسْعُود رَضِىَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم : " يَا مَعْشَرَ الشَّبَابِ مَنِ اسْتَطَاعَ مِنْكُمْ البَاءَةَ فَلْيَتَزَوَّجْ ، فَإِنَّهُ أَغَضُّ لِلْبَصَرِ وَأَحْصَنُ لِلْفَرَجِ ، وَمَنْ لَمْ يَسْتَطِعْ فَعَلَيْهِ بِالصَّوْمِ ، فَإِنَّ لَهُ وِجَاٌء "
البخارى 4779 ومسلم 1400




ความว่า

จากอิบนุ มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูล(ศ็อลฯ) กล่าว “โอ้บรรดาชายหนุ่มทั้งหลาย ผู้ใดจากพวกท่านที่มีความสามารถแต่งงานได้จงแต่งงานเถิด แท้จริงแล้ว (ด้วยการแต่งงานนั้น) สามารถรักษาสายตาของพวกท่าน (จากสิ่งที่หะรอม) และยังสามารถรักษาอวัยวะเพศของท่านได้ (แต่) ถ้าหากผู้ใดไม่สามารถ (แต่งงาน) ดังนั้น พวกท่านจงถือศีลอด เนื่องจากการถือศีลอดสามารถลด” (ความรู้สึกของอารมณ์ใฝ่ต่ำได้)   (รายงานโดยมุสลิม 4779 และมุสลิม 1400)



คำอธิบายหะดีษ

ในหะดีษข้างต้นได้เชิญชวนเฉพาะในหมู่เยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีความสามารถในการแต่งงาน

อิบนุ หะญัร อัล-อัสเกาะลานีย์กล่าวว่า “โดยปกติแล้วความต้องการทางอารมณ์สูงนั้นจะนำไปสู่การแต่งงาน ซึ่งจะมีอยู่ในตัวของบรรดาคนหนุ่ม ซึ่งจะแตกต่างไปจากผู้ที่สูงอายุ 1
   
คำเชิญชวนของท่านรอซูล (ศ็อลฯฯ) ต่อบรรดาชายหนุ่มนั้นเป็นแนวทางแก้ปัญหาทางสังคมที่สำคัญยิ่ง ความระส่ำระสายที่สังคมปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ เนื่องจากคนหนุ่มสาวจำนวนมากกำลังตกอยู่ในสภาวะที่หะรอมอันเนื่องมาจากความผิดพลาดในการใช้อารมณ์ใฝ่ต่ำ จึงทำให้พวกเขาต้องกระทำความชั่วก่อนการแต่งงาน

ด้วยเหตุนี้เองอิสลามจึงส่งเสริมให้บรรดาคนหนุ่มสาวแต่งงานมีครอบครัว หลังจากที่พวกเขามีความพร้อมที่ดีไม่ว่าทางวัตถุเช่น ค่าสินสอดและความพร้อมในการมีเพศสัมพันธ์  ถ้าหากว่าพวกเขาไม่สามารถกระทำแล้ว ดังนั้นจึงส่งเสริมให้มีการถือศีลอด และด้วยการถือศีลอดสามารถลดอารมณ์ฝ่ายต่ำได้

ความหมายของหนุ่มสาวในที่นี้หมายถึงใคร ดังนั้นอุละมาอ์หลายๆ ท่านมีทัศนะ ดังนี้คือ
 
- อิหม่ามชาฟิอีย์มีทัศนะว่า ผู้ที่บรรลุศาสนภาวะจนมีอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์
- อัล-กุรฏุบีย์มีทัศนะว่า นับตั้งแต่อายุ 16 ปี จนถึง 32 ปี
- ซะมัคชะรีย์มีทัศนะว่า นับจากบรรลุศาสนภาวะจนมีอายุครบ 32 ปี.
- อิบนุ อ๊าศมองว่า เริ่มตั้งแต่บรรลุศาสนภาวะจนถึงอายุ   40 ปี
- อิหม่ามอันนะวะวีย์มีทัศนะว่า ทัศนะที่ถูกต้องที่สุด และได้ถูกคัดเลือกคือ ผู้ที่บรรลุศาสนภาวะและต้องมีอายุไม่เกิน 30 ปี



บทเรียนที่ได้จากหะดีษ

1. แนะนำผู้ที่ไม่มีความสามารถแต่งงานเพราะไม่มีค่าสินสอดด้วยการถือศีลอด เนื่องจากอารมณ์ใคร่มาจากการกินอาหาร เมื่อความต้องการกินมีสูงแล้ว ทำให้มีความต้องการที่จะแต่งงานขึ้น

2. ให้มีการรักษาสายตาและอวัยวะเพศจากสิ่งที่หะรอมอย่างเคร่งครัด

3. คำสอนของอิสลามนั้นตระหนักถึงความเป็นอยู่ของมนุษย์ โดยไม่บังคับบุคคลที่ไม่มีความสามารถให้ปฏิบัติสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ศาสนาบังคับ

4. อิสลามส่งเสริมให้แต่งงานมีครอบครัว ไม่ส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวมีชีวิตอยู่อย่างเป็นโสด

5. ความประเสริฐของการถือศีลอดสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ หลายประการในชีวิต

6. อิสลามได้ตระหนักเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของคนหนุ่มสาว รวมทั้งแก้ไขปัญหาของพวกเขา
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #10 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2010, 11:50:31 am »
หะดีษบทที่ 8
ความสุขของผู้ที่ถือศีลอด






عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِىَ اللهُ عَنهُ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم : " لِلصَّائِمِ فَرْحَتَانِ يَفْرَحُهُمَا ، إِذَا أَفْطَرَ فَرِحَ بِفِطْرِهَ وَإِذَا لَقِىَ رَبَّهُ فَرِحَ بِصَومِهِ"
  رواه مسلم 2/807




ความว่า

จากอบี ฮุรอยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮ กล่าวว่า ท่านรอซูลกล่าวว่า “สำหรับผู้ที่ถือศีลอดมีความสุขอยู่ 2 วาระ (หนึ่ง) มีความสุขขณะละศีลอด (สอง) ความสุขขณะพบกับพระผู้เป็นเจ้าของเขา” (ในวันอาคีเราะฮฺ)  บันทึกโดยมุสลิม 2/807




คำอธิบายหะดีษ

อัล-กุรฏุบีย์กล่าวว่า ความสุขในขณะละศีลอดนั้นคือ การหายจากความหิวและการกระหายน้ำ เพราะได้ละศีลอด

อิหม่ามอันนะวะวีย์กล่าวว่า ความสุขขณะที่พบกับอัลลอฮ เนื่องจากเขาสามารถมองเห็นการตอบแทนจากพระองค์ และรำลึกถึงเนี๊ยะมัตของอัลลอฮ (ซุบฮ) อันเนื่องจากได้รับเตาฟีกจากพระองค์ส่วน (ความสุขขณะละศีลอด) นั้นเนื่องจากเขาได้รับความสมบูรณ์ในการประกอบอิบาดะห์และปลอดภัยจากสิ่งที่ทำให้อิบะดะห์ของการถือศีลอดนั้นเสียไป ทั้งยังประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาคาดหวังไว้ในผลบุญ [เศาะฮีห์มุสลิม บิซัรฮุ อันนะวะวีย์ 8/31-32]




บทเรียนจากหะดีษ

1. ผู้ที่ถือศีลอดจะมีความสุขอยู่ 2 ประการ

2. กล่าวถึงเนี๊ยะมัตและผลตอบแทนของผู้ที่ถือศีลอดที่จะได้รับจากอัลลอฮ

3. เนี๊ยะมัตในดุนยาที่สามารถลิ้มรสได้ก็คือ ขณะละศีลอดหรือหลังจากผ่านการถือศีลอดเดือนรอมฎอน

4. เนียะมัตที่สามารถลิ้มรสได้วันอาคีเราะห์ก็คือ ขณะที่พบกับพระพักตร์ของอัลลอฮฺ ซึ่งเขาจะได้รับการตอบแทนความดีงามจากพระองค์

5. การถือศีลอดนั้นแม้ว่าในรูปธรรมแล้วจะหิวกระหาย  แต่ในความเป็นจริงแล้วจะประกอบด้วยความสุขอันใหญ่หลวง โดยเฉพาะความสุขขณะพบกับพระพักตร์ของอัลลอฮฺ

6. ผลของการทดสอบจากอัลลอฮนั้นจะได้รับผลตอบแทนที่ดีงาม อาจได้รับขณะที่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้หรือในวันอะคีเราะห์
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #11 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2010, 05:18:01 pm »
หะดีษบทที่ 9
กลิ่นปากของผู้ถือศีลอด


عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهِ عَلَيْهِ وَسَلَّمْ : ".....  وَالَّذِيْ نَفْسُ مُحَمَّدٍ بِيَدِهِ لَخُلُوفُ فَمِ الصَّائِمِ أَطِيْبُ عِنْدَاللهِ مَنْ رِيْح المِسْكِ .
 
رواه مسلم  2/807



ความว่า

ท่านรอซูล (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “ข้าแด่พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งชีวิตมูหัมมัดอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ แท้จริงกลิ่นปากของผู้ถือ ศีลอดในทัศนะของอัลลอฮนั้นหอมยิ่งกว่ากลิ่นชะมดเชียง” (บันทึกโดยมุสลิม 2/807)




คำอธิบาย

อัล-กอฏีย์กล่าวว่า อุละมาอ์บางท่านกล่าวว่าอัลลอฮทรงตอบแทนผู้ที่ถือศีลอดในวันอะคิเราะห์นั้น โดยที่กลิ่นปากของเขาหอมยิ่งกว่ากลิ่นชะมดเชียง และมีความเสมอเหมือนกับเลือดของผู้ที่ตายชะฮีดซึ่งจะมีกลิ่นหอมยิ่งกว่ากลิ่นชะมดเชียง

อุละมาอ์ท่านอื่นกล่าวว่า สำหรับมะลาอีกะฮ์แล้วกลิ่นของผู้ที่ถือศีลอดนั้นจะมีกลิ่นหอมยิ่งกว่ากลิ่นชะมดเชียง แม้ว่าสำหรับคนเราแล้วจะมีกลิ่นที่ตรงกันข้ามก็ตาม

อิหม่ามอันนะวะวีย์กล่าวว่า ที่เศาะฮีห์ก็คือ ตามที่อัด-ดาวิรีย์กล่าวว่าเหมือนอย่างที่บรรดาเศาะฮาบะฮ์ของพวกเขาพูดว่ากลิ่นปากของผู้ที่ถือศีลอดนั้นจะได้ผลบุญมากกว่าการสุนัตให้พรมน้ำหอมในพิธีต่างๆ เช่น วันอีด หรือการรวมตัวต่างๆ หะดีษนี้เป็นการอ้างอิงของบรรดาเศาะฮาบะห์ของเราที่พูดว่ามักรูฮในการแปรงฟันสำหรับผู้ที่ถือศีลอดหลังจากดวงอาทิตย์คล้อย เพราะอาจจะทำให้กลิ่นตามคุณลักษณะและผลบุญที่จะได้รับในหะดีษดังกล่าวหมดไป แม้ว่าการแปรงฟันนั้นจะมีข้อดีก็ตาม แต่ความประเสริฐของกลิ่นปากนั้นสำคัญเหนือกว่า พวกเขากล่าวว่ามีความเสมอเหมือนกับเลือดของคนที่ตายชะฮีด ซึ่งเป็นที่รับรองว่ามีกลิ่นหอมมาก ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีการอาบน้ำศพสำหรับผู้ที่ตายชะฮีด  แม้ว่าการอาบน้ำศพนั้นหุกมวาญิบก็ตาม การละทิ้งสิ่งที่วาญิบเพื่อรักษาเลือดที่ยอมรับว่ามีกลิ่นหอมนั้นถือว่าหุก่ม อนุญาตให้ทำได้  เฉกเช่นเดียวกันกับการละทิ้งการแปรงฟันซึ่งมิใช่เป็นวาญิบ เพื่อคงไว้ซึ่งกลิ่นที่ถือว่ามีกลิ่นหอม จึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า [เศาะฮีห์มุสลิม ชัรฮุ อันนะวะวีย์ 8/30]




บทเรียนจากหะดีษ

1. ความประเสริฐของผู้ที่ถือศีลอด กระทั่งปากของเขา อัลลอฮยังได้ให้ความสำคัญอีกด้วย

2. กลิ่นปากที่เหม็นของผู้ที่ถือศีลอด อัลลอฮทรงเปลี่ยนให้มีกลิ่นหอม

3. อัลลอฮทรงให้เกียรติแก่ผู้ที่ถือศีลอด

4. อัลลอฮทรงอำนาจสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งหนึ่งสิ่งใดตามความประสงค์ของพระองค์
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #12 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 02:30:41 pm »
หะดีษฺที่ 10
ประตูสวรรค์ อัรฺ-ร็อยยาน สำหรับผู้ถือศีลอด






عَنْ سَهْلِ بْنِ سَعْدٍ السَاعِدِىْ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : سَمِعْتُ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهِ عَلَيْهِ وَسَلَّمْ يَقُولُ : إِنَّ فِي الجَنَّةِ بَاباً يُقَالُ لَهُ : الرَيَّانُ ، فَإِذَا كَانَ يَومَ القِيَامَةِ قِيْلَ : أَيْنَ الصَائِمُوْنَ ؟  فَإِذَا دَخَلُوا ، أَغْلِقَ فَيَشْرَبُوْنَ مِنْهُ ، فَمَنْ شَرِبَ مِنْهُ لَمْ يَظْمَأ أَبَدًا.
 
 رواه الترمذي 765 والنسائى 4/168



ความว่า

จากซะห์ล บิน สะอ์ด อัซซาอิดีย์ กล่าวว่า ฉันฟังท่าน รอซูล (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “แท้จริงแล้วในสรวงสวรรค์นั้นจะปรากฏประตูหนึ่งชื่อว่า “الريَّان  ” ดังนั้นเมื่อวันปรโลกได้เกิดขึ้น มะลาอิกะฮ์จะถามว่า : ผู้ที่ถือศีลอดอยู่ไหน? ครั้นเมื่อผู้ที่ถือศีลอดเข้าไป ประตูก็จะปิด และพวกเขาก็จะดื่มน้ำจากสรวงสวรรค์ ผู้ใดที่ได้ดื่มน้ำจากสรวงสวรรค์แล้วเขาจะไม่รู้สึกกระหายตลอดไป” (บันทึกโดยอัต-ติรมีซี 765 และอัลนะซาอีย์ 4/168/)




คำอธิบาย

“الريَّان”  เป็นชื่อหนึ่งของประตูสวรรค์ที่อัลลอฮได้เตรียมไว้แก่บรรดาผู้ถือศีลอด เดิมมาจากคำภาษาอาหรับว่า “อัล-ร็อยย์” หมายถึง การรดน้ำหรือการทำให้หายไปจากความกระหาย จึงเป็นสิ่งที่สมควรสำหรับผู้ที่ถือศีลอด

อัซ-ซัยน์ อิบนุ อัล-มุนีร กล่าวว่า ประตูดังกล่าวนั้นอยู่ในสรวงสวรรค์มิใช่ว่าสวรรค์นั้นมีประตูหาใช่ไม่ ซึ่งเป็นการให้ตระหนักว่าในประตูดังกล่าวนั้นจะปรากฎซึ่งเนี๊ยะมัตและการพักผ่อนหย่อนใจในสวนสวรรค์  ดังนั้นจึงมีความสุขสำราญและรำลึกถึงประตูดังกล่าว [ฟัตฮุล บารีย์ 4/111]



บทเรียนจากหะดีษ

1. กล่าวถึงผลที่ดีเลิศของผู้ที่ถือศีลอดในวันอะคีเราะห์

2. เนี๊ยะมัตในสวนสวรรค์นั้นมีมากมาย เช่น อัลลอฮฺได้เตรียมประตูไว้เฉพาะสำหรับผู้ที่ถือศีลอด

3. ความพิเศษของผู้ที่ถือศีลอด อัลลอฮฺได้ให้เกียรติแก่พวกเขาด้วยความโปรดปรานที่ไม่มีกับบุคคลอื่น

4. ส่งเสริมให้มีการถือศีลอดเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่พระองค์ทรงสัญญาไว้

5. ผลตอบแทนที่อัลลอฮฺมอบให้แก่ผู้ที่ถือศีลอด แสดงให้เห็นว่าการถือศีลอดนั้นมีความประเสริฐยิ่ง


บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #13 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 02:36:06 pm »
หะดีษบทที่  11
ห่างไกลจากไฟนรก





عَنْ أَبِى سَعِيْدٍ الخُدْرِي رَضِىَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : سَمِعْتُ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهِ عَلَيْهِ وَسَلَّم يَقُولُ : " مَنْ صَامَ يَوْمًا فِي سَبِيْلِ اللهِ بَاعَدَ اللهُ وَجْهَهُ عَنِ النَّارِ سَبْعِيْنَ خَرِيْفًا ".
رواه مسلم 2/808




ความว่า

จากอบี สะอีด อัลคุฎรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า “ท่านรอซูล (ศ็อลฯ) กล่าวว่า ผู้ใดถือศีลอดเพื่ออัลลอฮฺหนึ่งวัน อัลลอฮฺจะทรงให้ใบหน้าของเขาห่างไกลจากไฟนรกเจ็ดสิบปี” (บันทึกโดยมุสลิม 2/808)


คำอธิบายหะดีษ

บรรดาอุลามาอ์มีทัศนะที่แตกต่างกันเกี่ยวกับคำว่า “في سبيل الله”  โดยมีทัศนะดังต่อไปนี้
- อิบนุ อัลเญาซีย์ กล่าวว่า เป็นการญิฮาด (การพลีชีพในหนทางของอัลลอฮ)
- อัลกุรฏุบีย์ กล่าวว่า เป็นการภักดีต่ออัลลอฮ
- อัลฮาฟิซ กล่าวว่า เป็นคำที่มีความหมายที่กว้างกว่าทัศนะข้างต้น
- อิบนุ ดะกีก อัลอีด กล่าวว่า โดยปกติแล้วจะใช้คำว่า “في سبيل الله”  กับการญิฮาด (การพลีชีพในหนทางของอัลลอฮ)



บทเรียนจากหะดีษ

1. ความประเสริฐของการถือศีลอดในหนทางของอัลลอฮฺ มิใช่เพียงแต่ให้ได้ผลบุญมาอย่างเดียวเท่านั้น แต่หวังเพื่อความปลอดภัยจากไปนรกอีกด้วย

2. อัลลอฮฺทรงรักมุสลิมที่ถือศีลอดและต่อสู้ในหนทางของพระองค์

3. ถึงแม้ว่าเวลาเพียงวันเดียวนั้นจะน้อยนิด แต่เมื่อเอาไปใช้ประโยชน์ให้แก่ตนเองและเพื่ออัลลอฮฺแล้ว มันช่างมีราคาที่แพงเหลือเกิน

4. สอนให้มุสลิมตั้งเจตนาที่บริสุทธิ์ในทุกๆ การกระทำโดยเฉพาะการถือศีลอด เพื่อน้อมรับคำสั่งจากพระองค์

5. การถือศีลอดและการญิฮาด เป็นเหตุทำให้บ่าวของพระองค์หลุดพ้นจากไฟนรก

บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #14 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 02:45:21 pm »
หะดีษบทที่  12
รักษามารยาทของการถือศีลอด




رب صائم ليس له من صيامه إلا الجوع ورب قائم ليس له من قيامه إلا السهر

(ابن ماجه رقم 1680 ، صحيح سنن ابن ماجه للألباني رقم 1371 : حسن صحيح)



ความว่า

จากท่าน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เล่าจากท่าน รอซูลศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า “บ่อยครั้งที่ผู้ถือศีลอดไม่ได้รับผลตอบแทนจากการถือศีลอดของเขา นอกเสียจากความหิว(เพราะไม่รักษามารยาทในการถือศีลอด) และบ่อยครั้งที่ผู้ยืน(ละหมาดในเวลากลางคืน)ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการยืนละหมาดของเขานอกเสียจากการอดนอน”    (รายงานโดยอิบนุ มาญะฮฺ)



บทเรียนจากหะดีษ

1. เตือนให้คนที่ถือศีลอดให้มีเจตนาที่บริสุทธิ์ ขณะเดียวกันให้รักษามารยาทของการถือศีลอด

2. ผู้ถือศีลอดที่มีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์และหากเขาถือศีลอดโดยไม่ได้รักษามารยาทของการถือศีลอดแล้วถือว่าสูญเปล่า

3. การถือศีลอดและการกิยามุลลัยล์ บางครั้งได้รับผลตอบแทนและบางครั้งไม่ได้รับผลตอบแทน

4. ใช้ให้มีความพยายาม เพื่อให้อะมั๊ลที่ปฏิบัติทุกอย่างได้รับการตอบรับจากอัลลอฮ ส่งเสริมให้การกระทำอะมั๊ลทุกอย่างให้ได้รับการตอบรับโดยอัลลอฮฺ

บันทึกการเข้า
 

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML