كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ
พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ
 โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮ์...
You are here: Fityatulhaq Board - เยาวชนแห่งสัจธรรม » ห้องหนังสือและบทความ » โต๊ะบทความ » 

40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน

ผู้เขียน หัวข้อ: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน  (อ่าน 2332 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #15 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 02:57:15 pm »
หะดีษบทที่ 13
อันตรายของคำพูดและการกระทำที่โกหกขณะถือศีลอด




عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم :" مَنْ لَمْ يَدَعْ قَوْلَ الزُّوْرِ وَالعَمَلَ بِهِ ، فَلَيْسَ لِلَّهِ عَزَّوَجَلَّ حَاجَةً أَنْ يَدَعَ طَعَامَهُ وَشَرَابَهُ "


 رواه البخاري 4/99 والترمذى 707 وأبوداود 2362 وابن ماجه 1689



ความว่า

จากอบี ฮุรอยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดที่ไม่ละทิ้งคำพูดต่างๆ ที่โกหก และยังประพฤติปฏิบัติเช่นสิ่งที่โกหกเหล่านั้นอยู่ ดังนั้น อัลลอฮฺจึงไม่ประสงค์ต่อการอดอาหารและการดื่มของเขา” (รายงานโดยบุคอรี 4/99 อัตติรมีซีย์ 707 อบู ดาวูด 2362 และ  อิบนุ มาญะห์ 1689) 



คำอธิบายหะดีษ

อิบนุ อัล-มุนีรกล่าวว่า คำว่า “อัลลอฮ (ซุบฮ) ไม่ประสงค์ต่อการอดอาหารและการดื่มของเขา” คือ อัลลอฮ (ซุบฮ) ไม่ทรงตอบรับการถือศีลอด

อัลบัยฏอวีย์กล่าวว่า เนื่องจากการถือศีลอดนั้นไม่ใช่ความหิวและความกระหายแต่ผลจากการถือศีลอดนั้นสามารถลดอารมณ์ใฝ่ต่ำและลดอารมณ์ชั่วร้าย จนทำให้อารมณ์ดังกล่าวมีความสงบและมีความสุข

อิบนุ หะญัร อัล-อัส-เกาะลานีย์ กล่าวว่า  อาศัยหลักฐานจากคำกล่าวดังกล่าว เนื่องจากการกระทำอันชั่วร้ายทำให้ (มีผลกระทบ) ผลบุญของการถือศีลอดลดลง

อิบนุ บัฏฏ็อล (หะดีษข้างต้น)  มิใช่หมายความว่า  สั่งให้เขาละทิ้งการถือศีลอด แต่ความหมายของหะดีษดังกล่าวเพื่อให้ความคุ้มครองจากการพูดโกหก




บทเรียนจากหะดีษ

1. ผู้ที่ถือศีลอดจะต้องละทิ้งคำพูดที่โกหกมดเท็จ

2. ผู้ที่ยังคงพูดจาโกหกมดเท็จขณะที่เขากำลังถือศีลอดนั้นในความหมายที่แท้จริงแล้ว เขามิใช่เป็นผู้ที่ถือศีลอด

3. การถือศีลอดจะไม่มีความหมาย และจะไม่ได้รับผลตอบแทนจากอัลลอฮ หากเขายังพูดโกหกมดเท็จอยู่

4. การพูดโกหกและการประพฤติเช่นนั้นเป็นตัวบ่อนทำลายผลบุญของการถือศีลอด

5. ส่งเสริมให้รักษามารยาทของการถือศีลอดเพื่อให้การถือศีลอดของเขาได้รับการตอบรับจากอัลลอฮ


บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #16 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 03:04:47 pm »
หะดีษบทที่  14
ความประเสริฐของอาหารซุฮุร




عَنْ أَنَسٍ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ أَنَّ النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم قَالَ : تَسَحَّرُوا فَإِنَّ فِي السُّحُورِ بَرَكَةٌ
 



ความว่า

จากอนัส เราะฏิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูลกล่าวว่า “จงรับประทานอาหารซูฮูร แท้จริงแล้วในนั้นมีความประเสริฐอยู่”  (หะดีษรายงานโดยอัลบุคอรี 1823 และมุสลิม 2/770)


คำอธิบาย

ความหมายของความประเสริฐก็คือ ได้รับผลบุญ ผลตอบแทน และความประเสริฐอันเนื่องจากสาเหตุ ดังนี้

- เป็นการปฏิบัติตามแบบอย่างของท่านรอซูล

- เป็นการทำให้แต่งจากชาวกิตาบ (ยิวและคริสเตียน) ซึ่งพวกเขาไม่ทานอาหารซุหูรตามที่ระบุไว้ในหะดีษที่รายงานโดยมุสลิมจากอัมรุ บิน อ๊าศ แท้จริงท่านรอซูลกล่าวว่า “ความแตกต่างระหว่างการถือศีลอดของเรากับชาวคัมภีร์คือ การทาน ซุหูร”

- สามารถประกอบอิบาดะห์ได้อย่างขันแข็ง

- เพิ่มความคล่องแคล่ว

- สามารถขจัดมารยาทที่ไม่ดีอันเกิดจากความหิวโหย

- จะนำไปสู่การวิงวอน (ดุอา) และการซิกรุลลอฮ

- ผู้ที่ลืมเนียตก่อนเข้านอน สามารถทำการเนี๊ยตได้ (ฟัตฮุลบารีย์ 4/140)   


บทเรียนจากหะดีษ

1. การชี้นำของท่านรอซูลแก่บรรดาผู้ศรัทธาเกี่ยวกับความพร้อมในการถือศีลอดนั่นคือ ให้รับประทานอาหารซุหูรก่อนถึงเวลาถือศีลอด

2. ซุหูร คือ การรับประทานอาหารก่อนเวลาซุบฮ์สำหรับผู้ที่ถือศีลอดในเดือนรอมฏอนหรือในวันอื่นๆ

3. ท่านรอซูลได้อธิบายเกี่ยวกับอาหารซุหูรว่ามีความประเสริฐ ในรายงานอื่นระบุว่าซุหูรเป็นอาหารที่ได้รับการประทานความประเสริฐโดยอัลลอฮ

4.  บะเราะกะฮ์หมายถึง ผลบุญเพิ่มมากขึ้น

5.  หุก่มของการรับประทานอาหารซุหูร คือ สุนัต ผู้ที่กระทำจะได้รับผลบุญ ในรายงานอื่นมีอยู่ว่าอัลลอฮและบรรดามะลาอิกะห์จะเศาะละวัตแก่บรรดาผู้ที่รับประทานอาหารซุหูร การเศาะละวัตของอัลลอฮนั้นก็คือ พระองค์จะทรงประทานความโปรดปรานแก่พวกเขา และการเศาะละวัตของบรรดามะลาอิกะห์ก็คือ พวกเขาจะขอให้อัลลอฮทรงให้อภัยแก่พวกเขา ดังนั้นเข้าใจว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานอาหารซุหูรจะไม่ได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮและการวิงวอนจากบรรดามะลาอิกะห์ในเวลานั้น


บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #17 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 03:12:21 pm »
หะดีษบทที่   15
สุนัตให้ล่าช้าในการรับประทานอาหารซุฮูร์




عَنْ زَيْدِ بِنْ ثَابِتٍ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : تَسَحَّرْنَا مَعَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم ثُمَّ قُمْنَا إِلَى الصَّلاَةِ. قِيْلِ : كَمْ كَانَ بَيْنَهُمَا؟ قَالَ : خَمْسُونَ آيةً



ความว่า

จากเซด บิน ษาบิต กล่าวว่า “เราเคยรับประทานซุหูร พร้อม ๆ กับท่านรอซูลหลังจาก (รับประทานอาหารซุหูรเสร็จ) เราลุกขึ้นเพื่อละหมาดซุบฮ์ เขาถูกถามว่า ระหว่างอาหารซูฮูร์กับเวลาละหมาดซุบฮ์นานเท่าใด? เซดตอบว่า (อ่านอัลกุรอานประมาณ) 50 อายะห์”  (รายงานโดยบุคอรี 4/118-119 และมุสลิม 1097)



คำอธิบายหะดีษ

ในรายงานบุคอรีย์ระบุว่า คำว่านานเพียงใดระหว่างการอะซานและอาหารซุหูร คือ การอ่านอัลกุรอานประมาณ 50 อายะห์ (อ่านตามปกติ) ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป

อัลมะฮ์ลับและคนอื่น ๆ กล่าวว่า โดยคิดเวลาอะมั้ลทางกายเหมือนกับการคิดของคนอาหรับ โดยปกติแล้วคนอาหรับจะคิดอะมั๊ลของเขา เช่น พวกเขาจะกล่าวว่าใช้เวลาประมาณรีดนมแพะและเชือดอูฐ

อิบนุ อะลีย์ ฮัมซะห์ กล่าวว่า ในหะดีษดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าเวลาของบรรดาเศาะฮะบะห์หมดไปวัน ๆ กับการทำอะมั้ล    อิบาดะฮ์จนเห็นดวงดาวบนท้องฟ้า



บทเรียนจากหะดีษ

1. ท่านรอซูลและบรรดาเศาะฮาบะห์ของท่านจะรับประทานอาหารซุหูรกระทั่งใกล้ ๆ กับเวลาศุบหิ
2. ส่งเสริมให้มีการรับประทานอาหารซุหูรรวมกันเป็น  ญะมาอะห์ (ร่วมกัน)
3. ระยะห่างระหว่างเวลาซุหูรกับวักตูซุบฮ์คือ การอ่านอัลกุรอานอย่างปกติประมาณ 50 อายะห์



บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #18 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 03:23:16 pm »
หะดีษบทที่  16
ให้ละศีลอดทันทีเมื่อถึงเวลา








عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم : " لاَ يَزَالَ الدِّيْنُ ظَاهِرًا مَا عَجَّلَ النَّاسُ الفِطْرَ".
وَفيِ رِوَايَةِ سَهْلِ بْنِ سَعْدٍ أَنَّ رَسُولُ الله صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم قَالَ: " لاَ يَزَالُ النَّاسُ بِخَيْرٍ مَا عَجَّلوُا الفِطْرَ".



ความว่า

จากอบี ฮุรอยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่าน รอซูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) กล่าวว่า “ศาสนา (อิสลาม) นั้นสูงส่งและประสบชัยชนะอยู่เสมอ หากมุสลิมยังคงละศีลอดทันที (เมื่อถึงเวลา)

และรายงานจากซะฮ์ล บิน ซะอัด ท่านรอซูลกล่าวว่า “มนุษย์จะยังคงประสบกับความดี (ในทุกๆ เรื่อง) หากพวกเขา (มุสลิม) รีบละศีลอดทันทีเมื่อถึงเวลา” (บันทึกโดยบุคอรี 1860 และมุสลิม 2/771)



คำอธิบาย

จากหะดีษข้างต้นชี้ให้เห็นว่าครั้นเมื่อคำสอนของศาสนา  อิสลามอุบัติขึ้น โดยมีความชัดแจ้งกว่าคำสอนของศาสนาอื่น  จึงเป็นที่แน่นอนว่า ความดีต่างๆ จะคงต่อไป ในเรื่องการให้รีบละศีลอด จึงเป็นความสุขประเสริฐในหลักคำสอนอิสลามที่ต่างจากหลักคำสอนของศาสนาอื่นๆ เช่น ยิวและคริสต์ และศาสนาอิสลามส่งเสริมให้มุสลิมมีคุณลักษณะแตกต่างไปจากผู้ที่นับถือในศาสนาคริสต์และยิว ในเรื่องนี้อบู ฮุรอยเราะห์ก็ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพราะว่าบรรดาชาวยิวและคริสต์นั้นจะล่าช้าในการละศีลอด”

ในรายงานอิบนุ ฮิบบาน และอัลหะกีมระบุว่าประชาชาติของฉันจะอยู่บนสุนนะฮของฉันตราบใด  พวกเขาไม่รอคอยการละ ศีลอดกระทั่งดวงดาวโผล่ออกมา

อัล-มะฮ์ลับกล่าวว่า วิทยปัญญาดังกล่าวเพื่อมิให้การเพิ่มเวลากลางวันในเวลากลางคืน และละศีลอดทันทีซึ่งเป็นการเพิ่มอ่อมน้อมแก่ผู้มีศีลอด ขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มพลังในการประกอบอิบาดะห์ (ฟัตหุล บารีย์ 4/194)   

ในรายงานบทหนึ่งของอบี ฮุรอยเราะห์ กล่าวว่า ท่านรอซูล กล่าวว่า “บ่าวของฉันที่รักฉันมากที่สุดก็คือผู้ที่ละศีลอดทันที” (เมื่อถึงเวลา) อัตติรมีซีย์มีทัศนะว่า เป็นหะดีษหะสันเฆาะรีบ) อัฏฏีบีย์กล่าวว่า “หวังว่ากรุณาปราณีจากอัลลอฮนั้น อันเนื่องมาจากการเจริญรอยตามสุนนะฮของท่านรอซูลและห่างไกลจากบิดอะฮ์ และเป็นการขัดแย้งกับชาวคัมภีย์  อัลกอรีย์กล่าวว่า ในหะดีษข้างต้นชี้ให้เห็นว่า ความประเสริญของประชาชาติของท่านรอซูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) การเจริญรอยตามหะดีษ (ซุนนะฮฺ) เป็นการยืนยันว่าจะได้รับความกรุณาปราณีจากอัลลอฮ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ตามที่พระองค์ได้ตรัสความว่า“จงกล่าวเถิดมุหัมมัดหากเจ้ารักใคร่อัลลอฮอย่างแท้จริงแล้วดังนั้นจงตามฉัน แน่แท้อัลลอฮรักใคร่สูเจ้า”

อัมรู บิน ไมมูน อัล-เอาดีย์กล่าวว่า แท้จริงบรรดาเศาะหาบะฮของท่านนบีนั้น จะละศีลอดทันที (เมื่อถึงเวลาละศีลอด)  และเป็นผู้ที่ล่าช้าที่สุดในการรับประทานอาหารซุหูร (ตุห์ฟะตุล อะห์วะซีย์ 3/386) 



บทเรียนจากหะดีษ

ศาสนาอิสลามยังคงเป็นศาสนาที่สูงส่งและประสบชัยชนะเหนือศาสนาอื่น ด้วยความสัจธรรมและการยอมรับจากอัลลอฮฺอันเป็นศาสนาที่พระองค์ทรงโปรดปราน (ริฎอ)

1. อิสลามยังคงเป็นศาสนาแห่งสัจธรรม ตราบใดที่ผู้ที่นับถืออิสลามยังคงยึดมั่นในหลักคำสอนอิสลามอย่างมั่นคง ประการหนึ่งคือ ด้วยการรักษาเวลาในการละศีลอด (ละทันทีเมื่อถึงเวลา)

2. ฝึกฝนให้มุสลิมมีความเคยชินกับระเบียบและการตรงต่อเวลาในการประกอบอิบาดะฮฺ

3. อิสลามเอาใจใส่ต่อผู้ที่ถือศีลอดและส่งเสริมให้ประกอบอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ (ศุบห)

4. ท่านรอซูลจะไม่พึงพอใจหากประชาชาติของท่านล่าช้าในการละศีลอด ฉะนั้นด้วยเหตุการล่าช้าในการละศีลอดจะนำไปสู่ความเสียหายต่อศาสนาได้

5. เพื่อให้เกิดความแตกต่างไปจากการดำเนินชีวิตของชาวยิวและคริสต์ โดยเฉพาะวิธีการละศีลอด ซึ่งหลักฐานจาก หะดีษพบว่าพวกเขา (ชาวยิวและคริสต์) จะล่าช้าในการละศีลอด

6. การละศีลอดทันทีในเดือนรอมฎอนนั้นเป็นซุนนะห์ของท่านรอซูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)

7. การละศีลอดทันทีจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ถือศีลอด


บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #19 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 04:44:51 pm »
หะดีษบทที่ 17
ละศีลอดด้วยอินทผลัม





عَنْ سَلْمَانِ بْنِ عَامِرِ الضَّبِّى رَضِىَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم  : " إِذَا أَفْطَرَ أَحَدَكُمْ فَلْيُفْطِرْ عَلَى تَمْرٍ ، فَإِنْ لَمْ يَجِدْ فَلْيُفْطِرْ عَلَى مَاءٍ فَإِنَّهُ طَهُوْرٌ وَفِي لَفْظٍ : فَإِنَّهُ لَهُ طَهُوْرٌ . وَفِي لَفْظٍ آخَرٍ : فَإِنَّ المَاءَ طَهُوْرٌ






ความว่า

จากซัลมาน บิน อามิร อัฎฎอบบีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “เมื่อผู้ใดจากพวกท่านจะละศีลอด ก็จงละศีลอดด้วยผลอินทผลัม หากไม่มีอินทผลัม ก็จงละศีลอดด้วยน้ำ แท้จริงน้ำนั้นเป็นสิ่งบริสุทธิ์” (บันทึกโดยอะห์มัด 4/17–18 อบู ดาวูด 2355 อิบนุ มาญะห์ 1699 และอัตติรมีซีย์ 694 กล่าวว่า: เป็นหะดีษเศาะฮี๊ห์)





คำอธิบายหะดีษ

บรรดาอุละมาอ์มีทัศนะว่า วิทยปัญญาในการส่งเสริมให้มีการละศีลอดด้วยผลอินทผลัมนั้น เนื่องจากความหวานของมันสามารถทำให้เกิดพละกำลัง อุละมาอ์บางท่านกล่าวว่า เนื่องจากความหวานนั้นจะสอดคล้องกับความศรัทธา และสามารถทำให้หัวใจมีความอ่อนโยน ด้วยเหตุนี้ตาบิอีนบางท่านเห็นว่า ผู้ที่ถือศีลอดสามารถที่จะละศีลอดด้วยของหวานอย่างอื่นก็ได้ เช่น น้ำผึ้ง


อิบนุ หะญัร อัล-มักกีย์ กล่าวว่า ความประเสริฐต่างๆ ของลูกอินทผลัมคือ เมื่อลูกอินทผลัมเข้าไปในกระเพาะขณะที่ท้องว่างนั้นจะกลายเป็นอาหาร โดยที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารจากลูกอินทผลัมนั่นเอง


ส่วนวิทยปัญญาในการละศีลอดด้วยน้ำนั้น เนื่องจากน้ำเป็นสิ่งที่มีความบริสุทธิ์ และสามารถบรรเทาความกระหายอันเป็นสิ่งที่คอยรบกวนการประกอบอิบาดะห์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ท่านรอซูลแนะนำให้อ่านดุอาอ์ในการละศีลอด ความว่า “ความกระหายได้หายไปและหวังว่าด้วยการดื่มน้ำสามารถทำให้ร่างกายและใจมีความสะอาด”




บทเรียนจากหะดีษ

1. ท่านรอซูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้สอนสิ่งที่ดีงามและมีประโยชน์ต่อประชาชาติของท่าน

2. สุนัตให้ละศีลอดด้วยผลอินทผลัมที่สุกใหม่ๆ เนื่องจากมีหลักฐานจากหะดีษ ว่าท่านรอซูลละศีลอดด้วยลูกอินทผลัมสดที่เรียกว่า รุฏ๊อบ หากไม่มี ท่านก็จะละศีลอดด้วยลูกอินทผลัมแห้ง หากไม่มีท่านให้ละศีลอดด้วยน้ำ

3. เพื่อเป็นการเจริญรอยตาม (อิตติบาอฺ) ตามซุนนะห์ของท่าน โดยเริ่มละศีลอดด้วยอินทผลัมสุกใหม่ๆ หากไม่มีจึงจะละศีลอดด้วยอินทผลัมแห้งหรือด้วยน้ำ

4. ท่านรอซูลกำชับให้ประชาชาติของท่านละศีลอดด้วยลูกอินทผลัม





บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #20 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 04:50:04 pm »
หะดีษบทที่ 18
ความเป็นมาของการละหมาดตะรอวีห์



عَنْ عَائِشَةَ رَضِيَ اللهُ عَنْهَا أَنَّ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم خَرَجَ مِنْ جَوْفِ الْلَيْلِ فَصَلَّى فِيْ الْمَسْجِدِ فَصَلَّى رِجاَلٌ فَأَصْبَحَ النَّاسُ يَتَحَدَّثُوْنَ بِذَلِكَ فَاجْتَمَعَ أَكْثُرُ مِنْهُمْ ، فَخَرَجَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ  عَلَيْهِ وَسَلَّمِ فِيْ الْلَيْلَةِ الثَّانِيَةِ فَصَلُّوا بِصَلاَتِهِ فَأَصْبَحَ النَّاسُ يَذْكُرُوْنَ ذَلِكَ ، فَكَثَرَ أَهْلُ الْمَسْجِدِ مِنَ اللَّيْلَةِ الثَّالِثَةِ فَخَرَجَ فَصَلُّوا بِصَلاَتِهِ فَلَمَّا كَانَتْ الْلَيْلَةِ الرَّابِعَةُ عَجَزَ الْمَسْجِدُ عَنْ أَهْلِهِ ، فَلَمْ يَخْرُجْ إِلَيْهِمْ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ  عَلَيْهِ وَسَلَّمِ فَطَفِقَ رِجَالٌ مِنْهُمْ يَقُوْلُوْنَ : " الصَّلاَةُ " فَلَمْ يَخْرُجْ إِلَيْهِمْ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ  عَلَيْهِ وَسَلَّمِ حَتَّى خَرَجَ لِصَلاَةِ الْفَجْرِ ، فَلَماَّ قَضَى الفَجْرَ أَقْبَلَ عَلَى النَّاسِ ثُمَّ تَشْهَّدَ فَقَالَ : أَمَّا بَعْدُ ، فَإِنَّهُ لَمْ يَخْفَ عَلَيَّ شَأْنُكُمْ اللَّيْلَةَ، وَلَكِنِّى خَشِيْتُ أَنْ تُفْرَضَ عَلَيْكُمْ صَلاَةُ اللَّيْلِ فَتَعْجِزُوْا عَنْهاَ



ความหมาย

จากท่านหญิงอะอีชะห์ เราะฏิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า “ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ออกไปในเวลากลางคืน (ในค่ำคืนของเดือนรอมฏอน) ท่านปฏิบัติละหมาด (ตะรอวีห์)  ในมัสยิดของท่าน (คือมัสยิดอันนะบะวีย์ในนครมะดีนะห์) ซึ่งมีคนเป็นจำนวนมากละหมาดตามท่าน

ในวันต่อมา บรรดาเศาะฮาบะห์จึงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว (คือเกี่ยวกับการละหมาดตะรอวีห์  ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เคยมี) ในคืนที่สองบรรดาเศาะฮาบะห์มีการชุมนุมจำนวนมากขึ้นกว่าคืนที่ผ่านมาและท่านรอซูลก็เดินออกไปยังมัสยิด พวกเขาจึงละหมาด (ตะรอวีห์) ตามท่านรอซูล และในวันต่อมา มีคนจำนวนมากพูดถึงเรื่องดังกล่าว  ในคืนที่สามบรรดาเศาะฮาบะห์จึงออกไปยังมัสยิดมากยิ่งขึ้น  และท่านรอซูลก็เดินออกไปยังมัสยิด พวกเขาจึงละหมาด (ตะรอวีห์)  ตามท่านรอซูล

เมื่อถึงคืนที่สี่ ภายในมัสยิดนั้นเต็มไปด้วยบรรดาเศาะฮาบะฮ คืนนั้นท่านรอซูลไม่ได้ออกไปยังมัสยิดพร้อมๆ กับพวกเขา ดังนั้น ในจำนวนพวกเขาจึงพูดขึ้นว่า “ละหมาด” (เป้าหมายเพื่อให้ท่านรอซูลได้ยิน) แต่ท่านรอซูลก็ไม่ได้ออกไปยังพวกเขา (พวกเขาคอยท่านรอซูลกระทั่งเวลาซุบฮ) ท่านรอซูลจึงออกมาเพื่อละหมาดซุบฮ์ หลังจากละหมาดซุบฮ์แล้ว ท่านรอซูลจึงหันมา (เป็นการเริ่มต้นในการกล่าวคำพูด) และท่านรอซูลจึงกล่าวว่า แท้จริงแล้วมิใช่ฉันไม่รู้เกี่ยวกับพวกท่านเมื่อคืนนี้ แต่ฉันเกรงว่าจะเป็นการฟัรดูเหนือพวกท่านในการละหมาดกลางคืน (ตะรอวีห์) ซึ่งจะทำให้พวกท่านอ่อนแอที่ปฏิบัติ”  (มุตตะฟะกุน อะลัยห์)



บทเรียนจากหะดีษ

1. ส่งเสริมให้มีการละหมาดกิยามุลลัยล์หรือละหมาดตะรอวีห์ในเดือนรอมฏอน เพราะในการละหมาดตะรอวีห์มีความประเสริฐที่ยิ่งใหญ่มาก

2. ท่านรอซูลในฐานะเป็นผู้นำของประชาชาติมุสลิม ท่านเองได้ประกอบการละหมาดตะรอวีห์ในเดือนรอมฏอน

3. หะดีษนี้บ่งบอกถึงความจริงจังของบรรดาเศาะฮาบะฮ์ และความตั้งใจในการปฏิบัติอะมั้ลอิบาดะห์ตามรอซูล

4. ท่านรอซูลมีความโอบอ้อมอารีต่อประชาชาติของท่าน


บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #21 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 04:56:09 pm »
หะดีษบทที่ 19
ความประเสริฐของการละหมาดตะรอวี๊ห์







عَنْ أَبِيْ هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ قاَلَ : قاَلَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ  عَلَيْهِ وَسَلَّمِ : " مَنْ قاَمَ رَمْضاَنَ إِيْماَناً وَاحْتِساَباً غُفِرَلَهُ ماَ تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ"




ความว่า

จากอบี ฮุรอยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่าท่านรอซูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)กล่าวว่า “ผู้ใดที่ละหมาดในเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธา (ต่อคำสั่งและสัญญาของอัลลอฮฺ)รวมทั้งคาดหวังผลตอบแทนจากพระองค์ แน่แท้พระองค์จะทรงอภัยโทษต่อบาปต่างๆ ที่ผ่านมา” (มุตตะฟะกุน อะลัยห์ : บุคอรี 2/252 และมุสลิม 1/523)





คำอธิบาย

การงานที่ศาสนาอิสลามส่งเสริมให้บรรดามุสลิมกระทำในเดือนรอมฎอน คือ การละหมาดในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นการละหมาดตะรอวี๊ห์ และผลการตอบแทนในการปฏิบัตินั้นยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่าการประกอบอิบดะฮ์ประเภทอื่นๆ ที่ใช้ให้ปฏิบัติในเดือนรอมฎอน เช่น การถือศีลอด เพราะต่างได้รับการสัญญาว่าจะได้รับการอภัยโทษในบาปที่กระทำมา เฉกเช่นเดียวกับการตอบแทนที่ได้สัญญาแก่คนที่ปฏิบัติอะมัลอิบาดะฮ์ในค่ำคืนอัลเกาะดัรในด้านการได้รับอภัยโทษ ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับความมั่นใจของเราต่อคำสั่งของอัลลอฮ์ รวมทั้งความบริสุทธิใจในการปฏิบัติอะมัลดังกล่าวด้วย

ส่วนหุก่มของการละหมาดตะรอวีห์นั้น บรรดาอุลามาอ์ได้ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า เป็นสุนัตสำหรับชายและหญิง และใช้ให้ปฏิบัติทั้งในรูปแบบญะมาอะห์หรือในลักษณะต่างคนต่างทำ แต่การปฏิบัติในรูปแบบญะมาอะห์จะมีความประเสริฐมากกว่า




บทเรียนจากหะดีษ
1. ความประเสริฐของเดือนรอมฎอนและอิบาดะฮฺกิยามุลลัยล์ในเดือนรอมฎอน

2. มีความมั่นใจต่อคำสั่งของอัลลอฮฺ และความบริสุทธิ์ใจในการประกอบอิบาดะฮฺนั้นถือว่าเป็นเงื่อนไขหลักของการได้มาซึ่งการตอบแทนจากอัลลอฮฺ (หมายถึงอัลลอฮฺจะทรงพิจารณาถึงความบริสุทธิ์ใจในการประกอบอิบาดะฮฺของบ่าว)

3. เราะมัตของอัลลอฮฺ ซึ่งพระองค์จะให้อภัยต่อบาปต่างๆ ที่ผ่านมาแก่ผู้ที่ดำรงละหมาดในค่ำคืนเดือนรอมฎอน

 
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #22 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 05:05:22 pm »
หะดีษบทที่ 20
ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในเดือนรอมฏอน






عَنْ اِبْنِ عَبَّاسٍ رَضِىَ اللهُ عَنْهُماَ قَالَ : كاَنَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ  عَلَيْهِ وَسَلَّمِ أَجْوَدَ النَّاسِ ، وَكاَنَ أَجْوَدُ ماَ يَكُوْنُ فِيْ رَمْضاَنَ حِيْنَ يَلْقَاهُ جِبْرِيْلُ . وَكاَنَ يَلْقاَهُ جِبْرِيْلُ فِيْ كُلِّ لَيْلَةٍ مِنْ رَمْضاَنَ فَيَداَرَسُهُ القُرْآنَ ، فَلَرَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ  عَلَيْهِ وَسَلَّمِ حِيْنَ يَلْقاَهُ جِبْرِيْلُ أَجْوَدُ بِالْخَيْرِ مِنَ الرِّيْحِ الْمُرْسَلَةِ





ความว่า

จากอิบนุ อับบาส เราะฏิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า “ท่านรอซูลเป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่สุด (ในการให้ทาน) และท่านยังเป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างที่สุดในเดือนรอมฏอน ขณะที่ท่านพบกับญิบรีล และท่านญิบรีลจะพบกับท่านรอซูลทุกค่ำคืนของเดือนรอมฏอน เพื่อสอนอัลกุรอาน แท้จริงแล้วท่านรอซูลขณะที่ท่านญิบรีลพบกับท่านนั้น ท่านจะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ด้วยการทำความดียิ่งกว่าสายลมที่หอบพัดเสียอีก”   (บันทึกโดยบุคอรี 6 และมุสลิม 2308)





คำอธิบายหะดีษ

ท่านอิบนุหะญัร อัล-อัสเกาะลานีย์ กล่าวว่า “อัล-ญูด” เป็น ความเอื้อเฟื้อในความหมายทางศาสนา คือ การให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เหมาะสมแก่คนที่มีสิทธิในสิ่งนั้น ซึ่งจะมีความหมายกว้างกว่าการให้ทาน (เศาะดะเกาะฮ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดือนรอมฏอนเป็นฤดูแห่งการประกอบคุณความดี เพราะอัลลอฮจะประทานความโปรดปรานลงมาแก่บ่าวของพระองค์อย่างมากมายในเดือนนี้

ท่านอัซ-ซัยน์ บิน อัลมุนีร์ กล่าวว่า ลักษณะการเปรียบเทียบระหว่างความเอื้อเฟื้อของท่านรอซูลลุลอฮด้วยความดีงามและความเอื้อเฟื้อของลมรำเพยลมในที่นี้ก็คือ ลมแห่งความโปรดปรานที่อัลลอฮประทานไว้ในการลงฝนทั่วฟ้า อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ฝนตกลงมาบนพื้นดินทั้งที่แห้งแล้งหรืออุดมสมบูรณ์ ซึ่งหมายถึง ความดีงามของท่านรอซูลจะครอบคลุมถึงคนที่มีความขัดสนและร่ำรวย ซึ่งมีมากกว่าฝนตกที่เกิดจากลมแรง (ฟัตฮุลบารีย์ 4/611)

อิหม่ามอันนะวะวีย์ กล่าวว่า ในหะดีษดังกล่าวนั้นมีข้อคิดอยู่หลายประการ เช่น

- ส่งเสริมให้ความเอื้อเฟื้ออยู่ตลอดเวลา
- ให้เพิ่มความเอื้อเฟื้อในเดือนรอมฏอน
- อยู่ร่วมกับผู้ที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
- ให้มีการเยี่ยมเยียนผู้ที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
- สุนัตให้อ่านอัลกุรอานในเดือนรอมฏอนมากๆ
- หลักฐานชี้ให้เห็นว่าอัลกุรอานถูกประทานลงมาในเดือนรอมฏอน





บทเรียนจากหะดีษ

1. แบบอย่างของท่านรอซูลในหะดีษนี้ก็คือ การมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อในการใช้จ่ายในหนทางของอัลลอฮ

2. ท่านมีจิตที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่เกินกว่าผู้คนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนรอมฏอนขณะที่ท่านญิบริลพบกับท่านรอซูลในทุกคืน

3. เชิญชวนประชาชาติมุสลิมทุกคนให้มีความเอื้อเฟื้อเพื่อ เจริญรอยตามแบบอย่างของท่านรอซูลและหวังเพื่อได้รับผลบุญเท่าทวีคูณ

4. ส่งเสริมให้มีการศึกษาอัลกุรอาน ในเดือนรอมฏอนโดยการสลับการอ่านและฟัง ขณะเดียวกันส่งเสริมให้มีการตะดับบุร (ใคร่ครวญ) ในขณะอ่านอัล-กุรอาน

5. อัลกุรอานและรอมฏอนได้ปลูกฝังบุคลิกภาพมุสลิมเพื่อให้มีจิตใจที่เอื้อเฟื้อและใช้จ่ายในหนทางของอัลลอฮ

6. ความประเสริฐของการมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อและการให้ทาน (เศาะดะเกาะฮ)

7. การมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อยิ่งของท่านรอซูลนั้นเปรียบ เสมือนลมรำเพย









บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #23 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 05:18:13 pm »
หะดีษบทที่ 21
ความประเสริฐของการอ่านอัลกุรอานในเดือนรอมฏอน




عَنْ عاَئِشَةَ قَالَتْ : لاَ أَعْلَمُ رَسُوْلَ اللهِ صَلَّى اللهُ  عَلَيْهِ وَسَلَّمِ قَرَأَ القُرْآنَ كُلُّهُ فِيْ لَيْلَةٍ وَلاَ قاَمَ لَيْلَةً حَتَّى الصَّباَحِ وَلاَ صاَمَ شَهْراً كاَمِلاً قَطُّ غَيْرَ رَمَضاَنَ  
   





คำอธิบายหะดีษ

ส่งเสริมให้อ่านอัลกุรอานอย่างสม่ำเสมอ และละหมาดในยามกลางคืนนั้นส่งเสริมให้กระทำทุกค่ำคืนในเวลา 1/3 สุดท้ายของคืน แต่เนื่องจากรอมฏอนนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความบะเราะกะฮ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดือนดังกล่าวเป็นเดือนแห่งการประทานอัลกุรอานแก่ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านรอซูลได้อ่านอัลกุรอานหนึ่งเที่ยวจบ (เคาะตัม) ภายในคืนเดียวเท่านั้น อาจเป็นไปได้ว่าท่านอ่านในขณะละหมาดกิยามุลลัยล์ ซึ่งท่านได้ปฏิบัติตั้งแต่ตอนค่ำจนถึงหัวรุ่งขณะที่ในตอนกลางวันนั้นท่านรอซูลได้ถือศีลอดเป็นเวลา 1 เดือน  การศิยาม (ถือศีลอด) การกิยาม (ละหมาดกลางคืน) และการอ่านอัลกุรอาน ทั้งสามประการนี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเดือนรอมฏอน เพื่อให้ได้มาซึ่งความประเสริฐและความบะเราะกะฮ อันมากมาย





บทเรียนจากหะดีษ

1. ความประเสริฐของการอ่านอัลกุรอาน การถือศีลอดและการกิยามุลลัยล์ในเดือนรอมฎอน เพราะการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นแบบอย่างของท่านรอซูล

2. ท่านรอซูลอ่านอัลกุรอานและดำรงการละหมาดในเดือนรอมฎอนอย่างเคร่งครัด

3. ส่งเสริมให้อ่านอัลกุรอานให้จบเท่าที่สามารถจะทำได้ เพราะอัลกุรอานถูกประทานลงมาในเดือนดังกล่าว

4. เวลาในการอ่านอัลกุรอานที่ดีที่สุดคือ เวลากลางคืน

5. หะดีษข้างต้นได้กล่าวถึงความประเสริฐของกิยามุลลัยล์ในเดือนรอมฎอน

6. การอ่านอัลกุรอาน การกิยามุลลัยล์ และการถือศีลอดในตอนกลางวันของรอมฎอน การงานทั้งสามอย่างนั้นจะเป็นเบ้าหลอมในการสร้างบุคลิกภาพและจิตวิญญาณของมุสลิม
 
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #24 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2010, 05:27:47 pm »
หะดีษบทที่ 22
ศีลอดและอัลกุรอานสามารถช่วยเหลือท่านได้






عَنْ عَبْدِاللهِ بْنِ عُمْرِو بْنِ العاَصِ رَضِىَ اللهُ عَنْهُماَ : أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ  عَلَيْهِ وَسَلَّمِ قاَلَ : الصِّياَمُ وَالْقُرْآنُ يَشْفَعاَنِ لِلْعَبْدِ يَوْمَ القِياَمَةِ . يَقُوْلُ الصِّياَمُ : أَىْ رَبِّ مَنَعْتُهُ الطَّعاَمَ وَالشَّهَواَتِ بِالنَّهاَرِ فَشَفَّعْنِى فِيْهِ وَيَقُوْلُ القُرْآنُ : أَىْ رَبِّ مَنَعْتُهُ النَّوْمَ بِالْلَيْلِ فَشَفَّعْنِى فِيْهِ . قاَلَ فَيُشَفَّعاَنِ





ความว่า

จากอับดุลลาฮฺ บิน อัมรู (บินอัล-อาศ)เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “การถือศีลอดและอัลกุรอานจะให้ความช่วยเหลือแก่บ่าวในอาคิเราะห์ ศีลอดจะกล่าวว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน! ฉันทำให้เขาต้องอดอาหารและอดทนจากอารมณ์ใฝ่ต่ำในตอนกลางวัน ดังนั้น (อนุญาต) ให้ฉันให้ความช่วยเหลือแก่เขาเถิด”และอัลกุรอานกล่าวว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน! ฉันทำให้เขาต้องอดหลับอดนอนในตอนกลางคืน ดังนั้น (อนุญาต) ให้ฉันให้ความช่วยเหลือแก่เขาเถิด” ท่านรอซูล กล่าวว่า จากนั้นทั้งสองก็ได้รับอนุญาตจากอัลลอฮฺเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เขา”(ผู้ที่ถือศีลอดและอ่านอัลกุรอาน)   (บันทึกโดยอะห์มัด 2/174 อัตเตาะบะรอนี มัจญ์มะอฺ อัซซะวาอิด 3/1818: ริญาล อัตเตาะบะรีย์ ริญาลุ อัศ-เศาะหี๊ห์)




บทเรียนจากหะดีษ

1. หะดีษนี้อธิบายถึงความประเสริฐของการถือศีลอดและการอ่านอัลกุรอาน

2. การถือศีลอดของบ่าวนั้น ก็เพื่อที่เขาจะได้มีความอดทนจากการกิน การดื่ม และควบคุมอารมณ์ใฝ่ต่ำ เนื่องจากแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺ

3. การอ่านอัลกุรอานทำให้บ่าวของอัลลอฮฺมีความอดทนจากการหลับนอนในยามค่ำคืน เพื่อใช้เวลาในการอ่านอัลกุรอาน ทำความเข้าใจเนื้อหาและท่องจำด้วยความซาบซึ้ง

4. อัลลอฮฺทรงอำนาจในการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่นอกเหนือกฏธรรมชาติ เช่น การถือศีลอดและอัลกุรอานสามารถพูดกับอัลลอฮฺได้

5. ไม่มีผู้ใดมีอำนาจและสามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่บ่าวของพระองค์ นอกจากจะได้รับการอนุมัติจากพระองค์

6. ใช้ให้ถือศีลอดและอ่านอัลกุรอานอย่างเต็มความหมาย พร้อมกับรักษามารยาทในขณะอ่านอัลกุรอานเพื่อได้รับความช่วยเหลือในอาคิเราะฮฺ

7. เวลาที่ประเสริฐที่สุดในการอ่านอัลกุรอานคือ เวลากลางคืน

8. ใช้ให้ระลึกถึงอาคิเราะฮฺ และความน่าสะพรึงกลัวของอาคิเราะฮฺ พร้อมกับให้เตรียมความพร้อมสำหรับวันนั้น
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #25 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 06:42:33 am »
ไม่มีฟีดแบ็คบ้างเลยหรอ อยากฟังฟีดแบ็คบ้างครับ ว่าเป็นไงกันบ้าง
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #26 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 06:58:56 am »
อัสสะลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮฺ

เนื่องจากช่วงนี้ (นับแต่วันนี้เป็นต้นไป) กระผมซึ่งเป็นผู้นำเสนอข้อมูล (หลักอย่างเป็นทางการ) ของกระทู้นี้มีภารกิจค่อนข้างยุ่งเป็นระยะเวลาติดต่อกันยาวนานประมาณ 1 เดือนเต็ม ๆ (หรือมากกว่านั้น) ทำให้ไม่สามารถที่จะมานำเสนอข้อมูลอย่างต่อเนื่องได้ จึงขอยุติการนำเสนอข้อมูลในกระทู้นี้เป็นการชั่วคราวเท่าที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ และขอมะอาฟพี่น้องจากใจจริงมา ณ โอกาศนี้ครับ

อนึ่ง ถ้ามีพี่น้องท่านใดจะช่วยมาสานต่อเจตนารมณ์โดยการเข้ามาช่วยกันนำเสนอข้อมูลในกระทู้ ก็จะเป็นการดีอย่างยิ่งเลยครับ ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนความดีแก่พี่น้องทุกคนครับ

วัสสะลาม
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1728
Re: 40 หะดีษ เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอน | |
« Reply #27 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2010, 11:05:45 pm »
อัสสะลามุอะลัยกุม

พอดีมีโอกาสได้เข้าเว็บบอร์ด
มีเรื่องแจ้งให้ีพี่น้องทราบว่า 40 หะดีษเกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอนที่ผมนำเสนอ (และต้องขอยุติการนำเสนอด้วยเหตุจำเป็น) นั้นมีให้ดาวน์โหลดเป็นหนังตามลิ้งค์ที่ผมทำไว้ให้ในข้อความที่ 2 ของกระทู้ และตอนนี้ทางเว็บอิสลามเฮาส์ดอทค็อม ก็ได้นำมาลงเว็บโดยแยกเ็ป็นบทความ บทความละ 1 หะดีษแล้วนะครับ
ดังนั้นพี่น้องท่านใดที่อยากเรียนรู้หะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เกี่ยวกับเดือนเราะมะฎอนก็สามารถเข้าไปอ่านกันได้นะครับที่เว็บ www.islamhouse.com ครับ และต้องขอมะอาฟพี่น้องอีกครั้งที่ไม่สามารถนำเสนอข้อมูลให้ต่อเนื่องได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2010, 11:07:24 pm โดย اللقاء الكبرى »
บันทึกการเข้า
 

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML