ผู้เขียน หัวข้อ: ๑๐ วิธีเตรียมความพร้อม ต้อนรับรอมฎอน  (อ่าน 4340 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ abuHafs

  • *
  • กระทู้: 86
10 วิธี  เตรียมความพร้อม...ต้อนรับรอมฎอน




คำนำจากผู้เรียบเรียง
อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ด้วยความช่วยเหลือจากเอกองค์อัลลอฮฺ   ที่ทำให้หนังสือเล่มเล็กๆเล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี หนังสือ 10 วิธี เตรียมความพร้อม...ต้อนรับรอมฎอน ที่ท่านกำลังถืออยู่นี้เป็นการสรุปบทเรียนเพียงบางส่วนที่ผู้เรียบเรียงได้รับจากการฟังบรรยายศาสนธรรมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับเดือนรอมฎอนของท่านเชคริฎอ อะหฺมัด สมะดี ที่ท่านได้บรรยายไว้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2547 ซึ่งถือว่าเป็นการบรรยายที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เรียบเรียงเป็นอย่างยิ่ง จึงอยากจะนำเสนอให้กับพี่น้องได้ใช้เป็นข้อคิดและข้อตักเตือน เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมสู่การต้อนรับเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
การเรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ เป็นการสรุปการบรรยายตามความเข้าใจและตามความสามารถทางภาษาเขียนอันจำกัดของผู้เรียบเรียง บางครั้งการถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรอาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์และมีข้อผิดพลาด ก็ขอน้อมรับการท้วงติงจากพี่น้องทุกๆท่านและต้องขออภัยต่อผู้อ่านมา ณ ที่นี้ด้วย นอกจากนี้ผู้เรียบเรียงได้เพิ่มเติมสาระและนำเนื้อหาบางส่วนของบทความชื่อวิธีต้อนรับรอมฎอนซึ่งมีผู้ถอดจากคำบรรยายของเชคฯในหัวข้อดังกล่าวมาเสริมไว้ด้วยเพื่อทำให้เนื้อหาสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ขอให้อัลลอฮฺทรงตอบแทนความดีงามให้กับเชคริฎอและผู้มีส่วนร่วมในหนังสือเล่มนี้ทุกๆท่าน
ขอให้พี่น้องทุกท่านเตรียมตัวต้อนรับการมาเยือนของเดือนรอมฎอนอย่างเต็มความสามารถ ขอให้อัลลอฮฺทรงให้พวกเราประสบความสำเร็จในเดือนรอมฎอนนี้และในชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ และขอให้พระองค์ทรงให้เราประสบซึ่งชัยชนะให้วันแห่งการตอบแทนและได้เข้าสู่สวนสวรรค์ชั้นฟิรเดาซฺโดยพร้อมเพรียงกันด้วยเถิด อามีน...


########




โดยปกติแล้วคนเราก่อนจะทำงานหนึ่งงานใดก็ต้องมีการเตรียมพร้อม จะกินข้าวก็ต้องเตรียมตังไปซื้อหรือเข้าครัว จะสอบก็ต้องดูหนังสือ  แต่น่าเสียดายว่าการงานที่จะนำไปสู่ความพึงพอพระทัยจากอัลลอฮฺ  หรือเรื่องราวที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงนั่นคือเรื่องราวของสัจธรรมอิสลาม เรามักจะเฉยเมย เฉื่อยชา ไม่ค่อยอยากจะศึกษา ไม่สนใจ เหมือนกับเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว เราก็มักจะเผลอเรอหรือไม่เห็นความสำคัญ รู้สึกตัวอีกทีก็ผ่านไปแล้วครึ่งค่อนเดือน ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยรอมฎอนก็จะจากไปเสียแล้ว เป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

เมื่อพูดถึงความประเสริฐของเดือนรอมฎอน พวกเราส่วนมากก็คงรู้หรือเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่าเดือนนี้เป็นเดือนแห่งการประทานอัลกุรอาน เป็นเดือนแห่งการอภัยโทษ เดือนแห่งการทำความดี เดือนแห่งการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิต แต่ก็อย่างว่า ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับความยิ่งใหญ่และความประเสริฐของเดือนรอมฎอนนี้ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นให้มุสลิมอย่างเราขับเคลื่อนหรือทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะนำไปสู่ผลตอบแทนที่พระองค์อัลลอฮฺ   ได้ทรงสัญญาไว้ เรารู้ว่ารอมฎอนเป็นเดือนแห่งการทำความดี แต่เราก็ไม่สามารถทำความดีได้อย่างสม่ำเสมอ เรารู้ว่ารอมฏอนเป็นเดือนแห่งการประทานอัลกุรอาน แต่พอกลับมาดูชีวิตของเราก็จะพบว่าอัลกุรอานมีผลกับชีวิตของเราในเชิงปฏิบัติน้อยมาก เรารู้ว่ารอมฎอนเป็นเดือนแห่งการอภัยโทษอันมากมายแต่หัวใจของเราก็ไม่ค่อยโหยหาซึ่งการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ  เหมือนกับเรายังไม่ตระหนักอย่างจริงจังว่าความชั่วที่เราได้สะสมไว้นั้นเพียงพอที่จะทำให้เราเข้านรกได้อย่างสบาย  เราจะเตรียมตัวอย่างไรให้รอมฎอนปีนี้มีผลกระทบกับชีวิตของเราให้ได้มากที่สุด เราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้เดือนรอมฎอนซึ่งเป็นแขกประจำปีของเราสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเราให้ได้ เปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพและลักษณะนิสัยต่างๆของเราสู่การเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริงตามที่พระองค์อัลลอฮฺ  ทรงต้องการ

มุสลิมเราบางคนเตรียมตัวต้อนรับรอมฎอนด้วยการประดับประดามัสยิดหรืออาคารบ้านเรือนด้วยดวงไฟหลากสีอย่างสวยสดงดงาม บางคนก็เตรียมโครงการรอมฎอนของเขาด้วยเมนูอาหารอันหลากหลาย แต่จะมีสักกี่คนเชียวที่เตรียมพบกับรอมฎอนด้วยการวางแผนการศึกษาอัลกุรอาน วางแผนการทำความดี หรือเตรียมพร้อมหัวใจของเขาก่อนการมาเยือนของรอมฎอนด้วยการเรียนรู้บทบัญญัติข้อใช้ข้อห้ามต่างๆ ตลอดจนความหมายอันลึกซึ้งและจุดประสงค์ในการถือศีลอด เราควรเปลี่ยนมุมมองของเราต่อเดือนอันประเสริฐนี้ จริงอยู่ที่ว่าอาหารการกินนั้นสำคัญต่อเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งรอมฎอนของเรานั้นมีแต่ของกินอย่างเดียว เรื่องอื่นๆเช่นว่าเราจะทำความดีอะไรบ้าง จะละหมาดอย่างไรให้คุชัวะอฺ จะบริจาควันละเท่าไหร่ หรืออะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย เราก็ควรที่จะกลับมาใช้เวลาสักช่วงหนึ่งนั่งคิดนั่งไตร่ตรองและวางแผนการในสิ่งเหล่านี้  การเตรียมพร้อมของเราในเรื่องเกี่ยวกับวัตถุนั้นไม่เพียงพอเสียแล้วและไม่สามารถที่จะทำให้เราบรรลุถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในเดือนรอมฎอนนี้ได้ หากเรารับรู้และตะหนักว่าเดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งการอภัยโทษในบาปต่างๆที่ผ่านมาทั้งหมดแล้ว เราก็คงต้องลดการให้ความสำคัญกับการประดับตกแต่งมัสยิดหรือเตรียมเมนูอาหารไปสู่การเตรียมพร้อมเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งการตอบแทนจากอัลลอฮฺ  และการได้รับการอภัยโทษในบาปต่างๆ ของเราอย่างแน่นอน 

แล้วมีวิธีการอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราสามารถปฏิบัติภารกิจในเดือนรอมฎอนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมกับความยิ่งใหญ่ของเดือนอันเกียรติยศนี้ ??....................




ﺙﺙﺙﺙﺙﺙﺙ ﺙﺙﺙﺙﺙﺙﺙ ﺙﺙﺙﺙﺙﺙﺙ











1. ปรับเปลี่ยนมุมมอง...






   สิ่งแรกที่จะช่วยทำให้เรามีกำลังใจและมีความกระตือรือร้นในการทำความดีในเดือนรอมฎอนได้นั้นก็คือการปรับความรู้สึกและมุมมองของเราที่มีต่อเดือนนี้   ลองถามตัวเองดูสิว่าเรามีความรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ข่าวว่าเดือนรอมฎอนกำลังใกล้เข้ามาแล้ว? แต่ละคนก็จะมีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป บางคนก็ดีใจ บางคนก็ตกใจ บางคนรู้สึกเฉยๆ  พฤติกรรมและการกระทำของแต่ละคนจะเป็นเครื่องแสดงว่าเขามีความรู้สึกอย่างไรต่อเดือนรอมฎอน..

หากเรามีเพื่อนรักคนหนึ่งที่จากกันเกือบปี พอถึงเวลาที่เพื่อนคนนี้จะมาเยี่ยม เราก็ต้องเตรียมตัวต้อนรับ พอพบเจอกันเข้าก็ต้องทักทาย หากอยากรู้ว่าเรากับเพื่อนคนนี้มีความผูกพันสนิทสนมกันมากแค่ใหน ก็สามารถสังเกตได้จากลักษณะการทักทาย บางคนก็โอบกอดดีใจ บางคนก็แค่จับมือ บางคนก็เพียงแค่ส่งยิ้ม  เช่นกัน รอมฎอนมานานทีปีหน เราเองก็จะรู้ตัวเองดีว่ามีความรู้สึกผูกพันใกล้ชิดกับดือนรอมฎอนมากน้อยแค่ไหน  ถ้าหากมีความสนิทสนมกับเดือนรอมฎอนมากเราก็จะตื่นเต้นดีใจเป็นพิเศษที่จะได้มีโอกาสถือศีลอดอีกครั้งหนึ่ง มีความกระตือรือร้นในการที่จะสะสมความดี มีความสุขที่จะได้ศึกษาอัลกุรอานได้ละหมาดตะรอเวียะฮฺ  และจะเตรียมทั้งร่างกายและจิตใจให้พร้อมเพื่อต้อนรับการมาเยือนของเดือนนี้ บางคนเตรียมถึงขั้นจะเดินจะนั่งอย่างไรให้มีผลบุญ ตรงกันข้ามคนที่ไม่ค่อยสนิทสนมกับเดือนรอมฎอน เมื่อเดือนนี้มาเยือนอีกครั้งก็จะรู้สึกเฉยๆ เฉี่อยๆ ไม่กระตือรือร้นที่จะเตรียมทำความดี บางคนไม่อยากให้เดือนรอมฎอนมาเสียด้วยซ้ำเพราะรู้ว่าจะต้องอดข้าวอดน้ำอีกแล้ว หากใครมีความรู้สึกเช่นนี้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องปรับมุมมองเป็นการด่วน แล้วเราจะกระตุ้นความรู้สึกอยากที่จะทำความดีในเดือนนี้ได้อย่างไร?  มีฮะดีษบทหนึ่งรายงานโดยท่านอิมามบุคอรียฺและมุสลิมท่านทั้งสองได้รายงานไว้ว่า...

 
จากท่าน อบูฮุร็อยเราะฮฺ  เล่าจากท่านรอซูล  ท่านได้กล่าวว่า...
 “ผู้ใดที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนด้วยศรัทธามั่น (ในอัลลอฮฺ) และมุ่งหวังในผลตอบแทน (จากอัลลอฮฺ) เขาจะได้รับการอภัยจากความผิดบาปที่ผ่านมาของเขา ”

ซุบฮานัลลอฮฺ! เพียงแค่รู้ว่าความผิดบาปทั้งหลายของเราจะได้รับการอภัยจากพระผู้ทรงเมตตาก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เราขยันขันแข็งในการทำอิบาดะฮฺต่อพระองค์ เราลองหันกลับมาตรวจสอบชีวิตของเราเสียหน่อยว่า ตั้งแต่วันแรกที่เราบรรลุศาสนภาวะจนถึงวันนี้ ความผิดบาป ความชั่วที่เราได้สะสมมามีมากน้อยเพียงใด?  ลองหยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาแล้วเขียนความผิดของเราลงบนกระดาษดูสิ เขียนให้หมดทุกความผิดที่เราเคยทำมากเท่าที่เราจะนึกได้ หากเรามีความซื่อสัตย์ต่อตัวเองจริงก็จะพบว่าความผิดของเรามันช่างมากมายเหลือเกิน ความชั่วต่างๆที่เราเคยทำไว้กับใครต่อใคร ความผิดที่เราเคยทำไว้กับพ่อแม่ของเรา พี่น้องของเรา เพื่อนๆของเรา  สายตาที่เคยทรยศต่ออัลลอฮฺ แอบมองสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม เท้าที่เคยเดินไปทำในสิ่งที่ไม่ดี ปากที่เคยนินทาว่าร้ายคนอื่น มือที่เคยแอบขโมยของของใครไว้ หูที่เคยฟังเพลงหรือสิ่งไร้สาระ เหล่านี้ล้วนเป็นความผิดที่เราจะต้องไปรับผิดชอบต่ออัลลอฮฺทั้งสิ้น  แล้วจะมีการงานไหนอีกเล่าที่จะมาช่วยลบล้างความชั่วร้ายต่างๆที่เราได้ทำไว้ ถ้าไม่ใช่การถือศีลอดด้วยความศรัทธามั่นและหวังผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ   เพียงพระองค์เดียว.

เดือนรอมฎอนเปรียบเสมือนห้างลดกระหน่ำที่กำลังรอมุมินผู้ศรัทธาเข้าไปจับจ่ายใช้สอยขยันหมั่นเพียรในการทำความดีทุกรูปแบบ การตอบแทนที่เพิ่มเท่าทวีคูณ ผลบุญที่คอยเราอยู่อย่างมากมายมหาศาลซึ่งไม่มีเดือนใดเทียบเท่า หากรู้อย่างนี้แล้วเรายังจะปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือไปได้อีกหรือ? ดังนั้นสิ่งเริ่มแรกที่เราควรจัดการกับตัวเองก่อนที่เดือนรอมฎอนอันประเสริฐจะมาเยือนเรานั่นคือการปรับเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติของเราที่มองว่าเดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งความยากลำบากมาสู่ความศรัทธามั่นว่าเดือนนี้เป็นเดือนแห่งทางนำ  เดือนแห่งความจำเริญ เดือนแห่งความดีงาม เดือนแห่งการขัดเกลา การเปลี่ยนแปลง ความเมตตา และการอภัยโทษจากเอกองค์อัลลอฮฺ   ผู้ทรงยิ่งในความเมตตา ผู้ทรงกรุณาปราณีเสมอ...



ﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕ ﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕ ﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕﻕ







จากท่านอบูสะอี๊ด อัลคุดรียฺ   ได้ฟังท่านรอซูล   กล่าวว่า

“ ผู้ใดที่ถือศีลอดหนึ่งวันด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺ พระองค์จะทรงทำให้เขาห่างไกลจากไฟนรกถึงระยะทางเท่ากับเจ็ดสิบฤดูกาลในการเดินทาง ”

รายงานโดยอัลบุคอรียฺและมุสลิม







2. มีความหึงหวง...



   


ความหึงหวงในที่นี้คือความรู้สึกหวงแหนในผลตอบแทนที่บรรดาผู้ศรัทธาจะได้รับจากการขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติอิบาดะฮฺในเดือนรอมฎอน บรรดาผู้ศรัทธาทั่วทุกมุมโลกต่างขยันขันแข็งและแข่งขันกันในการทำความดีในเดือนนี้ แล้วเราขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่?  เรากำลังรีรออะไรอีกหรือ?  หากเราลองจินตนาการดูว่า บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายต่างได้รับความเมตตาจากอัลลอฮฺ  กันหมดแล้ว เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ของเรา ทุกคนพากันทยอยเข้าสู่สวรรค์ของอัลลอฮฺกันไปหมดแล้ว เหลือแต่เราที่ยังชักช้าและยังไม่สนใจต่อคำเรียกร้องของอัลลอฮฺ  เราจะยอมได้หรือ?  เราไม่มีความหึงหวงในสวนสวรรค์ที่อัลลอฮฺ  จะประทานให้กับบรรดาผู้ที่พากเพียรบ้างหรือ? หรือเราไม่อยากที่จะเป็นผู้หนึ่งที่พระองค์อัลลอฮฺ  จะทรงปลดปล่อยออกจากขุมนรกในทุกค่ำคืนของเดือนรอมฎอนอันประเสริฐนี้ ดังเช่นฮะดีษบทหนึ่งที่บันทึกโดยท่านอิมามอัตติรมิซียฺ เชคอัลบานียฺกล่าวว่าเป็นฮะดีษซอเฮียะฮฺ
 

จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ  เล่าจากท่านรอซูล   ท่านได้กล่าวว่า
  “ เมื่อคืนแรกของเดือนรอมฎอนมาถึง เหล่าชัยฎอนและญินที่ชั่วช้าทั้งหลายจะถูกมัด ประตูทั้งหลายของนรกจะถูกปิดตรึง ไม่มีประตูใดของมันที่ถูกเปิดอยู่เลย ในขณะที่ประตูทั้งหลายของสวรรค์จะถูกเปิดอ้า ไม่มีประตูใดๆ เลยของมันที่ถูกปิด และจะมีผู้ที่ป่าวประกาศเรียกร้องว่า ‘โอ้ผู้ที่ขวนขวายความประเสริฐ จงรีบมาเถิด โอ้ผู้ที่ขวนขวายความชั่วช้า จงหยุดเถิด’ และสำหรับอัลลอฮฺ  นั้นมีผู้ที่พระองค์จะทรงปลดปล่อยพวกเขาจากนรก สิ่งเหล่านั้น (การเรียกร้องและการปลดปล่อย) จะเกิดขึ้นทุกค่ำคืน (ของรอมฏอน) ”

ท่านรอซูล  ได้แจ้งแก่เราว่าพระองค์อัลลอฮฺ  จะทรงปลดปล่อยบ่าวของพระองค์จากขุมนรกทุกๆค่ำคืนของรอมฎอน การที่จะได้รับความเมตตานี้ไม่ใช่ของฟรีที่พระองค์จะประทานให้กับใครก็ได้ แน่นอนคนที่ไม่เคยแม้แต่จะละหมาดฟัรฎูก็อย่าหวังเลยว่าจะได้รับการปลดปล่อยจากนรก อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเสนอตัวเองในการทำความดี ขยันทำอิบาดะฮฺที่เป็นฟัรฎูและซุนนะฮฺต่างๆ คนที่ตอบรับพระองค์เท่านั้นที่จะมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากพระองค์
หากเรายังเป็นผู้หนึ่งที่ยังไม่รู้จักหวงแหนต่อสวนสวรรค์ของอัลลอฮฺ   แล้วไซร้ เราคงไม่มีความต้องการที่จะทำความดีใดๆได้อีกแล้วในเดือนรอมฎอนนี้ จะมีอะไรอื่นอีกหรือนอกจากสวรรค์ที่จะสามารถเป็นพลังผลักดันให้พวกเราขยันทำความดีได้ เพราะจุดหมายสูงสุดที่บรรดาผู้ศรัทธาต่างหมายปองนั่นคือสรวงสวรรค์ของอัลลอฮฺ  สถานที่ที่บรรดาผู้แข็งขันกันทำความดีเพื่อพระองค์เท่านั้นที่มีสิทธิจะได้ครอบครอง....



ﺵﺵﺵﺵﺵﺵ ﺵﺵﺵﺵﺵﺵ ﺵﺵﺵﺵﺵﺵ

















จากท่านสะฮฺลิ อิบนุ สะอฺดิ   ได้ฟังจากท่านรอซูล  ท่านได้กล่าวว่า     

“   แท้จริง ในสวรรค์นั้นมีประตูหนึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘อัรฺร็อยยาน’ ในวันกิยามะฮฺผู้ถือศีลอดจะเข้าสวรรค์จากประตูนี้ ไม่มีผู้ใดสักคนเข้าจากประตูนี้นอกจากพวกเขา จะมีเสียงถามขึ้นมาว่า ‘ไหนเล่าบรรดาผู้ถือศีลอด?’ แล้วพวกเขาก็จะยืนขึ้น ไม่มีผู้ใดสักคนเข้าจากประตูนี้นอกจากพวกเขา เมื่อพวกเข้าไปหมดแล้ว ประตูนี้ก็จะถูกปิด จึงไม่มีผู้ใดได้เข้าไปจากประตูนี้อีกนอกจากพวกเขา’  มีสำนวนเพิ่มเติมจากอิบนุมาญะฮฺว่า ‘ผู้ใดที่ได้เข้าจากประตูนี้ เขาจะไม่กระหายอีกเลยชั่วนิรันดร์’ ”

รายงานโดยอัลบุคอรียฺ มุสลิม และอิบนุมาญะฮฺ







3. แสวงหาความสุข...






การมีความสุขในการทำอิบาดะฮฺต่อเอกองค์อัลลอฮฺ   เป็นสิ่งที่บรรดาผู้ศรัทธาต่างถวิลหา  นั่นก็เพราะว่าการมีความสุขในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ   นั้นเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ว่าคุณค่าของอิบาดะฮฺในชีวิตของเรามีมากน้อยแค่ไหน  ยิ่งเรามีความสุขในการทำอิบาดะฮฺมากเท่าไหร่  ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเราเอาใจใส่กับการอิบาดะฮฺและมีความใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ   มากขึ้นเท่านั้น  ดังนั้นในขณะที่กำลังรอคอยการมาของเดือนรอมฎอนนี้ เราต้องเตรียมความพร้อมในการที่จะแสวงหาความสุขในการทำอิบาดะฮฺ ไม่ใช่เฉพาะแค่เดือนรอมฎอนเท่านั้น เราจำเป็นต้องพยายามให้ทุกๆการอิบาดะฮฺของเรานั้นเต็มไปด้วยความสุข เดือนนี้นับว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ฝึกฝนการทำความดีในทุกรูปแบบครบวงจรตั้งแต่ถือศีลอด ละหมาด บริจาค หรือบางคนก็มีโอกาสไปทำอุมเราะฮฺอีกด้วยซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่งการอิบาดะฮฺอย่างแท้จริง   หากถามว่าการถือศีลอด การยืนละหมาดนานๆ ทำให้เรามีความสุขตรงไหน? การที่เราหิว กระหาย เมื่อย เหนื่อย ไม่ใช่ความทุกข์หรอกหรือ?  ใช่ ตามความคิดของคนทั่วไปมันคือความทุกข์ แต่ด้วยสิ่งที่เราเรียกว่าความทุกข์นี้ สิ่งที่เราเรียกว่าความหิว ความเมื่อยนี่แหละที่จะสร้างความสุขขึ้นมาได้ เราเคยทำอะไรให้ใครสักคนหรือช่วยทำงานอะไรสักอย่างให้คนที่เรารักไหม? ไม่ว่าจะเหนื่อย จะหนักแค่ไหนเราก็ยอมทำได้ เพราะเรารู้สึกสุขใจที่ได้ช่วย ดีใจที่ได้ทำเพียงเพื่อคนที่เรารัก เป็นความสุขที่มันงอกเงยมาจากความทุกข์ เช่นกัน ความหิว ความเหนื่อย ความลำบากในทางของอัลลอฮฺ หากเป็นความโปรดปรานของพระองค์เรามั่นใจว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุด เราขอน้อมรับ เรายอมทำได้ ความทุกข์เพียงเล็กน้อยแค่นี้เรายอมทนได้เพื่อแสดงออกถึงความรักต่ออัลลอฮฺ เป็นความกตัญญูของบ่าวผู้ต่ำต้อยที่มีต่อนายผู้สูงส่ง ซึ่งหากเปรียบเทียบความเมตตาอันมากมายที่พระองค์ทรงให้กับเรากับการอดทนเล็กๆน้อยๆนี้ ไม่สามารถเทียบได้เลย  ถามว่าการอดอาหารเพียงมื้อเดียวหรือที่เราเรียกว่าความทุกข์? การที่เรางดจากการพูดจานินทาใส่ร้ายหรือคือความทุกข์? การที่เราอดทนไม่ทำความชั่ว สำรวมตนให้เป็นคนดี นี่หรือคือความทุกข์?  การที่เรายืนละหมาดเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือที่เราบอกว่าเป็นความทุกข์? แล้วเวลาเราถ่างตาดูหนังดูละครดูฟุตบอลเป็นชั่วโมงๆ เล่นเกมส์หรือคุยโทรศัพท์เป็นชั่วโมงๆ หรือเสียเวลาให้กับอะไรต่อมิอะไรที่ไร้สาระเป็นวันๆ เรากลับไม่เรียกว่าความทุกข์ แต่กลับเรียกว่าเป็นการพักผ่อน เรียกว่าความบันเทิง ช่างน่าประหลาดใจเสียจริง  แท้ที่จริงแล้วการที่เราฝืนอารมณ์ใผ่ต่ำ เอาชนะความต้องการทางด้านร่างกายนั้นต่างหากที่เป็นการฝึกฝนและขัดเกลาบุคลิกภาพของเราให้เป็นคนที่แข็งแกร่ง เป็นคนที่สามารถเผชิญกับทุกปัญหาและทุกบททดสอบต่างๆที่เข้ามาในชีวิต เป็นสิ่งที่จะสร้างความนอบน้อมถ่อมตน ความอ่อนโยนของหัวใจ ความเห็นอกเห็นใจต่อพี่น้องผู้ยากไร้ เป็นจุดประสงค์อันสูงส่งและสูงสุดที่พระองค์อัลลอฮฺ   ทรงคาดหวังที่จะได้จากบ่าวของพระองค์ทุกคน นั่นก็คือความยำเกรงต่อพระองค์
ดังที่พระองค์ทรงตรัสในซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 183 ว่า..




              

ความว่า “ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย การถือศีลอดได้ถูกบัญญัติแก่พวกเจ้าแล้ว เช่นที่เคยถูกบัญญัติแก่บรรดาผู้คนก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้ยำเกรง ”

ความตักวายำเกรงคือเป้าหมายสูงสุดที่อัลลอฮฺ   ทรงประสงค์จากเรา ดังนั้นใครที่ถือศีลอด แต่ยังไม่งดเว้นจากการทำชั่ว ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆทั้งสิ้นที่จะอดอาหาร เพราะจะไม่มีการตอบแทนใดๆ นอกจากการหิว การกระหาย เหนื่อยฟรีเท่านั้น เลิกเสียทีกับการถือศีลอดที่ไม่มีคุณภาพ เลิกเสียทีกับการถือศีลอดที่ไม่ให้คุณค่าอะไรกับเราเลยเพียงแค่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลังรอมฎอนจากไปและความเหนื่อยความกระหายที่ไร้การตอบแทน เรามาเปลี่ยนแปลงคุณภาพของการถือศีลอดใหม่ให้ตรงตามมาตรฐานของท่านรอซูล   กันตั้งแต่รอมฎอนนี้กันเถิด

เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะปรับอิบาดะฮฺของเราให้เป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยความสุข สิ่งหนึ่งที่จะช่วยเราได้นั่นก็คือการปรับความอารมณ์รู้สึก   เมื่อเรารู้สึกหิวขณะถือศีลอดหรือรู้สึกเมื่อยขณะยืนละหมาดตะรอเวียะฮฺ หากเรามัวแต่คิดถึงอาหารที่จะละศีลอด หรือมัวแต่คิดว่าเมื่อไรจะได้พักได้นั่งเสียที ก็รับรองได้ว่าเราไม่มีทางมีความสุขได้อย่างแน่นอน นั่นก็เพราะว่าเราได้วางเป้าหมายไว้แล้วว่าต้องกินต้องพักถึงจะสบายและมีความสุข เราได้ผูกพันความสุขของเราไว้แล้วกับวัตถุ ก็ไม่แปลกที่ว่าสิ่งที่จะมาสร้างความสุขก็ย่อมมีเพียงแค่วัตถุเท่านั้น ถ้าหากไม่ได้กินไม่ได้นั่งพักก็ไม่สามารถทำให้เกิดความสุขได้ ตรงกันข้าม หากเราสามารถปรับความรู้สึก ความต้องการของเราให้ผูกพันกับอัลลอฮฺ  ได้ สามารถผูกพันความรู้สึกหิวกระหายความเมื่อยความเหนื่อย ไว้กับการรำลึกอัลลอฮฺ  แทนที่จะนึกถึงอาหารเมื่อเราหิว  ถ้าเรารำลึกถึงอัลลอฮฺ รำลึกว่าที่เมื่อยก็เพื่ออัลลอฮฺ ที่กระหายก็เพื่อพระองค์ ที่หิวก็เพราะต้องการผลตอบแทนจากพระองค์ ต้องการการอภัยโทษจากพระองค์ ต้องการสวรรค์ของพระองค์ แน่นอน ความสุขมันจะงอกเงยขึ้นมา เป็นความหอมหวานของอีมาน เป็นความสงบนิ่งที่บังเกิดขึ้นมาด้วยกับการรำลึกถึงพระผู้ทรงยิ่งใหญ่พระผู้ทรงเกรียงไกร  ไม่มีความสุขใดๆอีกแล้วในโลกนี้ที่จะลึกล้ำและหอมหวานมากไปกว่าความสุขที่ได้รับจากการเคารพภักดีต่อเอกองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุวะตะอาลา.....
            
“ บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ  พึงทราบเถิด!  ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้น ทำให้จิตใจสงบ ”
ซูเราะฮฺ อัรเราะอฺดฺ อายะฮฺที่ 28

ﺮﺮﺮﺮﺮﺮ ﺮﺮﺮﺮﺮﺮ ﺮﺮﺮﺮﺮﺮ ﺮﺮﺮﺮﺮﺮ





จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ   เล่าจากท่านรอซูล   ท่านได้กล่าวว่า...

“ การถือศีลอดนั้นเป็นโล่ป้องกัน ดังนั้น (เมื่อผู้ใดถือศีลอด) แล้ว เขาอย่าได้พูดจาหยาบโลนและอย่าได้ประพฤติเยี่ยงผู้ไร้จริยธรรม และหากแม้นมีผู้ใดต้องการทะเลาะเบาะแว้งหรือกล่าวด่าว่าร้ายเขา ก็ให้เขากล่าวแก่คนผู้นั้นว่า... ‘แท้จริงฉันถือศีลอด แท้จริงฉันถือศีลอด ’... ”

รายงานโดยอัลบุคอรียฺ









4. วิงวอนดุอาอฺ...






การวิงวอนขอดุอาอฺต่อเอกองค์อัลลอฮฺ   ให้เราประสบพบเจอกับเดือนรอมฎอน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสร้างบรรยากาศให้เรารู้สึกมีความอยากที่จะต้อนรับเดือนนี้ บรรยากาศในการต้อนรับเดือนรอมฎอนนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันจะช่วยเสริมสร้างความรู้สึกให้เรามีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น บรรดาบรรชนยุคแรกหรืออัสสลัฟุซซอและฮฺ ได้เฝ้ารอคอยการมาของเดือนนี้อย่างใจจดใจจ่อ พวกเขาได้ขอดุอาฮฺต่ออัลลอฮฺ   เป็นเวลาหลายเดือนก่อนการมาของรอมฎอนเพื่อให้เขามีโอกาสต้อนรับรอมฎอน นอกจากนั้นยังขอดุอาอฺอีกหลายต่อหลายเดือนภายหลังจากรอมฎอนจากไปแล้วเพื่อให้พระองค์ทรงรับการงานที่พวกเขาพากเพียรปฎิบัติตลอดเดือนรอมฎอนที่ผ่านไปแล้ว ชีวิตของบรรดาบรรพชนรุ่นแรกนั้นช่างมีความผูกพันกับรอมฎอนเป็นอย่างยิ่ง เราในฐานะที่เป็นผู้ที่ต้องการเจริญรอยตามแบบอย่างของพวกเขาทั้งหลายก็ควรที่จะสร้างความรู้สึกเหล่านี้ให้เกิดให้ได้ ความรู้สึกผูกพันกับวันเวลาในการทำอิบาดะฮฺ ผูกพันกับบรรดาช่วงเวลาอันประเสริฐที่อัลลอฮฺ   ทรงมอบให้กับเรา การใกล้ชิดเช่นนี้จะช่วยให้ตารางชีวิตของเรามีรสชาดและยังเป็นการเพิ่มพูนความสุขให้กับชีวิตมากขึ้น มีฮะดีษหนึ่งรายงานจากท่านอนัส อิบนุ มาลิก  จากท่านรอซูล   (เป็นสายสืบที่อ่อน) บันทึกโดยอะหฺมัดและอัตฏ๊อบรอนียฺ ท่านรอซูล   ได้กล่าวดุอาอฺ ขณะที่ท่านได้อยู่ในเดือนรอญับว่า
 “ โอ้อัลลอฮฺ ขอให้เรามีความจำเริญในเดือนรอญับและเดือนชะอฺบาน และขอให้เราบรรลุสู่เดือนรอมฎอนด้วยเถิด...  ” 

เมื่อท่านรอซูล   ได้เห็นฮิลาล (จันทร์เสี้ยว) แรกของเดือนรอมฎอน ท่านจะกล่าวดุอาอฺบทหนึ่ง ซึ่งฮะดีษบทนี้บันทึกโดยติรมิซียฺและดาริมียฺ อิบนิฮิบบานกล่าวว่าศ่อเฮียะฮฺ  ท่านรอซูล   ได้ขอดุอาอฺไว้ว่า...

اللهُ أَكْبَرُ .
اللَّهُمَّ أَهِلَّهُ عَلَيْنَا بِالأَمْنِ وَالإِيْمَانِ وَالسَّلامَةِ وَالإِسْلامِ وَالتَّوْفِيْقِ لِمَا تُحِبُّ وَتَرْضَى رَبِّيْ وَرَبُّكَ اللهُ .

คำอ่าน  อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุมมะอะฮิลละฮู อะลัยนา บิลอัมนิ วัลอีมานิ วัสสลามะติ วัลอิสลามิ วัตเตาฟีกิ ลิมา ตุฮิบบุ วะตัรฎอ ร็อบบี วะร็อบบุกัลลอฮุ

ความว่า  “ อัลลอฮฺทรงเกรียงไกร โอ้อัลลอฮฺ ขอให้(จันทร์เสี้ยวนี้)ปรากฏต่อเราด้วยความสวัสดิภาพ ความศรัทธา ความปลอดภัย อิสลาม และทางนำในสิ่งที่พระองค์ทรงโปรดและพอพระทัย พระผู้อภิบาลของฉันและท่านคืออัลลอฮฺ ” 



ช่างเป็นบทดุอาที่กว้างขวางและครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเสียจริง อุละมาอฺบางท่านถึงกับเห็นชอบและสนับสนุนให้ขอดุอาอฺบทนี้ในทุกๆ ครั้งเมื่อเห็นเดือนใหม่อันเนื่องมาจากความหมายที่ลึกซึ้งและครอบคลุมกว้างขวาง   หากเราลองพิจารณาดูก็จะพบว่าถ้าชีวิตของเราในทุกๆเดือนเต็มไปด้วยความสวัสดิภาพ ความศรัทธา ความปลอดภัย และทางนำอันสูงส่งนั่นคืออิลาม ก็เป็นการเพียงพอแล้วสำหรับชีวิตนี้ ไม่ต้องการสิ่งอื่นสิ่งใดหรือความสุขชนิดไหนๆ ในโลกนี้อีกแล้ว...



ﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠ ﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠ ﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠ ﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠﯠ






 “..อัลลอฮฺจะทรงมองดูการแข่งขัน (กันทำความดี) ของพวกเจ้า และพระองค์จะนำการแข่งขันของพวกเจ้าไปอวดกับบรรดามะลาอิกะฮฺ (บนชั้นฟ้า) ดังนั้นพวกเจ้าจงทำให้อัลลอฮฺประจักษ์ในความดีที่มีอยู่ในตัวพวกเจ้า แท้จริงผู้ที่โชคร้ายที่สุดคือผู้ที่ถูกห้าม (หรือถูกตัดขาด) จากความเมตตาของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเกรียงไกรและผู้ทรงสูงส่ง ”
  บันทึกโดยอัฏฏอบรอนี

5. ขอบคุณและตั้งใจ...






   บรรดาผู้ศรัทธาควรเตรียมพร้อมต้อนรับรอมฎอนด้วยการชุโกรขอบคุณและสำนึกในความกรุณาที่พระองค์อัลลอฮฺ   ทรงประทานชีวิตและสุขภาพพลานามัยอันสมบูรณ์ให้เราได้มีโอกาสเข้าสู่รอมฎอนและทำอิบาดะฮฺอีกปีหนึ่ง มีกี่คนที่อยากจะทำความดีในเดือนรอมฎอนแต่ก็หมดโอกาสเสียแล้ว มีกี่คนที่ขอแค่ได้มีโอกาสกลับมาละหมาดเพียงสองร็อกอะฮฺหรือถือศีลอดเพียงแค่วันเดียวในเดือนรอมฎอน เพราะรู้แล้วว่าจะได้รับผลบุญมากมายมหาศาลเพียงใด แต่เขาก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วที่จะกลับมาบนโลกดุนยานี้  อัลลอฮฺ   ยังให้โอกาสเราทำความดีในเดือนรอมฎอนอีกปีหนึ่ง พระองค์ยังให้โอกาสเราละหมาดตะรอเวียะฮฺ บริจาคทาน อ่านกุรอาน เปิดโอกาสให้เรากลับเนื้อกลับตัว ทรงปลดปล่อยบ่าวของพระองค์จากไฟนรก ทรงประทานคืนอัลก็อดรฺซึ่งดียิ่งกว่าพันเดือน ทรงประทานความโปรดปรานต่างๆมากมายให้แก่เราเพื่อให้เราได้แสวงหาและมุ่งมั่นในการใกล้ชิดกับพระองค์ ดังนั้นในเดือนอันมีเกียรตินี้ เราควรที่จะแสดงความขอบคุณต่ออัลลอฮฺด้วยการตั้งใจที่จะประพฤติปฏิบัติตัวให้ดี ให้สมกับที่พระองค์ได้โปรดปรานเราอย่างมากมาย  อัลลอฮฺ   ได้ทรงตรัสไว้ว่า...


فَلَوْ صَدَقُوْا اللهَ لَكَانَ خَيْرَاً لَهُمْ

ความว่า  “ ดังนั้น หากพวกเขาจริงใจต่ออัลลอฮฺแล้ว ก็จะเป็นการดีแก่พวกเขา ”

   แน่นอนว่าการที่เราตั้งใจการทำความดีเพื่ออัลลอฮฺ  ผลตอบแทนก็จะได้แก่ตัวเราเอง พระองค์ไม่ได้ต้องการอะไรจากเรา เพราะพระองค์คือพระผู้เป็นเจ้า ทรงเพียงพอมั่งมี  ทรงได้รับการสรรเสริญ พระองค์ไม่ต้องพึ่งเรา แต่เราต่างหากที่ต้องการพระองค์ และเราต้องกลับไปรับผิดชอบต่อพระองค์ในความโปรดปรานต่างๆที่พระองค์ให้วัน เราได้รับสายตาสามารถมองเห็นสัญญาณของพระองค์ เราได้คิดและไตร่ตรองแค่ไหน เราได้รับสติปัญญา ได้รับการได้ยิน เราได้ใช้มันพิจารณาการมีอยู่ของพระองค์มากเท่าไหร่ เราขอบคุณพระองค์บ้างหรือไม่ ???   ขอให้พวกเราทั้งหลายจงตระหนักในสิ่งเหล่านี้ให้มากๆ เมื่อเราตระหนักแล้วก็จงแสดงการขอบคุณด้วยการเชื่อฟังพระองค์เถิด จงปฏิบัติความดีด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อพระองค์  ขอให้เมื่อพระองค์ทรงมองมายังเราแล้ว เห็นเราอยู่ในสถานะของบ่าวที่จงรักภักดี เห็นเราในสถานที่ที่พระองค์ทรงโปรดปราน และเห็นเราในเวลาที่พระองค์ทรงพอพระทัย   อย่าให้เมื่อพระองค์ทรงมองมายังเราแล้วเห็นเรากำลังทำในสิ่งไร้สาระ กำลังดูในสิ่งที่ต้องห้าม ไม่ได้เห็นเราอยู่ในมัสยิด ไม่ได้เห็นเราบริจาค ไม่ได้ละหมาด ไม่ได้อ่านกุรอาน เอาแต่ดูหนัง ดูละคร ฟังเพลง เที่ยว ไม่แม้แต่จะเสนอตัวต่อพระองค์ แล้วอย่างนี้ อัลลอฮฺ   จะทรงประทานความรักความเมตตาให้กับเราได้อย่างไรกัน ??...

การตั้งใจทำความดีให้มีประสิทธิภาพนั้น สิ่งหนึ่งซึ่งมีความสำคัญเช่นเดียวกันก็คือการวางแผน การวางแผนทำความดีจะช่วยให้เรารู้ว่าในเดือนรอมฎอนนี้เราต้องทำอะไร อย่างไร ที่ไหนและเมื่อไหร่ ซ้ำยังเป็นการกระตุ้นให้เรานั้นมีความกระตืนรือร้นในการทำความดีมากขึ้นด้วย หากเราเข้าเดือนรอมฎอนโดยไม่ได้มีแผนการอะไรเลย อาจจะทำให้รอมฎอนของเราเป็นรอมฎอนที่ไร้ระเบียบและขาดประสิทธิภาพได้ จะทำอะไรเมื่อไหร่ที่ไหนก็แล้วแต่โอกาสแล้วแต่อารมณ์ จนบางครั้งอาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย  ซึ่งน่าเสียดายและขาดทุนเป็นอย่างยิ่ง ท่านรอซูล   ขณะที่ท่านกำลังก้าวขึ้นบันไดมิมบัร ท่านได้กล่าวอามีนสามครั้ง บรรดาศอฮาบะฮฺแปลกใจจึงถามท่านว่าทำไม่ท่านจึงกล่าวอามีน หนึ่งในสามเหตุผลที่ท่านรอซูล   ได้กล่าวอามีน ท่านได้กล่าวว่า...

إِنَّ جِبْرَائِيْلَ  أَتَانِيْ فقَالَ : مَنْ أَدْرَكَ شَهْرَ رَمَضَانَ فَلَمْ يُغْفَرْ لَهُ فَدَخَلَ النَّارَ فَأَبْعَدَهُ اللهُ . قُلْ : آمِيْنَ ، فَقُلْتُ : آمِيْنَ ...

ความว่า  “ ..แท้จริงญิบรออีล  ได้มาหาฉัน (ขณะนั้น) แล้วกล่าวว่า ผู้ใดเข้า

ออฟไลน์ abuHafs

  • *
  • กระทู้: 86
Re: ๑๐ วิธีเตรียมความพร้อม ต้อนรับรอมฎอน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2010, 11:58:19 AM »
5. ขอบคุณและตั้งใจ...






   บรรดาผู้ศรัทธาควรเตรียมพร้อมต้อนรับรอมฎอนด้วยการชุโกรขอบคุณและสำนึกในความกรุณาที่พระองค์อัลลอฮฺ   ทรงประทานชีวิตและสุขภาพพลานามัยอันสมบูรณ์ให้เราได้มีโอกาสเข้าสู่รอมฎอนและทำอิบาดะฮฺอีกปีหนึ่ง มีกี่คนที่อยากจะทำความดีในเดือนรอมฎอนแต่ก็หมดโอกาสเสียแล้ว มีกี่คนที่ขอแค่ได้มีโอกาสกลับมาละหมาดเพียงสองร็อกอะฮฺหรือถือศีลอดเพียงแค่วันเดียวในเดือนรอมฎอน เพราะรู้แล้วว่าจะได้รับผลบุญมากมายมหาศาลเพียงใด แต่เขาก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วที่จะกลับมาบนโลกดุนยานี้  อัลลอฮฺ   ยังให้โอกาสเราทำความดีในเดือนรอมฎอนอีกปีหนึ่ง พระองค์ยังให้โอกาสเราละหมาดตะรอเวียะฮฺ บริจาคทาน อ่านกุรอาน เปิดโอกาสให้เรากลับเนื้อกลับตัว ทรงปลดปล่อยบ่าวของพระองค์จากไฟนรก ทรงประทานคืนอัลก็อดรฺซึ่งดียิ่งกว่าพันเดือน ทรงประทานความโปรดปรานต่างๆมากมายให้แก่เราเพื่อให้เราได้แสวงหาและมุ่งมั่นในการใกล้ชิดกับพระองค์ ดังนั้นในเดือนอันมีเกียรตินี้ เราควรที่จะแสดงความขอบคุณต่ออัลลอฮฺด้วยการตั้งใจที่จะประพฤติปฏิบัติตัวให้ดี ให้สมกับที่พระองค์ได้โปรดปรานเราอย่างมากมาย  อัลลอฮฺ   ได้ทรงตรัสไว้ว่า...


فَلَوْ صَدَقُوْا اللهَ لَكَانَ خَيْرَاً لَهُمْ

ความว่า  “ ดังนั้น หากพวกเขาจริงใจต่ออัลลอฮฺแล้ว ก็จะเป็นการดีแก่พวกเขา ”

   แน่นอนว่าการที่เราตั้งใจการทำความดีเพื่ออัลลอฮฺ  ผลตอบแทนก็จะได้แก่ตัวเราเอง พระองค์ไม่ได้ต้องการอะไรจากเรา เพราะพระองค์คือพระผู้เป็นเจ้า ทรงเพียงพอมั่งมี  ทรงได้รับการสรรเสริญ พระองค์ไม่ต้องพึ่งเรา แต่เราต่างหากที่ต้องการพระองค์ และเราต้องกลับไปรับผิดชอบต่อพระองค์ในความโปรดปรานต่างๆที่พระองค์ให้วัน เราได้รับสายตาสามารถมองเห็นสัญญาณของพระองค์ เราได้คิดและไตร่ตรองแค่ไหน เราได้รับสติปัญญา ได้รับการได้ยิน เราได้ใช้มันพิจารณาการมีอยู่ของพระองค์มากเท่าไหร่ เราขอบคุณพระองค์บ้างหรือไม่ ???   ขอให้พวกเราทั้งหลายจงตระหนักในสิ่งเหล่านี้ให้มากๆ เมื่อเราตระหนักแล้วก็จงแสดงการขอบคุณด้วยการเชื่อฟังพระองค์เถิด จงปฏิบัติความดีด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อพระองค์  ขอให้เมื่อพระองค์ทรงมองมายังเราแล้ว เห็นเราอยู่ในสถานะของบ่าวที่จงรักภักดี เห็นเราในสถานที่ที่พระองค์ทรงโปรดปราน และเห็นเราในเวลาที่พระองค์ทรงพอพระทัย   อย่าให้เมื่อพระองค์ทรงมองมายังเราแล้วเห็นเรากำลังทำในสิ่งไร้สาระ กำลังดูในสิ่งที่ต้องห้าม ไม่ได้เห็นเราอยู่ในมัสยิด ไม่ได้เห็นเราบริจาค ไม่ได้ละหมาด ไม่ได้อ่านกุรอาน เอาแต่ดูหนัง ดูละคร ฟังเพลง เที่ยว ไม่แม้แต่จะเสนอตัวต่อพระองค์ แล้วอย่างนี้ อัลลอฮฺ   จะทรงประทานความรักความเมตตาให้กับเราได้อย่างไรกัน ??...

การตั้งใจทำความดีให้มีประสิทธิภาพนั้น สิ่งหนึ่งซึ่งมีความสำคัญเช่นเดียวกันก็คือการวางแผน การวางแผนทำความดีจะช่วยให้เรารู้ว่าในเดือนรอมฎอนนี้เราต้องทำอะไร อย่างไร ที่ไหนและเมื่อไหร่ ซ้ำยังเป็นการกระตุ้นให้เรานั้นมีความกระตืนรือร้นในการทำความดีมากขึ้นด้วย หากเราเข้าเดือนรอมฎอนโดยไม่ได้มีแผนการอะไรเลย อาจจะทำให้รอมฎอนของเราเป็นรอมฎอนที่ไร้ระเบียบและขาดประสิทธิภาพได้ จะทำอะไรเมื่อไหร่ที่ไหนก็แล้วแต่โอกาสแล้วแต่อารมณ์ จนบางครั้งอาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย  ซึ่งน่าเสียดายและขาดทุนเป็นอย่างยิ่ง ท่านรอซูล   ขณะที่ท่านกำลังก้าวขึ้นบันไดมิมบัร ท่านได้กล่าวอามีนสามครั้ง บรรดาศอฮาบะฮฺแปลกใจจึงถามท่านว่าทำไม่ท่านจึงกล่าวอามีน หนึ่งในสามเหตุผลที่ท่านรอซูล   ได้กล่าวอามีน ท่านได้กล่าวว่า...

إِنَّ جِبْرَائِيْلَ  أَتَانِيْ فقَالَ : مَنْ أَدْرَكَ شَهْرَ رَمَضَانَ فَلَمْ يُغْفَرْ لَهُ فَدَخَلَ النَّارَ فَأَبْعَدَهُ اللهُ . قُلْ : آمِيْنَ ، فَقُلْتُ : آمِيْنَ ...

ความว่า  “ ..แท้จริงญิบรออีล  ได้มาหาฉัน (ขณะนั้น) แล้วกล่าวว่า ผู้ใดเข้าสู่เดือนรอมฎอนแล้วเขาไม่ได้รับการอภัยโทษ เขาเข้าสู่ไฟนรก ขอให้เขาห่างไกลจากความเมตตาของพระองค์ ท่านจงกล่าวว่า อามีน แล้วฉันก็กล่าวว่า อามีน.. ”
(บันทึกโดยอิบนฺคุซัยมะฮฺ อะหมัด และอัลบัยฮะกีย์)




การขาดทุนอันย่อยยับของผู้ที่เข้าสู่รอมฎอนแล้วปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ได้ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ   ไม่แสดงออกถึงความเชื่อฟัง ไม่ได้ทำความดี อันเป็นเหตุให้เขาไม่ได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ   จะมีอะไรอีกเล่าที่เลวร้ายกว่านี้!  เดือนที่พระองค์ทรงอภัยโทษอย่างมากมายขนาดนี้แล้วแต่เรากลับไม่ได้รับการอภัยโทษใดๆ เลย เดือนที่อัลลอฮฺ   ทรงบอกว่าพระองค์จะทรงตอบแทนผลบุญแก่ผู้ที่ถือศีลอดด้วยพระองค์เอง แต่เรากับไม่สนใจ  ดังนั้นจึงเป็นการเหมาะสมแล้วที่เขาจะได้รับการสาบแช่งจากท่านรอซูล   และได้รับนรกเป็นผลตอบแทน..ขอให้เราห่างไกลจากสิ่งเหล่านี้ด้วยเทอญ...


       
ﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬ ﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬ ﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬ ﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬﺬ





จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ   ท่านรอซูล   ได้กล่าวว่า “ องค์อัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกรและสูงส่งได้มีดำรัสว่า ‘การงานทุกประการของมนุษย์นั้นจะได้รับผลบุญตามส่วนที่เขาได้กระทำ ยกเว้นการถือศีลอด (ผลตอบแทนของ) การถือศีลอดนั้นเป็นสิทธิของฉัน และฉันจะตอบแทน(ตามความประสงค์ของฉัน)เอง’  ”                                           
รายงานโดยมุสลิม


6. กลับตัว...และเริ่มใหม่






เดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งการปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น เป็นเดือนแห่งการชะล้างความสกปรกโสโครกในหัวใจของผู้ศรัทธาทุกคน ดังนั้นแล้วจึงอยากที่จะเรียกร้องพวกเราที่กำลังอ่านหนังสือเล่มนี้จงกลับเนื้อกลับตัวเสียเถิด จงขออภัยโทษ เตาบัตตัวต่ออัลลอฮฺ   ตั้งแต่วินาทีนี้ เพื่อเตรียมชีวิตใหม่ให้พร้อม ก่อนการมาเยือนของรอมฎอน...

การต้อนรับรอมฎอนด้วยการกลับเนื้อกลับตัวเป็นสิ่งที่บรรดาผู้ศรัทธาพึงกระทำ ไม่ใช่ว่าเฉพาะรอมฎอนเท่านั้น จริงๆแล้วเราควรที่จะขออภัยโทษและสำนึกผิดต่ออัลลอฮฺอยู่เสมอ เพราะเราไม่อาจจะรู้ได้ว่าความตายจะมาเยือนเราเมื่อไหร่ และก็ไม่แน่ว่ากำหนดสุดท้ายของเราอาจจะมาก่อนการมาของรอมฎอนก็เป็นได้ ดังนั้นจึงไม่ควรประมาทหรือรีรอที่จะเตาบัตกลับเนื้อกลับตัว  เมื่อรอมฎอนใกล้จะมาถึงแล้วก็ขอให้ตั้งเจตนาที่บริสุทธิ์ใจว่ารอมฎอนปีนี้ ฉันจะเริ่มชีวิตใหม่ จะขอเอาใหม่กับสิ่งต่างๆที่ผิดพลาดไป เป็นการตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต ตอบรับสิ่งที่พระองค์ทรงได้ทรงเรียกร้องว่า...



       •        •     

ความว่า  “ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย! จงเตาบัตตัวต่ออัลลอฮฺด้วยการเตาบัตตัวที่จริงใจเถิด บางทีพระผู้อภิบาลของสูเจ้าจะทรงลบล้างความผิดของสูเจ้าออกไปจากสูเจ้า และจะทรงนำสูเจ้าเข้าสู่สรวงสวรรค์ซึ่งเบื้องล่างของสวรรค์นั้นมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน...”       
                                      ซูเราะฮฺอัตตะหฺรีม อายะฮฺที่8
   
ยังไม่ถึงเวลาอีกหรือที่พวกเราจะเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่  เราจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเมื่อไหร่ถ้าไม่ใช่ในเดือนนี้ เดือนที่พระองค์ทรงประทานความเมตตาให้อย่างมากมาย   แน่นอนว่าแต่ละชีวิตย่อมต้องมีข้อผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีชีวิตใดที่จะปราศจากความผิดนอกจากบรรดารอซูล ทุกคนย่อมทำผิด ทั้งผิดเล็กผิดใหญ่ ผิดซ้ำผิดซาก ผิดแล้วผิดอีก แต่ถึงอยากไรก็ขอให้เรารับรู้ไว้ว่าแม้ความผิดของเราจะมากมายเท่าผืนแผ่นดินแต่หากเราสำนึกในความผิด กลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้ว พระองค์ก็ย่อมที่จะอภัยโทษให้อย่างแน่นอน  ท่านรอซูล   ได้กล่าวไว้ว่า...



        “ผู้ใดที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนด้วยเปี่ยมศรัทธามั่นและมุ่งหวังในผลตอบแทนจากอัลลอฮฺเขาจะได้รับการอภัยจากความผิดบาปที่ผ่านมาของเขา”

“ผู้ใดที่ลุกขึ้น (เพื่อละหมาดและประกอบอิบาดะฮฺ) ในคืนของเดือนรอมฎอน ด้วยศรัทธาและมุ่งหวังในผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ เขาจะได้รับการอภัยโทษจากความผิดบาปที่ผ่านมาของเขา ”
ฮะดีษทั้งสองรายงานโดยอัลบุคอรียฺและมุสลิม


สัญญาสิว่ารอมฎอนปีนี้ ฉันจะเริ่มใหม่ต่อพระองค์ สิ่งไหนที่พระองค์ทรงสั่งใช้ฉันจะปฏิบัติตาม สิ่งไหนที่พระองค์ทรงห้าม ฉันจะเชื่อฟังอย่างเต็มความสามารถ ฉันจะอดทนปฏิบัตตามด้วยความนอบน้อม ฉันจะเริ่มใหม่กับท่านนบีมุฮัมมัด   จะศึกษาชีวประวัติและคำสอนของท่าน พร้อมกับทำตามอย่างจำนน อัลกุรอานฉันจะพยายามอ่านให้ได้ จะศึกษาความหมายและทำความเข้าใจว่าพระองค์ทรงตรัสอะไรกับฉันและต้องการให้ฉันเป็นผู้ศรัทธาแบบใด ไม่ใช่อ่านอย่างนกแก้วนกขุนทองโดยไม่เข้าใจอะไรเลย  ฉันจะเอาใหม่กับพ่อแม่ของฉัน จะเป็นลูกที่เชื่อฟัง เคารพรักและเอาใจใส่ ไม่เถียง ไม่พูดจาให้ท่านต้องเจ็บช้ำ  ฉันจะเปลี่ยนแปลงใหม่กับพี่น้องเครือญาติของฉัน ฉันจะติดต่อพูดคุยทำดีต่อเขา จะหมั่นไปเยี่ยมเยียนและถามข่าวคราวของพวกเขา ฉันจะเริ่มใหม่กับภรรยาและลูกๆ จะทำหน้าที่สามีที่คอยให้ความรักพร้อมการดูแลภรรยาและจะเป็นพ่อที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆ ฉันจะมีชีวิตอยู่อย่างเดิมไม่ได้แล้ว  ฉันจะเริ่มใหม่แล้ว โอ้อัลลอฮฺ ขอให้พระองค์ทรงช่วยเหลือฉันด้วยเถิด..........

เราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออัลลอฮฺ   บางครั้งมันอาจจะยากสำหรับการเปลี่ยนแปลงเพราะชีวิตของเราคลุกคลีและเคยชินอยู่กับสิ่งชั่วร้ายมานาน การเปลี่ยนแปลงบางครั้งอาจทำให้เราต้องเหนี่อยและอ่อนล้า ซึ่งแน่นอนเนื้อร้ายที่มันงอกอยู่ในร่างกายย่อมต้องถูกกำจัดด้วยการผ่าตัดทิ้งให้เด็ดขาด ย่อมต้องเจ็บบ้างเป็นธรรมดา ชีวิตของเราที่เต็มไปด้วยความชั่วนั้นยิ่งเลวร้ายกว่าเนื้อร้ายหลายเท่า จำเป็นต้องยืนหยัดและอดทนเป็นพิเศษเพื่อที่จะเอาชนะมันให้ได้ การเอาชนะความชั่วร้ายนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างทั้งความมานะอุตสาหะ การอดทน เพื่อนฝูงที่ดี ครอบครัวที่ดีและการวิงวอนขอดุอาอฺ  บางครั้งเราเตาบัตตัวแล้วก็ยังทำผิด ก็ต้องเตาบัตต่อไปก่อนที่วิญญาณจะออกจากร่างนั่นคือเวลาสุดท้ายของเรา ชัยฏอนมันไม่เคยยอมแพ้ที่จะหลอกล่อมนุษย์ให้ทำความชั่ว มันจะยิ่งเสียใจมากถ้าเรากลับตัวต่ออัลลอฮฺเรื่อยๆ  อย่าหมดหวัง อย่าเบื่อที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าหากเราหยุดในการกลับเนื้อกลับตัวเมื่อใด ก็หมายความว่าเรายอมที่จะปล่อยชีวิตของเราให้อยู่ในการควบคุมของชัยฏอนมารร้าย ซึ่งจุดจบอย่างเดียวนั่นก็คือไฟนรก!

 ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลง เราต้องปลดอดีตและเริ่มต้นชีวิตใหม่ หันกลับมาดูตัวของเรา ส่องกระจกดูสิว่า เราทำหน้าที่ที่อัลลอฮฺ   มอบหมายครบถ้วนสมบูรณ์แล้วหรือยัง อัลลอฮฺให้เราเป็นตัวแทนของพระองค์ในการนำพระบัญชาของพระองค์มาปฎิบัติใช้บนหน้าแผ่นดิน เราทำแล้วหรือยัง? รอซูลได้เรียกร้องสู่สัจธรรมความจริง ท่านได้เชิญชวนเราสู่วิถีชีวิตอันงดงาม สั่งใช้ให้เราศึกษาแสวงหาความรู้เกี่ยวกับอิสลาม เราเคยสนใจบ้างหรือไม่?  อัลกุรอานทางนำที่เคยสาดส่องบนผืนแผ่นดินมาแล้ว แต่บัดนี้ละทิ้ง ถูกเพิกเฉย เราเคยที่จะสนใจ นำมาปฏิบัติตามบ้างหรือเปล่า? หรือเรามัวแต่แสวงหาความสุขบนโลกนี้ มัวแต่หลงระเริงอยู่กับดุนยาอันแสนสั้นแล้วลืมอาคิเราะห์อย่างนั้นหรือ???

 เราเคยเสียใจในการทำธุรกิจแล้วขาดทุน เราเคยเสียใจในผลการเรียนที่ย่ำแย่ เคยเสียน้ำตากับเรื่องของดุนยามามาก แต่เราเคยเสียใจไหมว่า รอมฎอนผ่านชีวิตเรามาตั้งสิบกว่าปีแล้ว บางคนผ่านรอมฎอนมาเกือบห้าสิบปีแล้วแต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองได้เลย เสียใจสิที่รอมฎอนผ่านเราไปหลายปีแต่เรายังไม่ได้รับการอภัยโทษ เสียใจสิว่าเราไม่เคยแม้แต่จะสนใจศึกษาความหมายของอัลกุรอานทั้งๆที่เราเรียกอยู่เต็มปากว่ากุรอานคือทางนำชีวิต แต่พอจะให้กุรอานมาตัดสินปัญหาในชีวิตเรากลับไปพึ่งกฎหมายของมนุษย์ เราต้องร้องไห้เพราะเรานั้นไม่ได้รู้จักอัลลอฮฺ ไม่ได้รู้จักรอซูล ไม่ได้รู้จักอัลกุรอานอย่างแท้จริง เราต้องรู้สึกเศร้าใจเพราะเราไม่ได้พัฒนาปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้สอดคล้องกับอิสลามเลย  จงตั้งใจใหม่ว่ารอมฎอนครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น จะรู้จักอิสลามให้มากกว่าเดิม จะรู้อัลลอฮฺ รู้รอซูล รู้จักอัลกุรอานให้มากยิ่งขึ้น เราจะขับเคี่ยวกับอารมณ์นัฟซู จะต่อสู่กับความชั่วให้ได้  นิสัยไม่ดีที่เรามีอยู่ไม่ว่าจะเป็น นิสัยขี้โกงชอบเอาเปรียบคนอื่น นิสัยขี้งกไม่เคยบริจาค นิสัยขี้อิจฉาไม่อยากให้คนอื่นได้ดี นิสัยขี้นินทาชอบกล่าวหาคนโน้นคนนี้ นิสัยขี้เกียจทำความดีแต่ไม่เคยเลยที่จะขี้เกียจทำความชั่ว   อะไรชั่วๆที่เคยมี รอมฎอนปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะลด ละ และเลิกให้ได้ในที่สุด

ขอเป็นกำลังให้กับทุกคนในการเริ่มชีวิตใหม่เพื่อการต้อนรับรอมฎอน ขอดุอาฮฺต่ออัลลอฮฺ ให้พระองค์ทรงช่วยเหลือให้เราเอาชนะสิ่งช่วยร้ายเหล่านี้ไปให้ได้ด้วยเถิด ยาร็อบบัลอาละมีน....

   •     

“  และพวกเจ้าทั้งหลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮฺเถิด โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ ” 
                                    (ซูเราะฮฺอันนูร อายะฮฺที่ 31)




ﺝﺝﺝﺝﺝﺝ ﺝﺝﺝﺝﺝﺝ ﺝﺝﺝﺝﺝﺝ ﺝﺝﺝﺝﺝﺝ ﺝﺝﺝﺝﺝﺝ







7. ศึกษาบทบัญญัติ...






 การต้อนรับการมาเยือนของเดือนรอมฎอนด้วยการศึกษาถึงบทบัญญัติข้อใช้ข้อห้าม ตลอดจนวิธีการถือศีลอดที่ถูกต้องตามแบบท่านรอซูล   นั้นเป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลย  คนส่วนมากมักจะมาเริ่มศึกษาเมื่อเข้าเดือนรอมฎอนแล้ว รอมฎอนผ่านไปแล้วเกือบอาทิตย์เพิ่งมารู้ว่า การร่วมหลับนอนกับภรรยาในตอนกลางวันเป็นบาปใหญ่ เรื่องเล็กๆน้อยๆบางเรื่องเป็นสิ่งอิสลามส่งเสริมให้ทำแต่เราไม่เคยสนใจเช่น การส่งเสริมให้เลี้ยงอาหารละศีลอด การส่งเสริมให้บริจาค และอื่นๆ สิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวก่อนที่เดือนรอมฎอนจะมานั่นคือศึกษาแสวงหาความรู้เพื่อให้การทำอิบาดะฮฺในเดือนรอมฎอนนี้มีประสิทธิภาพ

การศึกษาบทบัญญัติการถือศีลอด จำเป็น ต้องศึกษาค้นคว้าก่อนที่จะเข้าสู่วาระแห่งการปฏิบัติ อิบาดะฮฺในเดือนรอมฎอน มุอฺมินก็ต้องเตรียมความรู้ให้พร้อมก่อนการปฏิบัติ ดังที่พระองค์อัลลอฮฺ   ตรัสไว้ในซูเราะฮฺมุฮัมมัด อายะฮฺที่ 19 ว่า...


 فَاعْلَمْ أَنَّهُ لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ وَاسْتَغْفِرْ لِذَنبِكَ

ความว่า  “  พึงรู้เถิดว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และจงขอความอภัยโทษต่อความผิดเพื่อตัวเจ้า  ”
   
    จะเห็นได้ว่าในอายะฮฺนี้มีคำสั่งใช้ให้รู้และตระหนักในคำว่า ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ จึงจะมีการปฏิบัติภายหลังความรู้อย่างถูกต้อง  ดังนั้ท่านอิมามบุคอรียฺ จึงนำอายะฮฺนี้มาเป็นหัวข้อ(บาบ)ในหนังสืออัศศ่อฮี้ฮฺของท่านคือ บาบุน อัลอิลมุ ก๊อบละ อัลเกาลิ วัลอะมะลิ หมายถึง ความรู้ย่อมต้องมีก่อนการพูดหรือการกระทำ

     ในสังคมบ้านเรายังมีหลายคนที่กระทำความผิดโดยไม่รู้ หรือรู้แต่ไม่รอบคอบ  จึงทำให้มีข้อบกพร่องมากมายในการปฏิบัติศาสนกิจ อาทิเช่น  สตรีที่ถือศีลอดแต่ไม่คลุมหิญาบ หรือครอบครัวที่ถือศีลอดแต่ชมหนังชมละครทั้งกลางวันกลางคืน โดยไม่รู้สึกว่าเป็นพฤติกรรมที่กำลังทำลายการถือศีลอด หรือบุคคลที่ร่วมประเวณีกับภรรยาตอนกลางวันของเดือนรอมฎอนโดยไม่รู้ว่าเป็นความผิดอย่างมหันต์ จนต้องมีกัฟฟาเราะฮฺ(ไถ่โทษ)ประเภทหนึ่งที่ต้องปฏิบัติ หรือบุคคลที่ถือศีลอดแต่กลับเริ่มละศีลอดด้วยการสูบบุหรี่ อันเป็นความผิดที่ท้าทายพระบัญญัติของอัลลอฮฺ    เราต้องกลับมาฟื้นฟูการศึกษาแสวงหาความรู้ก่อนการปฏิบัติศาสนกิจทุกๆเรื่องไม่ใช่เฉพาะการถือศีลอด ไม่ว่าจะเป็นการละหมาดที่ถูกต้องตามซุนนะฮฺของท่านรอซูล การทำฮัจญ์ตามแบบฉบับท่านรอซูล การแต่งงาน การทำศพ การทำธุรกิจการค้า ฯลฯ ลองถามตัวเองดูว่าศาสนกิจที่เราทำทำอยู่ทุกวันนี้มีที่ไปที่มาอย่างไร? มีตัวบทหลักฐานจากท่านรอซูลบ้างหรือไม่? หรือว่าปฏิบัติตามๆกันมาโดยไม่สนใจที่จะศึกษาว่ามีแบบฉบับจากท่านรอซูลหรือเปล่า เราจึงเห็นพิธีกรรมต่างๆนานาในศาสนาของเราซึ่งบางครั้งมันเป็นพิธีกรรมที่ดัดแปลงมาจากศาสนาอื่น บางครั้งเราคิดว่าทำแล้วดี แต่ ณ อัลลอฮฺนั้นถูกปัด แถมยังได้บาปติดตัวมาด้วย ดังนั้นอยากให้ทุกๆคนตระหนักไว้ว่าการศึกษาแสวงหาความรู้ที่ถูกต้องแห่งหลักการอิสลามเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นเพราะมันคือวิถีชีวิตของเรา คือศาสนาของเรา....



ﻙﻙﻙﻙ ﻙﻙﻙﻙ ﻙﻙﻙﻙ ﻙﻙﻙﻙ ﻙﻙﻙﻙ ﻙﻙﻙﻙ ﻙﻙﻙﻙ





จากท่านอิบนุอับบาส   เล่าว่า  “ในหมู่ผู้คนทั้งหลายนั้นท่านรอซูล   เป็นผู้ใจบุญที่สุดในการทำความดี และท่านจะใจกว้างที่สุดในเดือนรอมฎอน ทั้งนี้ ทุกปี ญิบรีลจะมาพบกับท่านในทุกคืนของรอมฎอนจนกระทั่งหมดเดือน ท่านรอซูล   จะอ่านศึกษาอัลกุรอานกับญิบรีล และแท้จริงท่านรอซูล  นั้นเมื่อได้เจอญิบรีลแล้ว ท่านจะเป็นผู้ใจบุญในการทำความดีมากยิ่งกว่าลมที่หอบพัดเสียอีก”
รายงานโดยอัลบุคอรียฺและมุสลิม

ออฟไลน์ abuHafs

  • *
  • กระทู้: 86
Re: ๑๐ วิธีเตรียมความพร้อม ต้อนรับรอมฎอน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2010, 11:58:54 AM »
8. เผยแผ่ความดีงาม...






  •  ••           

“ พวกเจ้าเป็นประชาชาติที่ดียิ่ง ซึ่งถูกอุบัติขึ้นสำหรับมนุษยชาติ โดยที่พวกเจ้าใช้กันให้ปฏิบัติความดี และห้ามปรามความชั่ว และศรัทธาต่ออัลลอฮฺ..”
 ซูเราะฮฺอาละอิมรอน อายะฮฺที่ 110

การเผยแผ่ความดีงามในเดือนรอมฎอน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา หากว่าผลบุญที่เราทำนั้นน้อยนิด ความดีที่เราเชิญชวนให้พี่น้องกระทำนั้น สามารถช่วยเพิ่มตราชั่งแห่งความดีให้กับเราได้  ผู้ศรัทธาต้องฉลาดในการวางแผนทำความดี เขาต้องไม่พลาดโอกาสในการแนะนำพี่น้องของเขาให้กระทำความดี ทุกเวลา ทุกโอกาส  การเรียกร้องเชิญชวนนี้อาจจะไม่ต้องทำเป็นแบบแผนอะไรมากมาย เพียงแค่นั่งคุยกันระหว่างเพื่อนๆ ชักชวนกันให้ทำความดี นะซีฮัตสั้นๆง่ายๆ สร้างบรรยากาศแห่งการทำความดี ส่งข้อความหรืออีเมลแนะนำกัน  หรือแสดงการกระทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง  สำหรับครอบครัวเราอาจจะมีนะซีฮัตสั้นๆก่อนละศีลอด  การชวนครอบครัวไปละหมาดตะรอเวียะฮฺ การตั้งกล่องบริจาคในบ้าน การติดข้อความเชิญชวนทำความดีภายในบ้าน การไปแจกอาหารให้กับคนยากจนสัปดาห์ละครั้งหรือการอ่านกุรอานร่วมกันในครอบครัว  สิ่งง่ายๆเหล่านี้ทุกคนสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงมาก เราอย่าลืมว่าในเดือนนี้การงานต่างๆที่เราทำนั้นมีผลบุญมากมายมหาศาล ยิ่งถ้าเราเผยแผ่เชิญชวนคนให้ทำดีด้วย เราก็จะยิ่งได้รับการตอบแทนเพิ่มเท่าทวีคูณ  บางคนถือศีลอดเพียงวันเดียวแต่อัลลอฮฺอาจจะตอบแทนให้เขาเหมือนกับการถือศีลอดสิบวันเพราะเขาเชิญชวนผู้คนให้ถือศีลอดหรือเลี้ยงละศีลอดให้กับคนสิบคนเป็นต้น ท่านรอซูล ได้กล่าวไว้ในฮะดีษบันทึกโดยอะหฺมัด ติรมิซี อิบนุมาญะฮฺ และอิบนุฮิบบาน ว่า...
“ ผู้ใดก็ตามที่เลี้ยงอาหารให้แก่ผู้ที่ละศีลอด เขาก็จะได้ผลบุญเท่ากับผลบุญของผู้ที่ถือศีลอดนั้น โดยที่ผลบุญของผู้ถือศีลอดนั้นไม่มีการลดหย่อนแม้แต่นิดเดียว ”

การช่วยกันแนะนำสั่งใช้ในการทำความดีเช่นนี้เองจะสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับครอบครัวและชุมชน เป็นการฟื้นคืนความดีทุกชนิดให้ปรากฏขึ้นมาในสังคมของเราอีกด้วย...


ﺾﺾﺾﺾﺾﺾ ﺾﺾ ﺾﺾﺾ         


   

จากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อัมรฺ อิบนุล อาศ   เล่าจากท่านรอซูล   ท่านได้กล่าวว่า...

 “ การถือศีลอดและอัลกุรอานนั้นจะมาให้ความช่วยเหลือแก่บ่าวในวันกิยามะฮฺ การถือศีลอดจะพูดว่า โอ้ผู้อภิบาลแห่งข้า ข้าได้สกัดกั้นเขาจากอาหารและการสนองความใคร่ในยามกลางวัน ดังนั้นได้โปรดให้ข้าช่วยเหลือเขาด้วยเถิด  อัลกุรอานก็จะพูดว่า โอ้ผู้อภิบาลแห่งข้า ข้าได้สกัดกั้นเขาจากการหลับนอนในยามค่ำคืน ดังนั้นได้โปรดให้ข้าข่วยเหลือเขาด้วยเถิด  แล้วทั้งสองก็ได้รับอนุญาตเพื่อให้ความช่วยเหลือ ”

รายงานโดย อะหฺมัด





9. แสดงความปลาบปลื้มและดีใจ






เมื่อเดือนรอมฎอนได้มาถึง ท่านรอซูล  ได้แสดงความยินดีและป่าวประกาศให้กับบรรดาศอฮาบะฮฺได้ทราบ ดังฮะดีษบันทึกโดยอิมามอะหฺมัด ท่านรอซูล  ได้กล่าวไว้ความว่า..

“  เดือนรอมฎอนมายังพวกท่านแล้ว เดือนรอมฎอนเป็นเดือนอันมีความจำเริญยิ่ง อัลลอฮฺทรงบัญญัติให้พวกท่านถือศีลอดในเดือนนี้ ประตูต่างๆของสวรรค์จะถูกเปิด และประตูต่างๆของนรกจะถูกปิด..”

การปรากฏของเดือนรอมฎอนย่อมนำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติให้กับบรรดาผู้ศรัทธาทุกคน ผู้ศรัทธาจะรำลึกถึงความเมตตาอันมากมายที่พระองค์อัลลอฮฺทรงประทานให้กับเขาในเดือนรอมฎอน เป็นเดือนที่ทางนำอัลกุรอานถูกประทานลงมายังมนุษยชาติ เป็นการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่และแสดงความยินดีที่มวลมนุษย์ทั้งหลายตลอดจนทุกๆสรรพสิ่งที่มีอยู่ในโลกใบนี้ทั้งหมดได้มีโอกาสลิ้มรสและสัมผัสกับพระดำรัสแห่งพระผู้เป็นเจ้า เดือนนี้จะตอกย้ำเราอยู่เสมอเกี่ยวกับการมีอยู่ของอัลกุรอาน ให้เราได้คิดและทบทวนว่าอัลกุรอานในชีวิตเรานั้นอยู่ที่ไหน? กุรอานส่งผลอะไรบ้างกับครอบครัวของเรา และกุรอานมีผลกระทบกับสังคมและประชาชาติอย่างไร ?  นอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้ผู้ศรัทธาได้คิดและตระหนักแล้ว ยังเป็นการแสดงความขอบคุณในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้ประทานทางนำสู่โลกใบนี้อีกด้วย  อัลลอฮฺ  ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 185 ไว้ว่า...

       ••           

“ เดือนรอมฎอนนั้นเป็นเดือนที่อัลกุรอานถูกประทานลงมา ในฐานะเป็นข้อแนะนำสำหรับมนุษย์ และเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับข้อแนะนำนั้น และเกี่ยวกับสิ่งที่จำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ ดังนั้น ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้ว ก็จงถือศีลอดในเดือนนั้นเถิด.... ”

การแสดงความยินดีมีหลายวิธีการ การบอกกล่าวให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เกี่ยวกับการมาของเดือนรอมฎอน การส่งข้อความหรืออีเมลเพื่อแสดงความดีใจและกระตุ้นให้พี่น้องรับรู้และเตรียมพร้อม  การแสดงความกระตือรือร้นในการทำความดี ตลอดจนวิธีอื่นๆที่อยู่ในกรอบที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่เราควรที่นำมาปฏิบัติ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เดือนอันยิ่งใหญ่นี้...


         

“  จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด)  ด้วยความโปรดปรานของอัลลอฮฺ และด้วยความเมตตาของพระองค์ดังกล่าวนั้น พวกเจ้าจงดีใจเถิด ซึ่งมันดียิ่งกว่าสิ่งที่พวกเขาสะสมไว้ ”
ซูเราะฮฺยูนุส อายะฮฺที่ 58
 
   
ﯤﯤﯤﯤ ﯤﯤﯤﯤ ﯤﯤﯤﯤ ﯤﯤﯤﯤ ﯤﯤﯤﯤ




ท่านรอซูล กล่าวว่า
 “..และวันที่ประเสริฐที่สุดในบรรดาวันทั้งหลายคือวันศุกร์ และเดือนที่ประเสริฐที่สุดในบรรดาเดือนทั้งหลายคือเดือนรอมฎอน และคืนที่ประเสริฐที่สุดในบรรดาคืนทั้งหลายคือคืนอัลก็อดรฺ ”     
                                   รายงานโดยอัตฏ็อบรอนียฺ

10. ปลุกจิตสำนึกต่อประชาชาติ...






ผู้ศรัทธาควรต้อนรับเดือนรอมฎอนด้วยจิตสำนึกที่ห่วงใยต่อประชาชาติอิสลามเพราะผู้ศรัทธาไม่ว่าจะเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ใดย่อมเป็นพี่น้องกัน เมื่อเราเห็นพี่น้องมุสลิมที่กำลังประสบความทุกข์ ขอให้เราร่วมความรู้สึกในสิ่งที่เขากำลังประสบอยู่ เราถือศีลอดตอนกลางวันตกเย็นก็มีอาหารรอแล้ว แต่ในขณะที่พี่น้องในอีกหลายๆที่ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาอะไรลงท้อง ถึงแม้เราจะถือศีลอดอยู่ที่นี่ แต่ด้วยความผูกพันบนสายเชือกแห่งอิสลามทำให้เราใกล้กัน เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ส่งเงินบริจาค ส่งข้าวส่งน้ำ หรือสิ่งอื่นๆที่เราสามารถช่วยได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอดุอาอฺให้พี่น้องของเราในทุกๆท้องที่ ทั้งในอัฟฆอนิสตาน   ฟิลิสฏีน อิรัก และอื่นๆ  นอกจากเดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งการต่อสู้นัฟซู ต่อสู้ชัยฏอนแล้ว ยังเป็นเดือนแห่งการต่อสู้ศัตรูด้วยเช่นกัน

    สังคมมุสลิมทุกท้องที่อยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงมาก ทั้งในด้านศาสนา การปกครอง สังคม มารยาทจริยธรรม ครอบครัว และอื่นๆ มุสลิมทุกคนต้องรู้สึกรับผิดชอบระดับหนึ่งต่อหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาต่างๆในสังคมของเรา อย่ามองว่าหน้าที่ของเราในเดือนรอมฎอนคือการถือศีลอด แล้วความรับผิดชอบจะสิ้นสุดแค่นี้ เราต้องตระหนักว่าเดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งความห่วงใยต่อพี่น้องมุสลิมทั้งปวง ดังที่ท่านรอซูล   ได้สอนไว้ว่ามุสลิมกับมุสลิมเปรียบเสมือนเรือนร่างเดียวกันหรืออาคารเดียวกัน หากส่วนหนึ่งส่วนใดเจ็บปวดเดือดร้อน ย่อมต้องส่งผลกระทบต่อมุสลิมทั้งปวง  ในเดือนรอมฎอนนี้เช่นกัน ท่านรอซูล   ได้ประสบชัยชนะในสงครามบัดรฺ ซึ่งเป็นสงครามยิ่งใหญ่ สงครามที่พระองค์อัลลอฮฺ     ทรงจำแนกระหว่างสัจธรรมกับความเท็จ ท่านรอซูล   กับบรรดาศอฮาบะฮฺได้ต่อสู้ศัตรูอิสลามอย่างเต็มที่เพื่อให้พระดำรัสของอัลลอฮฺนั้นประจักษ์แจ้งและสูงส่ง และให้ความยุติธรรมปรากฏในสังคมอย่างบริบูรณ์ นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สร้างบทเรียนอันยอดเยี่ยมสำหรับเดือนรอมฎอน  เป็นการถือศีลอดที่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่กว่าเพียงงดอาหารหรือเครื่องดื่ม เป็นเคล็ดลับที่ต้องฟื้นฟูขึ้นในจิตใจพี่น้องมุสลิมของเรา อันเป็นวิถีทางในการเสริมสร้างบุคลิกภาพให้เข้มแข็งเพื่อที่จะสามารถเผชิญกับอุปสรรคต่างๆได้

    เดือนรอมฎอนนี้ เป็นโอกาสดีสำหรับผู้นำ นักการเมือง นักธุรกิจ หรือผู้รู้ในทุกๆด้าน ที่จะระดมพลังรวมความสามารถเพื่อที่จะทำให้สังคมมุสลิมเป็นปึกแผ่นเดียวกัน เดือนรอมฎอนควรจะเป็นเดือนแห่งความสามัคคีบนบรรทัดฐานแห่งหลักศรัทธาที่ถูกต้องและจรรยาบรรณอันเข้มแข็งที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชาติอัลอิสลาม โดยปราศจากเป้าหมายส่วนตัวที่แฝงอยู่ในพฤติกรรมต่างๆ
    บุคคลที่สามารถงดอาหาร เครื่องดื่ม และความใคร่ในเดือนรอมฎอน ย่อมมีศักยภาพที่จะระงับกิเลส ความต้องการและความอยากของตนได้ สิ่งนี้สร้างได้โดยมุ่งมั่นให้จิตใจของตนมีความโปร่งใสและความบริสุทธิ์ และเมื่อมีจิตใจเช่นนี้ปรากฏในเดือนรอมฎอนแล้ว ก็แสดงว่าผู้ถือศีลอดนั้นได้ประสบความสำเร็จแล้วในการปฏิบัติอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ จึงไม่มีสิ่งใดๆที่จะห้ามเขารับรางวัลอันใหญ่หลวงคือ การอภัยโทษอันกว้างขวางจากพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา...



۝۝۝۝۝۝۝۝۝۝۝۝











“ผู้ใดก็ตามที่ไม่ละทิ้งคำพูดที่ไม่ดี อีกทั้งยังกระทำเหมือนกับคำพูดที่ไม่ดีดังกล่าว บุคคลลักษณะดังกล่าวนี้ สำหรับอัลลอฮฺแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะมาอดอาหารและเครื่องดื่มของเขา”                                                                           
รายงานโดยอัลบุคอรียฺ



ออฟไลน์ Hafizulhaq

  • 7 ผู้คุมกฎ
  • Super Master Member
  • *
  • กระทู้: 1845
  • เพศ: ชาย
  • فرسان الحق
    • Twitter|Hafizulhaq
    • อีเมล์
Re: ๑๐ วิธีเตรียมความพร้อม ต้อนรับรอมฎอน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2010, 08:08:03 PM »
ไม่รู้เครื่องอื่นเป็นหรือเปล่านะ
แต่จากเครื่องผม ภาษาอาหรับมันอ่านไม่ได้อ่ะครับ

แต่...ญาซากัลลอฮฺค็อยร็อนสำหรับความรู้ครับ


หากพร้อมที่จะเป็นนักรบ ก็ต้องพร้อมที่จะมีบาดแผล

"ความกล้าหาญกับความบ้าบิ่นต่างกันเพียงกระดาษกั้นฉันใด ความรอบคอบกับความขี้ขลาดก็ต่างกันเพียงกระดาษกั้นฉันนั้น"

ออฟไลน์ Akhirat Mayusoh (الثوري)

  • 4 นักปราชญ์
  • Super Master Member
  • *
  • กระทู้: 1783
Re: ๑๐ วิธีเตรียมความพร้อม ต้อนรับรอมฎอน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2010, 10:59:10 AM »
ผมใช้คอมฯที่หอสมุดของมหาวิทยาลัย อ่านได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

ออฟไลน์ บก.ชั่วคราว

  • --> บ.ก.ชั่วคราว <--
  • 7 ผู้คุมกฎ
  • Super Master Member
  • *
  • กระทู้: 2781
Re: ๑๐ วิธีเตรียมความพร้อม ต้อนรับรอมฎอน
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2011, 05:23:27 PM »
" บุคคลที่สามารถงดอาหาร เครื่องดื่ม และความใคร่ในเดือนรอมฎอน ย่อมมีศักยภาพที่จะระงับกิเลส ความต้องการและความอยากของตนได้ สิ่งนี้สร้างได้โดยมุ่งมั่นให้จิตใจของตนมีความโปร่งใสและความบริสุทธิ์ และเมื่อมีจิตใจเช่นนี้ปรากฏในเดือนรอมฎอนแล้ว ก็แสดงว่าผู้ถือศีลอดนั้นได้ประสบความสำเร็จแล้วในการปฏิบัติอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ จึงไม่มีสิ่งใดๆที่จะห้ามเขารับรางวัลอันใหญ่หลวงคือ การอภัยโทษอันกว้างขวางจากพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา..."

บางส่วนจากบทความข้างต้น
>>>>>>>>>> [ร็อบบานีย์|คอลีฟะฮฺ|ญะมาอะฮฺ] <<<<<<<<<<<