كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ
พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ
 โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮ์...

ผู้เขียน หัวข้อ: การรุกรานของชีห์อะในตะวันออกกลาง  (อ่าน 491 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Ibnu Idris

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 21
การรุกรานของชีห์อะในตะวันออกกลาง | |
« เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 11:35:42 pm »
รายงานพิเศษ:
การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม
รายงานโดย:
D. Parvaz อัลญะซีเราะห์ และทีมข่าว TND
เรียบเรียงโดยทีมข่าว:
การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ภัยคุกคามจากชีอะห์ในตะวันออกกลาง

       ชีห์อะสองกลุ่มในคูเวตและบาห์เรนถูกถอดสิทธิการเป็นพลเมือง ในขณะที่การรุกรานของชีห์อะได้ลุกลามเข้าไปในภูมิภาคมากขึ้น

       มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ประธานาธิบดีของอิหร่านได้กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม UN ในมหานครนิวยอร์กท่ามกลางกลุ่มต่อต้านผลงานที่ผ่านมาของเขาด้านสิทธิมนุษยชน และโครงการนิวเคลียร์ในประเทศอิหร่าน, ซึ่งผลพวงของความขัดแย้งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตะวันออกกลางภายใต้ การสนับสนุนของเขา

       ซึ่งจริงๆแล้ววาทะของเขาในวันอังคาร(21 กันยายน)ดูเหมือนว่าตั้งใจมุ่งเป้าหมายไปที่ตะวันตกมากกว่าภูมิภาคตะวันออก กลาง, ทั้งที่ในความจริงขณะนี้อิหร่านกำลังเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นสหรัฐอาหรับเอ มิเรต คูเวต และบาเรน

       แม้อิหร่านก็มีสถานะเป็นเพียงประเทศชนกลุ่มน้อยชีห์อะในบรรดาชาติมุสลิมจาก ชาติอาหรับที่มีอำนาจมากในภูมิภาค แต่อิหร่านก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยกลุ่มแรกๆ ในความพยายามแทรกแทรงกิจการภายใต้ของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากการกระทำของอิหร่าน บวกกับนโยบายของสหรัฐก็ทำให้อิหร่านถูกโดดเดี่ยวในภูมิภาคมากขึ้น

       แต่กลยุทธนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่สหรัฐจะดำเนินการในพื้นที่ที่มีความผูก พันธ์กันทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีความเข้มแข็งมากของโลก โดยจะสามารถทำหน้าที่ในการเป็นยารักษาบาดแผลจากระบบระบบแนวคิดที่ขัดแย้งนี้

       เช่นเดียวกันกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตที่ยังคงมีความเข้มแข็งมากทางธุรกิจผูก กับอิหร่าน เพียงแค่เดือนนี้เท่านั้นที่ข้อตกลงได้ถูกยับยั้งการติดต่อธุรกิจกับอิหร่าน แต่จากรายงานของ Human Rights Watch, รัฐในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้ทำการเนรเทศครอบครัวชีห์อะชาวเลบานอนเป็นเวลา ประมาณหนึ่งปี ซึ่งชาวปาเลสไตน์จากฉนวนกาซาก็ถูกเนรเทศเช่นกัน

       ขณะที่ในความเป็นจริง อิหร่าน และฮิซบุลลอฮฺ มีบทบาดสำคัญต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลชีอะห์ในอิรัก แม้ว่าจะมีสถานะเป็นผู้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของสหรัฐก็ตาม

       ดังตัวอย่างเช่นในเดือนกรกฎาที่นายพลสหรัฐเรย์ โอเดียร์โน ได้กล่าวว่าอิหร่านมีกองกำลังชีอะห์หัวรุนแรงเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วน อยู่ในอิรัก

       “กลุ่มหัวรุนแรงชีอะห์ได้มีการติดต่อโดยกับรัฐบาลของอิหร่าน” โดเดียร์โนกล่าวกับ AFP

       “แต่เราไม่รู้ว่าสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรง เหล่านี้มีจำนวนมากเท่าไหร่ที่ยังคงอาศัย และรับการฝึกฝนและรับอาวุธจากรัฐบาลอิหร่าน”

       นอกจากการใช้กองกำลังก่อการร้ายชีอะห์ เป็นกองกำลังหลักในการใช้กำลังยึดกุมอำนาจในอิรักแล้ว อิหร่านยังคงใช้กลวิธีทางการเมืองในการสนับสนุนชนกลุ่มน้อยชีอะห์ใก้ขึ้น ปกครองดินแดนอิรักผ่านการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยด้วย

       แต่ในขณะที่ความสัมพันธ์ของอิหร่านกับบาห์เรนอยู่ในระดับที่ไม่แน่นอน เมื่อบาห์เรนยกเลิกสิทธิความเป็นพลเมืองของอายาตูลลอห์ ฮัซซิน มิร์ซา นาจาตี แกนนำชีอะห์เชื้อสายอิหร่าน ซึ่งนาจาตีเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับอายาตูลลอห์ อาลี อา-ซิซตานิ ซึ่งเป็นครูสอนศาสนาชีอะห์ที่ครอบงำรัฐบาลอิรัก,โดยหนังสือเดินทางของเขาได้ ถูกยกเลิกไปในวันจันทร์(20 กันยายน) ซึ่งผู้ช่วยรัฐมนตรีของบาห์เรน กล่าวว่าเขาและครอบครัวของเขาไม่ได้รับสิทธิความเป็นพลเมืองที่ถูกต้องตาม กฎหมายตั้งแต่ปี 2001

       การปฏิบัติการต่อต้านนาจาตีเริ่มมีในช่วงที่มีการตื่นตัวจากภัยคุกคามของ ชีอะห์ในความพยายามล้มล้างการปกครองของรัฐบาลบาห์เรน ซึ่งปัจจุบันยังคงมีกลุ่มชีอะห์หัวรุนแรง 23 คน ถูกคุมขังอยู่

       ทั้งนี้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการาจี ปากีสถานเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า,ความขัดแย้งระหว่างชีอะห์ และมุสลิมเกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเกิดขึ้นในอิหร่านเท่านั้น และภัยคุกคามจากกลุ่มชีอะห์หัวรุนแรงเหล่านี้ในภูมิภาคอาหรับเองก็มีความ ชัดเจนมากขึ้น

       เมื่อหนังสือพิมพ์ Al-Qabas ของคูเวตรายงานว่า ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า มีชาวชีอะห์กลุ่มย่อยอาศัยอยู่ทุกทีในภูมิภาคอาหรับและพร้อมที่จะโจมตีเป้า หมายต่างๆ เพื่อรัฐบาลอิหร่าน แม้ว่าอิหร่านจะไม่เปิดเผยความสัมพันธุ์ที่แท้จริงกับกลุ่มเหล่านั้นด็ตาม

       สำหรับนักเคลื่อนไหวชีอะห์คนอื่นๆ เช่น ยัซเซอร์ อัล-ฮาบิบ ถูกถอนสิทธิความเป็นพลเมืองคูเวตของเขาในวันจันทร์ ตามที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีแถลงว่า เขาพยายามที่จะจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างพวกมุสลิมด้วยกันเอง

       และตามมาด้วยการสอบสวนชาย 6 คน และหญิง 1 คนในข้อหาเป็นสายลับให้อิหร่านในคูเวตเมื่อในวันอังคาร(21 กันยายน)ที่ผ่านมา โดยมีอย่างน้อย 3 คนเป็นชาวอิหร่าน

       ทั้งนี้อิหร่านได้ส่งออกแนวคิดศาสนาชีอะห์ ที่แฝงด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองแบบฮิซบุลลอฮฺ ไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งสมาชิกกลุ่มเหล่านี้พร้อมที่จะพลีชีพเพื่ออิหร่าน

จาก http://www.thailandnewsdarussalam.com/node/1074
บันทึกการเข้า
 

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML