كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ
พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ
 โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮ์...

ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาชาย-หญิง [ซิลาฮุลฮัก]  (อ่าน 1142 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
ปัญหาชาย-หญิง [ซิลาฮุลฮัก] | |
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2009, 12:17:32 am »
สัมพันธ์ชาย-หญิง รู้ไว้ก่อนจะสายไป!

สิ่งนี้คือความสัมพันธ์แบบพี่น้องในหนทางของอัลลอฮฺ
หรือเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่อาจยอมรับได้ตามหลักการของศาสนา
เค้าโครงเรื่องจากwww.islam-qa.com ตอบคำถามโดยเชคมุฮัมหมัด ซอและฮฺ อัลมุนัจญิด

เรียบเรียงโดย ซิลาฮุลฮัก

คำถาม

ผมเป็นเด็กหนุ่มที่ยึดมั่นต่อหลักการของศาสนา กำลังศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศมุสลิม  ที่ซึ่งเด็กหนุ่มจำนวนมากกำลังหลงออกนอกแนวทางของอิสลาม
เป็นเรื่องยากมากที่ผมจะหาเพื่อนที่ยึดมั่นต่อคำสั่งใช้ คำสั่งห้ามของอัลลอฮฺและซุนนะฮฺของท่านนบีและเมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง  เธอคลุมฮิญาบและเธอเป็นสาเหตุทำให้ผมได้รับทางนำ
เราเพียงพบกันบนรถโดยสารประจำทางหรือในมหาวิทยาลัยหรือในระหว่างการพูดคุยเกี่ยวกับศาสนาและการเชิญชวนให้คนอื่นๆอ่านอัลกุรอ่าน ละหมาดกิยามุลลัยลฺ ห้ามปรามในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้ามและสิ่งที่เป็นความผิดเป็นบาปต่างๆที่พวกเขากระทำโดยไม่ได้ตระหนักต่อสิ่งนั้น
ผมเริ่มพบกับเธอบ่อยขึ้น เพราะผมรู้สึกว่าการพูดคุยกับเธอทำให้อีหม่านของผมมีความเข้มแข็งขึ้นและเธอทำให้ผมมั่นคงอยู่ในแนวทางที่เที่ยงตรง  แต่ผมรู้สึกสับสนว่าจะลำดับขั้นของความสัมพันธ์นี้อย่างไรและผมไม่แน่ใจว่าจะดำเนินความสัมพันธ์แบบนี้ต่อไปหรือจะหยุดเพียงแค่นี้ เพราะเธอไม่ใช่พี่น้อง(มะฮฺรอม)ของผม

          ผมจะถือว่าเธอเป็นเสมือนน้องสาวในอิสลามได้หรือไม่ มันเป็นที่อนุญาตหรือไม่กับการที่ผมจะพูดคุยกับเธอบนรถหรือที่มหาวิทยาลัย และศาสนาอนุญาตหรือไม่ถ้าหากผมจะมองหน้าของเธอ
...........................................................................

คำตอบ

การสรรเสริญทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ

          มีคนจำนวนไม่น้อยคิดผิดที่เชื่อว่า ความยากลำบากในยุคสมัยของเรา การที่มีมุสลิมเป็นจำนวนน้อย และการอยู่ในสภาพวิกฤติเช่นนี้ เป็นเหตุผลอนุญาตให้กระทำสิ่งเหล่านั้นได้  แต่พวกเขาไม่ได้คิดว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะนำพวกเขาไปสู่ความหายนะและตกสู่กับดักของชัยตอนได้
          ฉะนั้น จงระวังการหลอกลวงของชัยตอน เพราะมันจะทำให้ความผิดเกิดขึ้นกับคุณโดยที่คุณยังคงคิดว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง และมันจะมาหาคุณโดยผ่านประตูที่คุณคิดว่าคุณได้ปิดมันแล้ว แต่สำหรับชัยตอน มันกำลังเคาะประตูแห่งการหลงผิด พยายามที่จะเปิดประตูนั้นและทำให้บ่าวของอัลลอฮฺตกสู่กับดักของมัน
          คุณไม่เคยได้ยินที่อัลลอฮฺกล่าวไว้หรอกหรือ
16. ?(อิบลีส) กล่าวว่า ด้วยเหตุที่พระองค์ได้ทรงให้ข้าพระองค์ตกอยู่ในความหลงผิด แน่นอน ข้าพระองค์จะนั่งขวางทางพวกเขา(มนุษย์) ซึ่งทางที่เที่ยงตรงของพระองค์?
          17. ?แล้วข้าพระองค์จะไปหาพวกเขาจากเบื้องหน้าของพวกเขาและเบื้องหลังของพวกเขา และจากเบื้องขวาของพวกเขาและจากเบื้องซ้ายของพวกเขา และพระองค์จะไม่พบว่าส่วนมากของพวกเขาเป็นผู้ขอบคุณ?
ซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ อายะฮฺที่ 16-17

อิบนุลเญาซี รอฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวใน ตัลบีส อิบลีส หน้า 52 ว่า
          อิบลีสจะหลอกลวงมนุษย์ทุกวิถีทางที่มันสามารถกระทำได้  และอำนาจของมันที่มีต่อพวกเขาจะเพิ่มขึ้นและลดลงตามความระมัดระวังหรือความสะเพร่าของพวกเขา  ตามความรู้หรือความไม่รู้ของพวกเขา

จะสังเกตได้ว่า หัวใจเปรียบเสมือนป้อมปราการ และสิ่งชั่วร้ายจะเข้ามารอบๆป้อมปราการนั้นตลอดเวลา และจะเสาะหาตำแหน่งที่บกพร่องหรือตำแหน่งที่ขาดความระมัดระวัง ดังนั้น ผู้เฝ้าดูแลควรจะรู้จักประตูทั้งหมดของป้อมปราการที่เขาได้รับมอบหมายให้ดูแล และเขาไม่ควรที่จะปล่อยให้พลาดไปแม้จะเพียงชั่วพริบตาเดียวก็ตาม เพราะศัตรูของพวกท่านไม่เคยให้สิ่งใดพลาดไปจากความสนใจของพวกเขาเลย
ชายคนหนึ่ง กล่าวกับ ฮะซัน อัลบัศรีย์ ว่า
                                                                              : ????? ????? ?

??? : ?? ??? ?????? ???? ! " ????? ???????         .

อิบลีสนอนหลับหรือไม่
ท่านตอบว่า ถ้ามันนอนหลับ เราจะปลอดภัยจากมัน จบ.

สถานการณ์ที่คุณถามมานั้น คือหนึ่งในกับดักของชัยตอน คุณรู้หรือไม่ว่ามีไฟแห่งตัณหามากน้อยเท่าไหร่ที่ถูกก่อขึ้นในหัวใจของชายหนุ่ม ประกายไฟแรกคือสิ่งที่เกิดจากการมอง การยิ้ม การพบปะหรือการสนทนากัน และบ่อยครั้งที่การทำเช่นนั้น เกิดขึ้นภายใต้ลักษณะของความเป็นเพื่อน การให้คำแนะนำระหว่างกันและการเรียกร้องเชิญชวนไปสู่อัลลอฮฺ
          ดังนั้นอิสลามจึงห้ามการปะปนระหว่างชาย-หญิง ห้ามผู้ชายอยู่ตามลำพังกับผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอม ห้ามมองหรือสัมผัสมือกับเธอเพราะสิ่งเหล่านี้อาจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ชั่วร้ายได้  อัลลอฮฺคือผู้สร้างมนุษย์และพระองค์ทรงรู้ดีที่สุดว่าอะไรคือสิ่งที่ดีสำหรับพวกเขาและอะไรคือสิ่งที่ไม่ดีสำหรับพวกเขา
          ท่านรซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า

( ?? ??????????? ?????? ??????????? ???? ????? ???????????? ???????????? )

?ไม่มีผู้ชายคนใดที่อยู่ตามลำพังกับผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอม เว้นแต่ชัยตอนจะเป็นที่สามกับพวกเขา? รายงานโดย อัตติรมีซีย์ 2165 ด้วยสายรายงานที่ซอฮีฮฺ โดยเชคอัลบานีย์ 1758

          ความหมายของหะดีษนี้คือ ?ชัยตอนอยู่ร่วมกับพวกเขาและกระตุ้นความต้องการของพวกเขา จนกระทั่งมันเป็นสาเหตุให้พวกเขาทำซีนากัน? จบการอ้างอิงจาก ตุฮฺฟัตุลอะฮฺวะซี 

????? ??????? ???? ????? ??????? ?????? ??????? ??????

 ?? ????????? ???????? ???? ???????? ??? ????? ??? ???? ???? ????

 ??????????????? ???? ????? ?? ?????? ????? ??? ?????? (???? ????) ??????? ?????? ????????? .

??????? ??????????? : ??? ??????? ??????? ? ???? ???????? ?????? ????? ??????? ?

????? : ???????? ??????? ?????????? ?????? ????? ???????????? ???????????.
รายงานจากท่านอาลี อิบนิ อบี ฏอลิบ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า
?ผู้หญิงจากเผ่าค็อซอัม มาหาท่านรซูลุลลอฮฺ และถามคำถามกับท่าน  อัลฟัฎลฺ อิบนุ อับบาสนั่งข้างหลังท่านรซูลุลลอฮฺบนหลังอูฐและท่านรซูลุลลอฮฺได้ผินหน้าของอัลฟัฎลฺไปทางอื่น  อัลอับบาส จึงกล่าวว่า ?โอ้ท่านรซูลุลลอฮฺ ทำไมท่านจึงเบือนหน้า(ของอัลฟัฎลฺ อิบนุ อับบาส)ออกไป  ท่านรซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า ฉันเห็นชายหนุ่มและหญิงสาวและฉันไม่แน่ใจว่า ชัยตอนจะไม่พยายามครอบงำพวกเขาอยู่
บันทึกโดยอัตติรมีซีย์ 885 สายรายงานซอฮีฮฺ โดยเชคอัลบานีย์ในซอฮีฮฺอัตติรมีซีย์  และมีอยู่ในหนังสือซอฮีฮฺทั้งสอง
ในฟัตวา อัลลัจญนะฮฺ อัล ดาอิมะฮฺ เลขที่ 12/163 กล่าวว่า
          การปะปนระหว่างชาย-หญิงเพื่อการศึกษาถือเป็นสิ่งหะรอมและเป็นบาปใหญ่ เพราะมันเป็นบ่อเกิดของฟิตนะฮฺ เป็นการเปิดเผยสิ่งที่ผิดศีลธรรมและเป็นการละเมิดขอบเขตของศาสนา  ซึ่งการกระทำชั่วและผิดศีลธรรมนั้นเกิดขึ้นจากการปะปนในรูปแบบดังกล่าว เป็นที่แน่นอนว่าการปะปนแบบนี้จะนำไปสู่สิ่งหะรอม จบ.
          คณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยทางวิชาการและชี้ขาดปัญหาศาสนาถูกถามลักษณะเดียวกันว่า
                อะไรคือเงื่อนไขหรือขอบเขตของความสัมพันธ์กับคนต่างเพศ  หากเป็นที่รู้กันว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นไปด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน บริสุทธิ์ใจและไม่มีอะไรแอบแฝง
คณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยทางวิชาการและชี้ขาดปัญหาศาสนา ตอบว่า
          สิ่งนี้คือหนึ่งจากการกระทำสิ่งหะรอมที่ร้ายแรงยิ่ง ศาสนาไม่อนุญาตสำหรับผู้หญิงที่จะคบหากับผู้ชายคนที่ไม่ใช่มะฮฺรอมของเธอหรือผู้ชายจะคบหากับผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอมของเขา เพราะสิ่งนั้นจะนำไปสู่ฟิตนะฮฺและตกสู่การกระทำความผิด จบ.
          ส่วนการจ้องมองไปยังใบหน้าของเธอ เราได้ตอบไว้แล้วในคำถามที่ 1774 ว่า การมองผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอมโดยเจตนานั้นเป็นสิ่งหะรอม
          เราขอแนะนำให้ท่าน ตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้   โดยแต่งงานกับเธอถ้าหากผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ดีและยึดมั่นในหลักการของศาสนาและมีมารยาทที่ดี และท่านมีความพึงพอใจต่อเธอ หรือไม่ก็ตัดความสัมพันธ์กับเธอเสียและปิดประตูของความสัมพันธ์นี้ลง เพราะมันเป็นประตูที่นำไปสู่ความผิดและการฝ่าฝืน ดังนั้น จงอย่าทิ้งให้มันเปิดอยู่ มิฉะนั้นแล้ว ท่านจะเสียใจเพราะมัน โดยที่การเสียใจนั้นจะไม่ยังประโยชน์ใดๆต่อท่านเลย

          ดูคำถามเพิ่มเติมได้ที่คำถามที่ 1200 และ 22702

และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ยิ่ง[/font]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 06, 2009, 12:05:13 pm โดย บก.ชั่วคราว »
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ
 

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML