เนื้อหาที่ให้ข้อคิดและบทเรียนจากการบรรยายของชัยคฺ มุฮัมมัด มูซา อัช-ชะรีฟ3.เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูศาสนา (ช่วงแรก ๆ)-เขียนหนังสือชื่อ
"ญิฮาดในอิสลาม" เมื่ออายุได้ประมาณ 23 ปี (ในปี ค.ศ.1926) เพื่ออธิบายหลักการและเหตุผลอันล้ำลึกของอิสลามว่าด้วยการญิฮาด และตอบโต้คำกล่าวหาของ
มหาตมะ คานที ที่ว่าอิสลามเป็นศาสนาที่รุนแรง ป่าเถื่อน เผยแพร่ด้วยคมหอกคมดาบ
-
เมาลานา เมาดูดียฺ ใช้ความพยายามอย่างมากในการเผยแผ่ความคิดของอิสลามออกไปอย่างกว้างขวาง
เมาลานา อบุล หะสัน อัน-นัดวียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้เคยกล่าวถึงท่านเอาไว้ว่า "ฉันไม่รู้จักใครที่จะมีอิทธิพลต่อชนมุสลิมในยุคปัจจุบันมากไปกว่าอบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ"-เริ่มพิมพ์วารสาร
"ตัรญุมาน อัลกุรอาน" ในปี ค.ศ.1932 (อายุ 29 ปี) โดยในช่วงแรกของการก่อตั้งวารสารนั้น
เมาลานา เมาดูดียฺ ได้ดำเนินการเองทุกอย่างและทุกขั้นตอนโดยไม่มีทีมงานและไม่มีผู้ช่วยแม้แต่คนเดียว กล่าวคือ
เมาลานา เมาดูดียฺทำหน้าที่เป็นทั้งนักเขียน เป็นทั้งบรรณาธิการ เป็นทั้งคนออกแบบศิลป์ คนพิมพ์ต้นฉบับ คนตรวจทาน คนพิสูจน์อักษร คนพิมพ์ฉบับขาย เป็นทั้งคนขาย คนหาสมาชิก คนส่งวารสารไปให้สมาชิก และคนหาทุน พูดง่าย ๆ ก็คือ วารสารรายเดือน "ตัรญุมาน อัลกุรอาน" เกิดขึ้นโดยการทำงานของคนเพียงคนเดียว นั่นคือ อบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ! -พิมพ์วารสารเล่มนี้ออกเผยแพร่รายเดือนตั้งแต่วันแรกที่พิมพ์ขึ้นมาจนกระทั่งวันที่ท่านเสียชีวิต
-จากคำบอกเล่าของท่านเองและของลูกศิษย์ของท่านจำนวนหนึ่ง
เมาลานา เมาดูดียฺ ใ
ช้เวลาทำวารสารในแต่ละวันตั้งแต่หลังเสร็จละหมาดอิชาอ์จนกระทั่งถึงเวลาละหมาดศุบหฺ จึงออกมาละหมาดศุบหฺที่มัสญิด เมื่อเสร็จภารกิจอิบาดะฮฺในยามเช้าแล้ว จึงกลับเข้าบ้านเพื่อพักผ่อนเอาแรงแล้วจึงตื่นขึ้นมาทำงานอีกในช่วงเช้าของวันนั้น
-มุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับงานศาสนาแม้ว่าฐานะค่อนข้างลำบาก
ในบางช่วงของชีวิตไม่มีอะไรกินเพื่อประทังชีพนอกจากซุปถั่วและน้ำเท่านั้น-ใส่เสื้อผ้าจนเก่าและขาด เนื่องจากไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อเสื้อใหม่
-บางครั้งถึงขั้นต้องเอาขนมปัง (โรตี) แห้งไปจุ่มในแม่น้ำเพื่อให้มันเปียกชุ่มและอ่อนนุ่มแล้วกินเพื่อดับความหิว-ตลอดทั้งชีวิต (เสียชีวิตอายุ 76 ปี) ได้
เขียนหนังสือเกี่ยวกับอิสลามทั้งหมด 140 เล่ม และบทความเกี่ยวกับอิสลามมากกว่า 1,000 บทความ
-คำพูดบางตอนที่ตราตรึงของเมาลานา เมาดูดียฺ
"หากพวกท่านยังไม่สามารถเสียสละและอุทิศชีวิตให้แก่อิสลาม ได้เท่ากับที่ฝูงบินคามิคาเซ่ของญี่ปุ่นซึ่งขับเครื่องบินพุ่งชนเรือรบของศัตรูได้สละชีพให้แก่ชาติของพวกเขาแล้ว พวกท่านก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จในงานดะอฺวะฮฺ"
"ให้อุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่านเป็นเสมือนโขดหินที่อยู่กลางแม่น้ำ ท่านจะเห็นว่าแม่น้ำแม้จะเจอหินโขดใหญ่ขวางทางอยู่ มันก็ไม่ยอมและไม่เคยหยุดไหล ถ้ามันไหลข้ามหินไม่ได้ มันก็จะแยกไปทางซ้ายและทางขวาของหินเพื่อจะมาบรรจบกันด้านหลังโขดหิน แล้วไหลไปตามทางของมันต่อไป"
"หากพวกท่านยังไม่มีความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยต่ออนาคตของประชาชาติอิสลาม ดังเช่นที่พวกท่านรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยต่อลูกเล็กของท่านที่กำลังป่วยหนัก เสียงร้องของลูกทำให้ท่านไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ จนท่านต้องอุ้มลูกน้อยขึ้นมาแล้วรีบออกจากบ้านอย่างเร่งด่วน เพื่อพาไปหาหมอ... หากท่านยังไม่มีความรู้สึกต่อประชาชาติอิสลามเฉกเช่นความรู้สึกของพ่อคนนี้ที่มีต่อลูกของเขา การทำงานของท่านก็แทบหาประโยชน์อันใดไม่ได้"