كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ
พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ
 โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮ์...
You are here: Fityatulhaq Board - เยาวชนแห่งสัจธรรม » ห้องหนังสือและบทความ » โต๊ะแนะนำนักเผยแพร่โลกอิสลาม » 

บางตอนที่ตราตรึงจากชีวประวัติของ เมาลานา อบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ

ผู้เขียน หัวข้อ: บางตอนที่ตราตรึงจากชีวประวัติของ เมาลานา อบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ  (อ่าน 3187 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
บางตอนที่ตราตรึงจากชีวประวัติของ เมาลานา อบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ


บรรยายเป็นภาษาอาหารับ โดย ชัยคฺ มุฮัมมัด มูซา อัช-ชะรีฟ


ซับไตเติลภาษาอังกฤษ โดย สถานีโทรทัศน์ อิกเราะอ์



นำเสนอบทเรียนจากชีวประวัติ โดย อัษ-เษาีรียฺ (กระผมเอง)



ตอนที่ 1

<a href="http://www.youtube.com/v/O8YVDVNZCNQ&amp;feature=player_embedded#!" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/O8YVDVNZCNQ&amp;feature=player_embedded#!</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 07, 2011, 11:54:11 am โดย الثوري »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730

ตอนที่ 2

<a href="http://www.youtube.com/v/yU4PNO7pAE0&amp;feature=related" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/yU4PNO7pAE0&amp;feature=related</a>
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
พี่น้องสามารถอ่านชีวประวัติของเมาลานา อบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้จากแหล่งอื่น ๆ เช่น

-บทความเรื่อง "เมาลานา อบุล อะอฺลา อัล เมาดูดียฺ ผู้นำการฟื้นฟูอิสลามแห่งศตวรรษที่ ๒๐"
http://www.fityah.com/index.php?option=com_content&task=view&id=191&Itemid=32

-หนังสือ "ขบวนการฟื้นฟูอิสลาม"  เขียนโดย มัรยัม ญะมีละฮฺ  แปลโดย อาจารย์บรรจง บินกาซัน



ส่วนในคลิปการบรรยายในครั้งนี้ผมเห็นว่ามีข้อมูลบางประการที่ไม่ได้ถูกกล่าวไว้ในสองแหล่งดังกล่าว  จึงได้นำมาเสนอไว้ในบอร์ดแห่งนี้ครับ
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
เนื้อหาที่ให้ข้อคิดและบทเรียนจากการบรรยายของชัยคฺ มุฮัมมัด มูซา อัช-ชะรีฟ




1.วัยเด็ก

-เกิดที่เมืองโอรังอาบาด ในเมืองใหญ่ไฮเดอราบาด ในอนุทวีปอินเดีย (ก่อนจะถูกแบ่งแยกออกเป็นปากีสถาน-อินเดีย-บังคลาเทศ)

-มีสายตระกูลอัล-หุสัยนียฺ คือสืบเชื้อสายมาจากอัล-หุสัยนฺ บิน อะลียฺ บิน อบี ฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา
 
-ได้รับการอบรมสั่งสอนจากคุณพ่อเป็นอย่างดี

-คุณพ่อพาไปละหมาดฟัรฎูที่มัสญิด 5 เวลาตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ และเริ่มไปละหมาดที่มัสญิดทุกวันทั้ง 5 เวลานับแต่นั้นมา

-ท่องจำอัลกุรอานและหนังสือ "อัล-มุวัฏเฏาะอ์" ของอิมามมาลิก เราะหิมะฮุลลอฮฺ (ประกอบด้วยหะดีษประมาณ 1,843 หะดีษ) ภายใต้การดูแลและตรวจทานของคุณพ่อ

-คุณพ่อเป็นผู้สอนประวัติความเป็นมาของอิสลามในอินเดีย ประวัติการพิชิตต่าง ๆ ของมุสลิม ประวัติอุละมาอ์ มุญาฮิดีน และผู้ทรงคุณธรรมแก่เมาดูดียฺ ตั้งแต่ยังเล็ก

-คุณพ่อพาไปร่วมหะละเกาะฮฺศึกษาความรู้กับบรรดาอุละมาอ์แห่งอินเดียตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบเช่นกัน

-คุณพ่อเดิมทำอาีชีพเป็นทนายความที่ว่าความให้แก่ผู้คนทั่วไปที่มาจ้างโดยไม่ได้คำนึงว่าคนที่มาจ้างจะเป็นคนผิดหรือไม่  แต่พอมีคนศอลิหฺคนหนึ่งมาเตือนว่าการว่าความให้คนผิดเป็นบาป และการทำอาชีพนี้อาจทำให้คนที่มีสิทธิ์จริง ๆ ต้องเสียสิทธิ์ และคนที่ไม่มีสิทธิ์กลับได้สิทธิ์นั้นไป  เขาจึงเตาบะฮฺต่ออัลลอฮฺและเลิกทำอาชีพทนายความ   แต่หลังจากนั้นก็กลับมาทำอาชีพนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยปฏิญานตนต่ออัลลอฮฺว่าจะว่าความเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูกอธรรมเท่านั้น





ภาพ : หนังสืออัล-มุวัฏเฏาะออ์ (الموطأ) ของอิมาม มาลิก บิน อะนัส เราะหิมะฮุลลอฮฺ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 11, 2011, 05:03:15 pm โดย الثوري »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
จากส่วนนี้เราจะได้บทเรียนเรื่องการอบรมเลี้ยงดูลูกเป็นอย่างมากจากคุณพ่อของเมาดูดียฺ เช่น



1.การปูพื้นฐานความรู้ด้วยการให้ลูกท่องจำอัลกุรอานและหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ลองคิดดูว่าเด็กน้อยที่่ถูกบรรจุรัศมีแห่งวะหฺยูทั้งสอง (คืออัลกุรอานและหะดีษ) ลงในัหวใจตั้งแต่ยังเล็ก ๆ หัวใจเขาจะเป็นเ่ช่นไร? อัคลากของเขาจะเป็นเช่นไร? ความคิดความอ่านของเขาจะเป็นเช่นไร?


2.อบรมจรรยามารยาทและภาคปฏิบัติด้วยการทำตัวเป็นแบบอย่าง และฝึกหัดให้เคยชินตั้งแต่ยังเล็ก เช่นการพาไปละหมาดฟัรฎูที่มัสญิดทั้ง 5 เวลาตั้งแต่ลูกน้อยอายุเพียง 4 ขวบ  มีพ่อแม่ที่ไหนบ้างในประเทศไทยที่สอนลูกอย่างนี้???  จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมเยาวชนของเราจึงไม่ค่อยติดมัสญิด


3.ให้ลูกได้รู้จักและคลุกคลีกับบรรดาอุละมาอ์ เพื่อซึมซึบมารยาทที่่งาม และสร้างวิถีชีวิตที่ผูกพันกับแหล่งความรู้อิสลามที่จะคอยให้คำตอบแก่ลูก ๆ เมื่อลูก ๆ เกิดคำถามหรือประสบกับปัญหาในชีวิต


4.ปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งการดะอฺวะฮฺและการญิฮาด ด้วยการสอนประวัติศาสตร์การพิชิตของมุสลิม ประวัติอุละมาอ์ ชุฮะดาอ์ และผู้เสียสละเพื่อศาสนา


5.การที่พ่อแม่หรือบรรพบุรุษเป็นคนดีนั้น จะส่งผลให้ลูกหลานได้รับส่วนของความดีนั้น ๆ ด้วย  ในที่นี้ชัยคฺ มุฮัมมัด มูซา อัช-ชะรีฟ ผู้บรรยาย ได้ยกตัวอย่างเรื่องราวของเด็กกำพร้าสองคนที่อัลลอฮฺตรัสไว้ในสูเราะฮฺ อัล-กะฮฺฟิ  โดยที่อัลลอฮฺได้ตรัสว่า "...และพ่อของเด็กทั้งสองก็เป็นคนดี..."  [อัล-กะฮฺฟิ 18:82]  อุละมาอ์ัตัฟสีรได้อธิบายว่า "พ่อของเด็กทั้งสอง" นั้นไม่ใช่พ่อจริง ๆ แต่เป็นปู่รุ่นที่ 7 ของเด็กทั้งสอง (นับย้อนขึ้นไปตั้งแต่พ่อ...พ่อของพ่อ(ปู่รุ่น1)...พ่อของปู่(ปู่รุ่น2)...พ่อของปู่รุ่น2(ปู่รุ่น3)...ย้อนขึ้นไปจนถึงปู่รุ่น7!!)


และด้วยความดีของปู่รุ่น 7 นี่เองที่ทำให้อัลลอฮฺทรงปกป้องเด็กทั้งสองคนนี้  และทรงกำหนดให้คนผู้ยิ่งใหญ่ 2 คน คนหนึ่งเป็นนบี อีกคนหนึ่งเป็นวะลียฺ (หรือเป็นนบี อุละมาอ์ขัดแย้ง) คือท่านนบี มูซา กับท่านเคาะฎิร ต้องเดินทางมาแต่ไกลเพื่อมาช่วยเหลือเด็กน้อยสองคนนี้  ทั้งที่เด็กน้อยสองคนไม่ได้มีความดีอะไรเป็นพิเศษ  หากแต่เป็นผลมาจากความดีที่ปู่รุ่นที่ 7 ของเขาทั้งสองได้ทำไว้


ดังนั้นจึงได้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่และล้ำ้ค่าตรงนี้ว่า การที่เราเป็นคนดีและทำความดีตั้งแต่วันนี้ ย่อมส่งผลถึงลูกหลานของเราในอนาคตอย่างแน่นอน อินชาอัลลอฮฺ   และใครที่อยากให้ลูกหลานเป็นคนดี  เขาต้องเป็นคนดีและทำความดีตั้งแต่วันนี้เลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2011, 03:17:03 pm โดย الثوري »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
เนื้อหาที่ให้ข้อคิดและบทเรียนจากการบรรยายของชัยคฺ มุฮัมมัด มูซา อัช-ชะรีฟ




2.วัยเรียนและวัยรุ่น


-เข้าหะละเกาะฮฺเรียนภาษาอาหรับ ไวยากรณ์อาหรับ และบะลาเฆาะฮฺ (วาทศิลป์ภาษาอาหรับ) ก่อนเวลาศุบหฺ

-ครอบครัวค่อนข้างยากจน  คุณพ่อไปหางานทำที่ต่างเมือง  แล้วล้มป่วยและเสียชีวิตที่นั่น

-คุณพ่อเสียชีวิตตอนเมาดูดียฺอายุได้ประมาณ 14 หรือ 15 ปี

-หลังจากคุณพ่อเสียชีวิต เมาดูดียฺต้องหางานทำ  จึงไปเีรียนภาษาอังกฤษ

-เรียนภาษาอังกฤษจนสามารถใช้สื่อสารได้อย่างชำนาญ  และแปลหนังสือภาษาอุรดูและภาษาอาหรับเป็นภาษาอังกฤษได้สำนวนที่สวยงาม  โดยใช้เวลาเรียนเพียงแค่ 4 เดือน

-เริ่มทำงานหาเลี้ยงชีพและทำงานเพื่อฟื้นฟูอิสลาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2011, 05:50:26 pm โดย الثوري »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
ข้อคิดและบทเรียนจากส่วนนี้




1.ความมุ่งมั่นในการแสวงหาความรู้ของเด็กน้อยเมาดูดียฺ  เรียนภาษาอาหรับและวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาอาหรับตั้งแต่ก่อนเวลาละหมาดศุบหฺ  พี่น้องลองคิดดูว่า  เขาจะต้องตื่นกี่โมง   วัยรุ่นบ้านเราแค่ตื่นศุบหฺให้ทันก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับเขายิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรแล้ว  ที่มหาวิทยาลัยเริ่มเรียน 8 โมง หรือ 9 โมงเช้า ก็ยังไปเรียนสายกันเป็นแถว  และที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ  พ่อแม่สมัยนี้ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการปลุกลูกให้ตื่นมาละหมาดศุบหฺ  โดยจะอ้างว่าลูกต้องไปเรียนตอนเช้า เดี๋ยวพักผ่อนไม่พอ 


ผิดกับเด็กน้อยเมาดูดียฺที่มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า  มันบ่งบอกว่าเด็กน้อยผู้นี้มีเป้าหมายในชีวิตที่วาดไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่เด็กแล้ว  เขาถึงได้ทุ่มเทให้กับการแสวงหาความรู้ขนาดนั้น  เหมือนกับว่าเขาต้องการนำความรู้ไปทำอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้โลกต้องตราตรึง  เขาจึงไ้ด้เตรียมความพร้อมให้แก่ตัวเองขนาดนั้น 


2.เชคริฎอ อะหมัด สมะดี หะฟิเซาะฮุลลอฮฺ เคยบอกไว้หลังจากที่ได้ไปเยี่ยมนักศึกษาที่นัดวะตุลอุละมาอ์ เมืองลักเนาว์ ประเทศอินเดียว่า  เด็กเล็ก ๆ ที่นั่น (ประมาณวัยประถมฯ)  จะตื่นนอนกันตั้งแต่หัวรุ่งแล้วมานั่งทบทวนอัลกุรอานที่ตนได้ท่องจำพลางรอละหมาดในมัสญิดตั้งแต่ประมาณตี 3 กว่า ๆ แน่ะ   บ่งบอกให้เห็นถึงวิธีการตัรบิยะฮฺลูกน้อยที่ช่างต่างกันเหลือเกินกับบ้านเมืองเรา  ที่พ่อแม่มักจะชวนลูกนั่งดูละครหลังข่าวด้วยกัน  แล้วก็นอนหลับยาวจนลูกไม่ได้ตื่นมาละหมาดศุบหฺ


3.เมื่อคุณพ่อเสียชีวิต ก็เริ่มตระหนักว่าตัวเองต้องรับผิดชอบตัวเองแล้ว  ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองเป็นภาระของครอบครัวให้แม่ต้องทำงานหนักเป็นสองเท่า  เริ่มมองหางานทำ  เมื่อเห็นว่าตัวเองมีความรู้ไม่พอก็ไปเรียนเพิ่ม   นี่คือเด็กหนุ่มอายุแค่ 14-15 ปีเท่านั้นนะครับ   ลองกลับมาดูวัยรุ่นแถวบ้านเราสิ   ไม่ซิ่งรถก็จีบสาว ไม่จีบสาวก็ลองยา ไม่ลองยาก็โดดเรียน ไม่โดดเรียนก็.... ในขณะที่วัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งที่ตั้งใจเรียนเป็นเด็กเรียนก็อ่อนแอ อ่อนต่อโลก ตกเป็นเครื่องมือของระบบกลไกที่ครอบงำสังคม   สุบหานัลลอฮฺ....สังคมของเราทุกวันนี้ต้องการเยาวชนอย่างเมาดูดียฺเหลือเกิน   


4.เรียนภาษาอังกฤษจนใช้ได้อย่างชำนาญ และสามารถแปลหนังสือจากอุรดูและอาหรับเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างดี  โดยใช้เวลาเรียนแค่เพียง 4 เดือนเท่านั้น   เห็นได้ถึงความมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจัง  ผมรู้สึกอายมากที่ตัวเองเรียนภาษาอังกฤษมาเป็นสิบกว่าปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้แม้งู ๆ ปลา ๆ และต้องเรียนภาษาอาหรับถึง 6 ปีจึงจะเริ่มแปลบทความภาษาอาหรับได้.... 


แล้วพี่น้องละครับ?  แล้วน้อง ๆ ของเราล่ะครับ?  แล้วลูก ๆ หลาน ๆ ของเราล่ะครับ?   นักเรียนนักศึกษามุสลิมทั้งหลาย!  ไหนเล่าความมุ่งมั่นของพวกท่าน?  ไหนเล่าความเอาจริงเอาจังของพวกท่าน?  ไหนเล่าเป้าหมายของพวกท่าน?  พวกท่านอยู่ ณ จุดไหน จากเยาวชนรุ่นราวคราวเดียวกับท่านหรืออายุน้อยกว่าท่านด้วยซ้ำ เยาวชนที่มีชื่อว่าอบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ???
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
เนื้อหาที่ให้ข้อคิดและบทเรียนจากการบรรยายของชัยคฺ มุฮัมมัด มูซา อัช-ชะรีฟ



3.เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูศาสนา (ช่วงแรก ๆ)



-เขียนหนังสือชื่อ "ญิฮาดในอิสลาม" เมื่ออายุได้ประมาณ 23 ปี (ในปี ค.ศ.1926) เพื่ออธิบายหลักการและเหตุผลอันล้ำลึกของอิสลามว่าด้วยการญิฮาด และตอบโต้คำกล่าวหาของมหาตมะ คานที ที่ว่าอิสลามเป็นศาสนาที่รุนแรง ป่าเถื่อน เผยแพร่ด้วยคมหอกคมดาบ


-เมาลานา เมาดูดียฺ ใช้ความพยายามอย่างมากในการเผยแผ่ความคิดของอิสลามออกไปอย่างกว้างขวาง  เมาลานา อบุล หะสัน อัน-นัดวียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้เคยกล่าวถึงท่านเอาไว้ว่า "ฉันไม่รู้จักใครที่จะมีอิทธิพลต่อชนมุสลิมในยุคปัจจุบันมากไปกว่าอบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ"


-เริ่มพิมพ์วารสาร "ตัรญุมาน อัลกุรอาน" ในปี ค.ศ.1932 (อายุ 29 ปี) โดยในช่วงแรกของการก่อตั้งวารสารนั้น  เมาลานา เมาดูดียฺ ได้ดำเนินการเองทุกอย่างและทุกขั้นตอนโดยไม่มีทีมงานและไม่มีผู้ช่วยแม้แต่คนเดียว   กล่าวคือเมาลานา เมาดูดียฺทำหน้าที่เป็นทั้งนักเขียน เป็นทั้งบรรณาธิการ เป็นทั้งคนออกแบบศิลป์ คนพิมพ์ต้นฉบับ คนตรวจทาน คนพิสูจน์อักษร คนพิมพ์ฉบับขาย เป็นทั้งคนขาย คนหาสมาชิก คนส่งวารสารไปให้สมาชิก และคนหาทุน  พูดง่าย ๆ ก็คือ วารสารรายเดือน "ตัรญุมาน อัลกุรอาน" เกิดขึ้นโดยการทำงานของคนเพียงคนเดียว นั่นคือ อบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ! 


-พิมพ์วารสารเล่มนี้ออกเผยแพร่รายเดือนตั้งแต่วันแรกที่พิมพ์ขึ้นมาจนกระทั่งวันที่ท่านเสียชีวิต


-จากคำบอกเล่าของท่านเองและของลูกศิษย์ของท่านจำนวนหนึ่ง  เมาลานา เมาดูดียฺช้เวลาทำวารสารในแต่ละวันตั้งแต่หลังเสร็จละหมาดอิชาอ์จนกระทั่งถึงเวลาละหมาดศุบหฺ  จึงออกมาละหมาดศุบหฺที่มัสญิด  เมื่อเสร็จภารกิจอิบาดะฮฺในยามเช้าแล้ว จึงกลับเข้าบ้านเพื่อพักผ่อนเอาแรงแล้วจึงตื่นขึ้นมาทำงานอีกในช่วงเช้าของวันนั้น


-มุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับงานศาสนาแม้ว่าฐานะค่อนข้างลำบาก  ในบางช่วงของชีวิตไม่มีอะไรกินเพื่อประทังชีพนอกจากซุปถั่วและน้ำเท่านั้น


-ใส่เสื้อผ้าจนเก่าและขาด เนื่องจากไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อเสื้อใหม่


-บางครั้งถึงขั้นต้องเอาขนมปัง (โรตี) แห้งไปจุ่มในแม่น้ำเพื่อให้มันเปียกชุ่มและอ่อนนุ่มแล้วกินเพื่อดับความหิว


-ตลอดทั้งชีวิต (เสียชีวิตอายุ 76 ปี) ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับอิสลามทั้งหมด 140 เล่ม และบทความเกี่ยวกับอิสลามมากกว่า 1,000 บทความ


-คำพูดบางตอนที่ตราตรึงของเมาลานา เมาดูดียฺ



"หากพวกท่านยังไม่สามารถเสียสละและอุทิศชีวิตให้แก่อิสลาม ได้เท่ากับที่ฝูงบินคามิคาเซ่ของญี่ปุ่นซึ่งขับเครื่องบินพุ่งชนเรือรบของศัตรูได้สละชีพให้แก่ชาติของพวกเขาแล้ว  พวกท่านก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จในงานดะอฺวะฮฺ"



"ให้อุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่านเป็นเสมือนโขดหินที่อยู่กลางแม่น้ำ  ท่านจะเห็นว่าแม่น้ำแม้จะเจอหินโขดใหญ่ขวางทางอยู่ มันก็ไม่ยอมและไม่เคยหยุดไหล  ถ้ามันไหลข้ามหินไม่ได้ มันก็จะแยกไปทางซ้ายและทางขวาของหินเพื่อจะมาบรรจบกันด้านหลังโขดหิน แล้วไหลไปตามทางของมันต่อไป"


"หากพวกท่านยังไม่มีความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยต่ออนาคตของประชาชาติอิสลาม ดังเช่นที่พวกท่านรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยต่อลูกเล็กของท่านที่กำลังป่วยหนัก เสียงร้องของลูกทำให้ท่านไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ จนท่านต้องอุ้มลูกน้อยขึ้นมาแล้วรีบออกจากบ้านอย่างเร่งด่วน เพื่อพาไปหาหมอ...  หากท่านยังไม่มีความรู้สึกต่อประชาชาติอิสลามเฉกเช่นความรู้สึกของพ่อคนนี้ที่มีต่อลูกของเขา  การทำงานของท่านก็แทบหาประโยชน์อันใดไม่ได้"

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2011, 05:49:46 pm โดย الثوري »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
อินชาอัลลอฮฺ  เร็ว ๆ นี้จะมาถอดบทเรียนจากตอนนี้กัน




ปล.นอกจากนี้ยังมีโครงการสรุปคลิป-ถอดบทเรียน จากชีวประวัติของผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อิสลามอีกหลาย ๆ คน  ขอแอบกระซิบบอกพี่น้องก่อนก็แล้วกันว่าคนต่อไปมีใครบ้าง เช่น สุฟยาน อัษ-เษารียฺ, อิมาม อะหฺมัด บิน หัมบัล, อิมาม อัช-ชาฟิอียฺ, อิมาม อบู หะนีฟะฮฺ, อิบนุล มุบาร็อก, มุฮัมมัด อัล-ฟาติหฺ, มุฮัมมัด อัล-บากิร, มุศเฏาะฟา อัส-สิบาอียฺ, อิมาม อัน-นะวะวียฺ, อัล-หะสัน อัล-บัศรียฺ, อิบนุ สีรีน, เคาะลีฟะฮฺ อุมัร บิน อับดิลอะซีซ   และคนอื่น ๆ อีกมากมาย

อยากให้ สรุปคลิป-ถอดบทเรียน จากชีวประวัติของใครก่อน โหวตเลยครับพี่น้อง   ::)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 11, 2011, 07:55:50 am โดย الثوري »
บันทึกการเข้า

zunnur@islamicsibling

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 988
  • zunnur_islamicsibling
    • เว็บไซต์
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
เยี่ยม  ."^

กะแล้วว่าซุนนูรต้องเข้ามาแน่ ๆ  โพสต์ข้างบนเป็นกับดักล่อให้ซุนนูรเข้ามาโพสต์ตอบ  :)
บันทึกการเข้า

zunnur@islamicsibling

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 988
  • zunnur_islamicsibling
    • เว็บไซต์
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730


หนังสือ "ญิฮาดในอิสลาม" ฉบับแปลเป็นภาษาอาหรับ ของอบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ




ข้อคิดและบทเรียนจากส่วนที่ 3


1.ความกล้าหาญในการพูดความจริงกับศักยภาพของคนหนุ่มวัน 20 ต้น ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอุละมาอ์ 



อายุเพียง 23 ปี ถ้าจะเทียบให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเพิ่งจบป.ตรีมาได้หนึ่งปีตามหลักสูตร 4 ปี  หรือถ้าคิดตามหลักสูตร 5 ปีอย่างครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ที่ผมเรียนอยู่ อายุ 23 ปีก็เทียบเท่ากับปี 5 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายพอดี   เราจะเห็นได้ว่าเมาดูดียฺด้วยวัยเพียง 23 ปีนี้ได้สร้างผลงานที่กล้าหาญและส่งผลกระทบเป็นระลอกคลื่นไปทั่วอนุทวีปอินเดียด้วยการเขียนหนังสือชื่อ "ญิฮาดในอิสลาม" ขึ้นมาเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาและชี้แจงความจริงของบทบัญญัติว่าด้วยการญิฮาดของอิสลาม



คงจะเป็นการดีหากผมจะเท้าความสักเล็กน้อยถึงเหตุการณ์ที่เป็นสิ่งจุดประกายความคิดให้เมาลานา เมาดูดียฺ เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา 



เบื้องหลังของหนังสือเล่มนี้มีอยู่ว่า  มหาตมะ คานทีได้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ (และทางการปฏิบัติด้วย) ของอินเดียในการเรียกร้องเอกราชคืนจากอังกฤษ  ซึ่งในการนี้ชาวอินเดียทุกศาสนาได้เข้าร่วมรวมทั้งมุสลิมด้วย  มุสลิมในอินเดียได้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของคานทีโดยมีีความหวังว่าถ้าร่วมมือกับคานทีจะสามารถขับไล่ศัตรูผู้ยึดครองออกไปจากแผ่นดินได้  แต่พอได้รับเอกราชแล้ว  คานทีก็ได้กลับส้นเท้าของตัวเอง แล้วหันมาโจมตีมุสลิมว่าเป็นพวกป่าเืถื่อน และศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่สอนให้ใช้ความรุนแรง เผยแพร่ด้วยคมหอกคมดาบ  เมื่อเกิดเหตุจลาจลขึ้นคานทีมักจะเข้าข้างพวกฮินดูเสมอ  ทั้ง ๆ ที่มุสลิมเป็นฝ่ายถูกระทำและเสียหายมากกว่า [1]  



อบุล อะอฺลา อัล-เมาดูดียฺ ในวัย 23 ปีได้ร่วมละหมาดวันศุกร์ที่มัสญิด อัล-ญามิอฺ อัล-กะบีร ที่เมืองเดฮฺลี (เดลฮี) และได้ยินเมาลานา มุฮัมมัด อะลียฺ อัล-เญาฮะรียฺ นักคิดและนักเคลื่อนไหวคนหนึ่งของอินเดีย ปราศรับบนมิมบัรว่า "น่าจะมีใครสักคนหนึ่งที่หาญกล้าลุกขึ้นมาตอบโต้คำกล่าวหานี้"  คำพูดนี้ได้จุดประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นคนในหัวใจของเมาดูดียฺ  เขาปรารถนาที่จะเป็น "ใคร" คนนั้น และอาสาลุกขึ้นมาทำหน้าที่ปกป้องหลักการของอิสลามว่าด้วยการญิฮาด[2]   เมาดูดียฺกลับไปที่บ้านแล้วเริ่มลงมือศึกษาค้นคว้าหนังสือหลายเล่มว่าด้วยการญิฮาดและการทำสงครามตามหลักกฎหมายสมัยใหม่  เมาดูดียฺได้นำเสนอให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กฎหมายของพระผู้เป็นเจ้าว่าด้วยสงครามญิฮาดมีความสูงส่ง สมบูรณ์ รอบคอบ และมีมนุษยธรรมมากกว่ากฎหมายของสงครามระหว่างประเทศที่มนุษย์ร่างขึ้น






มุฮัมมัด อะลียฺ เญาฮัร (อัล-เญาฮะรียฺ)



_____________________________________

[1] ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน มัรยัม ญะมีละฮฺ. แปลโดย บรรจง บินกาซัน.  (2545).  ขบวนการฟื้นฟูอิสลาม.  พิมพ์ครั้งที่ 3.  กรุงเทพฯ: อิสลามิคอะคะเดมี.  หน้า 124
[2] http://ar.wikipedia.org/wiki/%D8%A3%D8%A8%D9%88_%D8%A7%D9%84%D8%A3%D8%B9%D9%84%D9%89_%D8%A7%D9%84%D9%85%D9%88%D8%AF%D9%88%D8%AF%D9%8A [11 ตุลาคม 2554]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 19, 2011, 03:22:04 pm โดย الثوري »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
ณ จุดนี้ผมอยากให้เราหยุดคิดสักครู่ เราจะพบว่าเหตุการณ์นี้ให้ข้อคิด บทเรียน และแบบอย่างสำหรับพวกเราไม่้้น้อยเลยทีเดียว


1.1 ศักยภาพของคนหุน่มวัย 20 ต้น ๆ 



ด้วยวัยเพียง 23 ปี เมาดูดียฺได้เขียนหนังสือขึ้นมาเป็นเล่มแรกในชีวิต หนังสือเล่มนี้ได้ทำหน้าที่ปกป้องอิสลามจากคำครหาอย่างไม่เป็นธรรมของคานธี  และอธิบายความสูงส่งของอิสลามให้ชาวอินเดียและชาวโลกในเวลาต่อมาได้ประจักษ์  โปรดสังเกตว่าเมาดูดีย์ไม่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาจากข้อมูลที่มีพร้อมแล้ว แต่ต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้าอย่างหนัก  นั่นแสดงให้เห็นว่าคนในวัน 20 ต้น มีศักยภาพที่จะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่าโดยเริ่มต้นจากศูนย์ได้  หากได้รับแรงบันดาลใจที่ทรงพลัง เชื้อเพลิงชั้นดีที่พร้อมจะจุดประกาย และการชี้นำอย่างใกล้ชิดและอบอุ่นจากอุละมาอ์   



แต่พอหันมาดูเยาวชนของสังคมเราในปัจจุบัน ในวัยเดียวกันกับที่เมาลานา เมาดูดียฺ เขียนหนังสือเล่มแรกในชีวิตของท่าน  เยาวชนของเรากำลังทำอะไรกันอยู่? พวกเขาไปอยู่ที่ไหน?  เราแทบไม่เจอพวกเขาในมัสญิด ในมัจลิสวิชาการ  เราพบพวกเขาอยู่ในสถานที่ใดมากกว่ากัน ระหว่างร้านหนังสือกับร้านเกม?  มัสญิดกับห้างสรรพสินค้า?  หน้ามิมบัรกับหน้าจอโทรทัศน์หรือจอคอมฯ?  พวกเขาฟังคำของใครมากกว่ากัน คำของอุละมาอ์หรือคำของนักร้อง?  ไม่พักต้องพูดถึงในแนวหน้าของการปะทะกันระหว่างอิสลามกับญาฮิลียะฮฺไม่ว่าจะเป็นพรมแดนทางกายภาพหรือพรมแดนทางปัญญาและอุดมการณ์ว่าจะมีพวกเขาอยู่กันสักกี่คน  



กระนั้นก็ตาม  ผมขอเรียนให้ทราบว่า ถึงอย่างไรเยาวชนของเราก็ยังมีศักยภาพที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่  เพียงแต่เราต้องเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับสิ่งนั้น และเตรียมตัวเราเองให้พร้อมสำหรับการสนับสนุนพวกเขา

  


อินชาอัลลอฮฺ ไว้ค่อยมาต่อกันข้อ 1.2 นะครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 19, 2011, 03:21:30 pm โดย الثوري »
บันทึกการเข้า
 

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML