كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ
พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ
 โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮ์...
You are here: Fityatulhaq Board - เยาวชนแห่งสัจธรรม » ห้องเรียนออนไลน์ » โต๊ะวิชาวิทยาการ »  (ผู้ดูแล: -ผู้ขอบคุณ-, Ibn Ismail)

บทนำ “หลักการศึกษาของอิสลาม” [อาคีรัฐ มะยูโซะ]

ผู้เขียน หัวข้อ: บทนำ “หลักการศึกษาของอิสลาม” [อาคีรัฐ มะยูโซะ]  (อ่าน 990 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730






مقدمة أصول التربية الإسلامية
บทนำ “หลักการศึกษาของอิสลาม


บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
مقدمة أصول التربية الإسلامية

บทนำ “หลักการศึกษาของอิสลาม



คอลิด บิน หามิด อัล-หาซิมียฺ : เขียน
อาคีรัฐ  มะยูโซะ : แปลและเรียบเรียง1




การสรรเสริญทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ  เราขอสรรเสริญพระองค์ ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ขออภัยโทษต่อพระองค์ และกลับเนื้อกลับตัวไปสู่พระองค์  เราขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายของตัวเราเอง และความเลวร้ายของการงานที่เราได้กระทำ  ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงนำทางเขาก็ไม่มีผู้ใดทำให้เขาหลงผิดได้  และผู้ใดที่พระองค์ทรงให้เขาหลงผิดก็ไม่มีผู้ใดให้ทางนำแก่เขาได้  ข้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้น ไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์  และข้าขอปฏิญานว่ามุฮัมมัดเป็นบ่าวและเป็นเราะสูล (ศาสนทูต) ของพระองค์



แท้จริงการศึกษา2ในอิสลาม (ตัรบิยะฮฺ อิสลามียะฮฺ3)  คือกระบวนการที่มีขึ้นเพื่อทำให้บทบัญญัติของชะรีอะฮฺถูกนำมาปฏิบัติได้อย่างบรรลุผล  ทั้งนี้เนื่องจากอิสลามไม่ใช่ทฤษฎีทางศีลธรรมที่ถูกเสนอขึ้นมาเพื่อให้ศึกษาไว้เป็นความรู้แต่เพียงอย่างเดียว  หากแต่มีจุดประสงค์เพื่อให้ถูกนำมาปฏิบัติในชีวิตจริง   โดยความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยทำให้ภาคปฏิบัติเกิดขึ้นมาได้อย่างถูกต้อง และทำหน้าที่ฉายภาพให้มนุษย์ได้เห็นทางนำที่บรรดานบีทุกท่าน อะลัยฮิมุสสะลาม ได้นำมาเผยแผ่   และคนสุดท้ายจากบรรดานบีเหล่านั้นก็คือท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ผู้ที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสถึงท่านไว้ว่า




“พระองค์ทรงเป็นผู้แต่งตั้งเราะสูลคนหนึ่งขึ้นในหมู่ผู้ไม่รู้หนังสือจากพวกเขาเอง  เพื่อที่เขาจะอ่านบรรดาโองการของพระองค์ให้พวกเขาฟัง และจะขัดเกลาพวกเขาให้สะอาด  และจะสอนคัมภีร์และความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติในบัญญัติศาสนาแก่พวกเขาด้วย  และแท้จริงเมื่อก่อนนั้นพวกเขาเคยอยู่ในความหลงผิดอันชัดแจ้ง”   [อัล-ญุมุอะฮฺ 62:2]






_____________________________
1 แปลจากคำนำของหนังสือ أصول التربية الإسلاية (หลักการศึกษาของอิสลาม) เขียนโดยศาสตราจารย์ ดร.คอลิด บิน หามิด  อัล-หาซิมียฺ (خالد بن حامد الحازمي) ศาสตราจารย์ด้านศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอิสลามแห่งนครมะดีนะฮฺ อัล-มุเนาวะเราะฮฺ พิมพ์ครั้งที่ 1 ฮ.ศ.1420 (ค.ศ.2000) โดยสำนักพิมพ์ดาร อาละมิลกุตุบ (دار عالم الكتب), ริยาฎ, ซาอุดิอารเบีย;  ส่วนเชิงอรรถทั้งหมดที่ปรากฏในบทความนี้เป็นของผู้แปลทั้งสิ้น

2 คำว่า “การศึกษา” แปลมาจากคำภาษาอาหรับในต้นฉบับว่า “تربية” (อ่านว่าตัร-บิ-ยะฮฺ) ซึ่งถ้าเทียบในแง่การแบ่งสาขาทางวิชาการแล้วก็จะเทียบได้กับวิชาการในด้านครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์  ดังนั้นในบทความนี้ ผู้แปลจึงแทนคำว่า “ตัรบิยะฮฺ” ด้วยคำว่า “การศึกษา” เป็นหลัก  แต่ในความเป็นจริงแล้วคำว่า “ตัรบิยะฮฺ” มีความหมายกว้างขวางครอบคลุมมากกว่าการศึกษามาก โดยหมายรวมถึงการอบรมเลี้ยงดูบุตร การอบรมขัดเกลาจริยธรรม การให้การศึกษา รวมไปถึงพัฒนามนุษย์ทุกวัยในทุก ๆ ด้านตลอดการดำรงชีวิต และผูกพันอยู่กับหลักการศรัทธาของอิสลามอย่างเหนียวแน่น  ในขณะที่คำว่าการศึกษาในภาษาไทยนั้นมีความหมายในเชิงการจัดการเรียนการสอน และการถ่ายทอดความรู้เท่านั้น

3 ส่วนคำว่า “ตัรบิยะฮฺ” (التربية) นั้น  ผู้เขียนได้ให้นิยามไว้ในบทที่ 1 ของหนังสือเล่มนี้ว่าหมายถึง “การอบรมขัดเกลามนุษย์อย่างเป็นขั้นเป็นตอนในทุก ๆ ด้าน  เพื่อให้บรรลุซึ่งความสุขที่แท้จริงทั้งในโลกนี้และโลกหน้า โดยสอดคล้องกับวิถีและรอบของอิสลาม” ดู อัล-หาซิมียฺ, คอลิด, บิน หามิด.  อุศูล อัต-ตัรบิยะฮฺ อัล-อิสลามียะฮฺ. พิมพ์ครั้งที่ 1. ริยาฎ: ดาร อาละมิลกุตุบ, 1420/2000. หน้า 19.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 02, 2012, 05:10:35 pm โดย الثوري »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้อบรมสั่งสอนและขัดเกลาบรรดาเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ของท่านอย่างดีที่สุด  จนกระทั่งพวกเขาได้บรรลุถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จทางการศึกษา   พวกเขายอมสละสิทธิของตัวเองให้แก่ผู้อื่นแม้ว่ามันจะทำให้พวกเขาต้องเดือดร้อนก็ตาม  ดังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสถึงคุณลักษณะของพวกเขาไว้ว่า




“และบรรดา (ชาวอันศอร) ผู้ที่ได้ตั้งหลักแหล่งอยู่ที่นครมะดีนะฮฺโดยที่พวกเขาศรัทธาก่อนหน้าการอพยพของชาวมุฮาญิรีน  พวกเขารักใคร่ผู้ที่อพยพมายังพวกเขา  และจะไม่พบความต้องการหรือความอิจฉาใด ๆ อยู่ในทรวงอกของพวกเขาในสิ่งที่ได้ถูกประทานให้  และพวกเขาจะให้สิทธิแก่ผู้อื่นก่อนตัวของพวกเขาเองถึงแม้ว่าพวกเขายังมีความต้องการอยู่มากก็ตาม     และผู้ใดปกป้องการตระหนี่ที่อยู่ในตัวของเขาชนเหล่านั้นพวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จ”          [อัล-หัชรฺ 59:9]



ด้วยความจำเริญที่มาพร้อมกับการแต่งตั้งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  และด้วยการอบรมสั่งสอนของท่านที่บรรดาเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ได้เติบโตขึ้นมานี้เอง  ที่ได้เปลี่ยนทิศทางของประวัติศาสตร์โลกและวิถีชีวิตของมนุษยชาติ  แล้วด้วยสองมือของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นี่อีกเช่นกัน ที่อัลลอฮฺได้ทรงช่วยเหลือประชาชาติทั้งหลายให้รอดพ้นจากไฟสงครามที่แผดเผาพวกเขา  และสังคมอีกมากมายได้รอดพ้นจากความตกต่ำทางศีลธรรมที่กัดกินพวกเขา  จากความอาฆาต การประทุษร้าย และความเกลียดชังที่ทำให้พวกเขาแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ และจากความคิดที่เบี่ยงเบนที่ทำให้พวกเขาหันไปเคารพสักการะสิ่งที่ไม่สามารถจะได้ยินและไม่มีปัญญาจะคิดอะไรได้เลย



เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เสียชีวิตลง  บรรดาเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ก็ได้สืบทอดบทบาทและหน้าที่ที่พวกเขาได้รับมอบหมายต่อจากท่านด้วยการให้การศึกษาแก่ชนรุ่นตาบิอีน  และอบรมขัดเกลาพวกเขาอย่างดีเยี่ยม  จนกระทั่งชนรุ่นนี้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้รู้และผู้นำเป็นจำนวนมากที่นำมนุษยชาติไปสู่สัจธรรมและความถูกต้อง   ชีวประวัติและวิถีชีวิตของชนรุ่นเศาะหาบะฮฺจึงเป็นอีกแหล่งอ้างอิงหนึ่งที่สำคัญให้แก่ความรู้ด้านการศึกษาของเราในปัจจุบัน  นั่นเป็นเพราะว่าชีวิตของพวกเขาเพียบพร้อมไปด้วยแบบอย่างที่ดีเลิศทั้งในด้านความรู้และความประพฤติ  ตลอดจนความกล้าหาญและการอดทนบนเส้นทางของสัจธรรมที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ปรารถนาจะดำเนินชีวิตเฉกเช่นพวกเข
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 02, 2012, 05:12:24 pm โดย الثوري »
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
ยังมีอีกเยอะคร้าบ  ยังมีอีกเยอะ    เข้ามาตามอ่านกันเรื่อย ๆ นะครับ    มีข้อคิดเห็นอย่างไรก็คอมเมนต์มาได้เลยครับ  ::)
บันทึกการเข้า

บก.ชั่วคราว

  • --> บ.ก.ชั่วคราว <--
  • บรรณาธิการบริหาร
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2750
เอาอีกครับ....อย่าให้รอนานนะท่านอัซเซารีย์
บันทึกการเข้า
>>>>>>>>>> [ร็อบบานีย์|คอลีฟะฮฺ|ญะมาอะฮฺ] <<<<<<<<<<<

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730


แล้วไม้ต่อของภารกิจด้านการศึกษาก็ได้ถูกส่งผ่านจากมือของเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม สู่มือของตาบิอีน เราะหิมะฮุมุลลอฮฺ  พวกเขาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง  แบบอย่างอย่างและคำสอนพวกของเขาส่งผลอย่างชัดเจนต่อลูกหลานของประชาชาติอิสลามในยุคต่อ ๆ มา  ประวัติศาสตร์และหนังสือชีวประวัติได้บอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาให้แก่เราไว้อย่างมากมาย


หลังจากที่สามยุคแห่งความประเสริฐได้สิ้นสุดลง   การศึกษาของอิสลามก็ได้เดินทางผ่านยุคสมัยต่าง ๆ มาจนถึงปัจจุบัน  มีทั้งช่วงที่รุ่งเรืองและตกต่ำสลับกันไปเป็นวัฏจักรเหมือนน้ำขึ้นและน้ำลง  แต่ถึงกระนั้นประวัติศาสตร์อิสลามก็ไม่เคยว่างเว้นจากกลุ่มคนที่คอยทำหน้าที่ปกป้องและรักษาคุณภาพการศึกษาของมันมาโดยตลอด  แม้ว่าระดับเสถียรภาพของการศึกษาและขอบเขตของการแพร่ขยายในสังคมมุสลิมแต่ละสังคมจะแตกต่างกันไปบ้างก็ตาม



ส่วนประวัติความเป็นมาของงานเขียนเกี่ยวกับการศึกษาของอิสลามในฐานะวิชาการแขนงหนึ่งนั้นก็มีรากฐานและแบบแผนอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง  ซึ่งโดยแท้จริงแล้ว คัมภีร์อัลกุรอานและสุนนะฮฺ (แบบอย่างในการดำเนินชีวิต) ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทั้งที่เป็นคำพูด การกระทำ และการยอมรับของท่านเป็นแหล่งที่มาและแหล่งอ้างอิงหลักของเราในการแสวงหาความรู้ในด้านนี้   อัลกุรอานได้อธิบายไว้อย่างชัดแจ้งถึงวิถีที่เราจะสร้างตัวเราและครอบครัวของเราขึ้นมาบนวิถีนั้น   อัลลอฮฺตรัสว่า




“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! จงตอบรับอัลลอฮฺ และเราะสูลเถิด เมื่อเขาได้เชิญชวนพวกเจ้าสู่สิ่งที่ทำให้พวกเจ้ามีชีวิตชีวาขึ้น...”   [อัล-อัมฟาล 8:24]



โองการของอัลกุรอานข้างต้นเป็นพระบัญชาจากอัลลอฮฺ ตะอาลา ให้เราตอบรับต่อทุกสิ่งที่ถูกระบุไว้ในอัลกุรอานและสุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  เพราะด้วยสองสิ่งนี้เท่านั้นที่จะทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า   คำสอนของอัลกุรอานประกอบไปด้วยตัวอย่างมากมายของรูปแบบและวิธีการอบรมสั่งสอนที่หลากหลาย เช่น การเล่าเรื่อง การยกอุทาหรณ์ การสนทนา การให้บทเรียนอันเกิดจากการเรียนรู้ และการแสดงแบบอย่าง เป็นต้น   ในขณะเดียวกันก็ได้สอนให้มนุษย์รู้ถึงสิ่งที่จะนำเขาไปสู่ความสุขที่ถาวรและความโปรดปรานที่ยั่งยืนตลอดกาล  และอธิบายให้มนุษย์ทราบถึงสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเขาทั้งในโลกนี้ที่เขาใช้ชีวิตอยู่และโลกหน้าที่เขาจะถูกนำกลับไป   



ในขณะที่สุนนะฮฺอันบริสุทธิ์นั้นประกอบไปด้วยรายละเอียดของวิถีชีวิตอันสมดุลและสมบูรณ์แบบจากชีวิตจริงของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กับครอบครัวของท่าน  กับเครือญาติของท่าน  กับมิตรสหายของท่าน  และกับคณะตัวแทนของเผ่าต่าง ๆ ที่มาหาท่านเพื่อประกาศเข้ารับอิสลาม  หรือแม้กระทั่งกับเหล่าศัตรูของท่านทั้งจากพวกกุร็อยชฺมักกะฮฺ  ชาวยิวและพวกมุนาฟิกีนที่อาศัยอยู่ในเมือง  มะดีนะฮฺ  ซึ่งเป็นแบบอย่างให้แก่เราในมิติของหลักศรัทธาและการเชื่อมั่น (อะกีดะฮฺ) การประกอบศาสนกิจ (อิบาดะฮฺ)  คุณธรรมจริยธรรม และการทำงาน  รวมถึงมิติอื่น ๆ ที่หนังสือเล่มนี้จะอธิบายในบทต่อ ๆ ไป  และเช่นเดียวกัน  สุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านวิธีการการสอน  เช่น  การให้ข้อคิด  การเล่าเรื่อง  การยกอุทาหรณ์  การจูงใจให้ทำสิ่งพึงประสงค์และเลิกสิ่งไม่พึงประสงค์ (ตัรฆีบและตัรฮีบ)  การสนทนา  และวิธีการอื่น ๆ ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยใช้
บันทึกการเข้า

HASBEEYALLAH

  • Full Member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 205

อัลหัมดุลิลลาฮฺ

มีอาหารที่หะลาลและยังประโยชน์แก่ร่างกายและจิตใจ มาให้ได้รับประทานอีก

อัลหัมดุลิลลาฮฺ
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730

เมื่อกระบวนการรวบรวมหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเรียบเรียงขึ้นมาเป็นตำราอย่างเป็นระบบได้เสร็จสมบูรณ์  กระบวนการดังกล่าวได้ทำให้เราทราบถึงแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งครอบคลุมไปถึงการให้การศึกษาและอบรมขัดเกลาของท่านต่อบรรดาเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ด้วย  เช่นหนังสือ “الأدب المفرد” (อัล-อะดะบุล มุฟร็อด) ของอัล-บุคอรียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ เป็นต้น   หลังจากนั้นก็มีหนังสือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของอิสลาม (ตัรบิยะฮฺ อิสลามียะฮฺ) ถูกเรียบเรียงขึ้นอย่างมากมายในหัวข้อที่แตกต่างกันออกไปตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา   กล่าวคือหนังสือเหล่านั้นจะถูกเรียบเรียงขึ้นมาในหมวดใดหมวดหนึ่งเป็นการเฉพาะ  เช่น  บางเล่มจะกล่าวถึงเรื่องมารยาท  แต่บางเล่มก็กล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอน  บางเล่มกล่าวถึงเรื่องการเลี้ยงดูบุตรและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง  ในขณะที่บางเล่มก็กล่าวถึงเรื่องความสมถะและการขัดเกลาจิตใจ   



เพื่อให้เห็นอย่างชัดเจน  ผู้เขียนขอยกตัวอย่างหนังสือบางเล่มพร้อมทั้งระบุชื่อผู้แต่งและปีที่ผู้แต่งเกิดและเสียชีวิต



หนึ่ง  หนังสือเกี่ยวกับการเรียนการสอน

-    آداب المعلمين (มารยาทสำหรับครูผู้สอน) เขียนโดยอิบนุ สะหฺนูน  เสียชีวิติปี ฮ.ศ.256

-   الرسالة المفصلة لأحوال المتعلمين وأحكام المعلمين والمتعلمين (อธิบายสภาพต่าง ๆ ของผู้เรียน และบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้สอนและผู้เรียน) เขียนโดย อัล-กอบิสียฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.324-403

-   الجامع لأخلاق الراوي وآداب السامع (บุคลิกภาพของผู้สอนและมารยาทของผู้เรียน) เขียนโดยอัล-เคาะฏีบ อัล-บัฆดาดียฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.392-463
 
-   تعليم المتعلم في طريق التعلم (คำแนะนำแก่ผู้เรียนเกี่ยวกับวิธีการเรียน) เขียนโดยบุรฮานุดดีน อัซ-ซัรนูญียฺ  เสียชีวิตปีฮ.ศ.593

-    الحث على الحفظ (การส่งเสริมการท่องจำ) เขียนโดยอิบนุล เญาซียฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.508-597

-   تذكرة السامع والمتكلم في آداب العالم والمتعلم (ข้อเตือนสติแก่ผู้ฟังและผู้พูด ในเรื่องมารยาทที่นักวิชาการและนักศึกษาควรปฏิบัติ) เขียนโดยอิบนุ ญะมาอะฮฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.639-733
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
สอง  หนังสือเกี่ยวกับการอบรมขัดเกลา การเลี้ยงดูบุตร และการพัฒนาบุคลิกภาพ

-   الأخلاق والسير في مداواة النفوس (มารยาทและความประพฤติและผลในการเยียวยารักษาจิตใจ) เขียนโดยอิบนุ หัซมฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.384-456
 
-   أدب الدنيا والدين (มารยาทเกี่ยวกับเรื่องดุนยาและศาสนา) เขียนโดยอัล-มาวัรดียฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.364-450

-   الذريعة إلى مكارم الشريعة (รีบเร่งไปสู่เกียรติของชะรีอะฮฺ) เขียนโดย อัร-รอฆิบ อัล-อัศฟะฮานียฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.499-502

-   أيها الولد (โอ้ลูกเอ๋ย) เขียนโดยอบู หามิด อัล-เฆาะซาลียฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.450-505

-   لفتة الكبد في نصيحة الولد (ขจัดความยุ่งยากในการอบรมลูก ๆ) เขียนโดยอิบนุล เญาซียฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.508-597

-   السلوك (المجلد العاشر من الفتاوى) (หนังสือรวบรวมคำฟัตวาเล่มที่ 10 หมวดว่าด้วยความประพฤติ) โดยชัยคุลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.661-728

-   تحفة المودود بأحكام المولود (ของขวัญแด่ทารกผู้เป็นที่รักว่าด้วยข้อปฏิบัติในการเลี้ยงดูบุตร) เขียนโดยอิบนุ ก็อยยิม อัล-เญาซียะฮฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.691-751

-   الآداب الشرعية (มารยาทตามหลักคำสอนของศาสนา) เขียนโดยอิบนุ มุฟลิหฺ เสียชีวิตในปี    ฮ.ศ.763
 
-   تحرير المقال في آداب وأحكام وفوائد يحتاج إليها مؤدبو الأطفال (คลายปมปัญหาว่าด้วยมารยาท  ข้อปฏิบัติ  และเกร็ดความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้อบรมเลี้ยงดูเด็ก) เขียนโดย  ชิฮาบุดดีน อบุล อับบาส อะหฺมัด อัล-ฮัยษะมียฺ อัล-อันศอรียฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.909-973
 



สาม  หนังสือที่เกี่ยวกับความสมถะและการขัดเกลาจิตใจ


-   كتاب الزهد (ความสมถะและการรักษาหัวใจไม่ให้ผูกพันกับดุนยา) เขียนโดยอิบนุล มุบาร็อก  เสียชีวิตปีฮ.ศ.181

-   كتاب الزهد   เขียนโดยอิมาม วะกีอฺ อัล-ญัรรอหฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.129-197

-   كتاب الزهد  เขียนโดยอิมาม อะหฺมัด  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.164-241

-   كتاب الزهد  เขียนโดยอิมาม ฮันนาด อิบนุส สะรียฺ อัล-กูฟียฺ  มีชีวิตอยู่ในปีฮ.ศ.152-243
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730


หนังสือทุกเล่มที่กล่าวมารวมทั้งเล่มอื่น ๆ อีกมากที่ไม่ได้กล่าวไว้ ณ ที่นี้ล้วนยืนยันข้อเท็จจริงที่ว่าศาสตร์ด้านการศึกษานั้นอยู่ในความสนใจและถูกศึกษาค้นคว้าโดยอุละมาอ์ของประชาชาติอิสลามมาโดยตลอดตั้งแต่ยุคสะลัฟแล้ว  และคำสอนของอิสลามนั้นครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างกว้างขวาง   ความจริงที่ว่านี้ได้ทำลายมายาคติที่ครอบงำสติปัญญาของคนบางคนมาตลอดว่า อุละมาอ์สะลัฟของประชาชาติเราไม่ได้ทิ้งมรดกใด ๆ เกี่ยวกับการศึกษาเอาไว้เลย  และเข้าใจผิดไปอีกว่าศาสตร์ด้านการศึกษานั้นไม่มีอยู่ในอิสลาม  หากแต่เป็น “วิชานำเข้า” ที่เรารับมาจากความรู้ของตะวันตกล้วน ๆ  โดยที่ตะวันตกเองก็รับมันมาในฐานะมรดกจากชนรุ่น “สะลัฟ” ของพวกเขา  ซึ่งก็คือเหล่านักปรัชญากรีกนั่นเอง



เพื่อให้เข้าใจประเด็นนี้มากยิ่งขึ้น เราจำเป็นต้องมีฐานคิดที่สำคัญสองประการ   ประการแรก:  การที่หนังสือเกี่ยวกับการศึกษาที่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ  หรือได้รับการแปลมาสู่ภาษาของเรา  หรือหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นโดยอาศัยองค์ความรู้ด้านการศึกษาของตะวันตกมีอยู่อย่างแพร่หลายในสังคมมุสลิมนั้น  จะต้องไม่ทำให้เราสรุปไปเองอย่างผิด ๆ ว่าการศึกษาเป็นศาสตร์สมัยใหม่ที่เรารับมาจากตะวันตกทั้งหมดโดยสิ้นเชิง   ประการที่สอง:  เราจะต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง “ความรู้ที่ถูกต้องด้านการศึกษา”4 กับ “แนวคิดทางการศึกษา”5 ที่เรารับเข้ามาจากภายนอก  เราจะต้องไม่แก้ไขสิ่งผิดด้วยสิ่งที่ผิดเช่นกัน6   และต้องไม่ให้สภาพปัจจุบันของเราและความพยายามของประชาชาติของเราในด้านการศึกษาต้องมุ่งไปในหนทางที่หลงผิดโดยมีเราเป็นต้นเหตุ



ฐานคิดสองประการข้างต้นทำให้เราต้องหันมาใสใจในเรื่อง “การผสมปนเปกันในระดับโครงสร้าง” ระหว่างความรู้ด้านการศึกษาของอิสลามกับความรู้ในด้านนี้ที่มาจากอารยธรรมอื่น ๆ   การผสมปนเปที่ว่านี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการแปลหนังสือของกรีกจำนวนมากเป็นภาษาอาหรับในยุคอับบาสียะฮฺ7   ความรู้ของกรีกที่มุสลิมรับเข้ามาได้ส่งผลต่อความรู้แขนงต่าง ๆ ของอิสลามที่ถูกผลิตขึ้นในยุคนี้  ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือความรู้ด้านการศึกษา  ดังจะเห็นได้ชัดในตำราบางเล่มของนักวิชาการมุสลิมในยุคดังกล่าว เช่น หนังสือ “ตะหฺศีลุส-สะอาดะฮฺ” (تحصيل السعادة) ของอัล-ฟารอบียฺ (เสียชีวิตปีฮ.ศ.339) และหนังสือ “ตะฮฺซีบุล-อัคลาก” (تهذيب الأخلاق) ของอิบนุ มัสกะวัยฮฺ (เสียชีวิตปีฮ.ศ.421) และหนังสือเล่มอื่น ๆ




_________________________
4 ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับหลักการของกิตาบุลลอฮฺ (อัลกุรอาน) และอัส-สุนนะฮฺเท่านั้น

5 ซึ่งเป็นผลผลิตจากสติปัญญาของมนุษย์ที่อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ แนวคิดเหล่านี้จะถูกถือว่าผิดทันทีถ้าหากว่ามันค้านกับหลักการของกิตาบุลลอฮฺและอัส-สุนนะฮฺ

6 คือจะต้องไม่แก้ไขปัญหาการศึกษาของประชาชาติอิสลามด้วยการลอกเอาแนวคิดหรือทฤษฎีของตะวันตกมาใช้ และเพิกเฉยต่อทางนำจากอัลกุรอานและแบบอย่างของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บนความเข้าใจของอัส-สะละฟุศศอลิหฺ (ผู้ศรัทธายุคแรกที่ถูกรับรองว่าอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง)

7 ช่วงปีฮ.ศ.133 – 656 ตรงกับปีค.ศ.750 – 1258 โดยประมาณ
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
อัสสะลามุอะลัยกุม


หลังจากนี้ผมจะต้องไปสัมมนาที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา  อาจไม่สามารถมานำเสนอข้อมูลต่อได้สัก 2-3 วัน  ในระหว่างที่ข้อมูลยังไม่อัพเดตก็เลยนำภาพปกหนังสือต้นฉบับที่ผมนำ่ส่วนคำนำมาแปลให้พี่น้องได้ดูกันก่อนครับ
 ::)




นี่คือโฉมหน้าของหนังสือเล่มดังกล่าวครับ
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730
อัสสะลามุอะลัยกุม   กลับมาแล้วครับ  มาอ่านต่อกันข้างล่างเลยนะครับ  ]\
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730


ส่วนในยุคปัจจุบัน เราจะพบว่าหนังสือเกี่ยวกับการศึกษาล้วนได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมตะวันตกในลักษณะต่าง ๆ กัน   หนังสือจำนวนมากในด้านนี้ถูกแปลมาจากตะวันตกโดยปราศจากการให้หมายเหตุวิพากษ์วิจารณ์ของผู้แปลไว้เลยแม้แต่น้อย เช่นหนังสือ “ปรัชญาการศึกษา” ของฟิลลิป เอ็ช. แฟ็งซ์ และหนังสือ “กรอบคิดใหม่ทางการศึกษา” ของโจเซฟ  ทาซมาน เป็นต้น



นอกจากนี้ยังมีหนังสืออีกจำนวนมากเกี่ยวกับการศึกษาที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกอย่างเต็มที่  และถูกเรียบเรียงขึ้นมาโดยอาศัยหนังสือของตะวันตกเป็นฐานข้อมูลและแหล่งอ้างอิงล้วน ๆ   นักวิชาการเหล่านั้นได้รับการป้อนความรู้จากตะวันตก แล้วนำความรู้เหล่านั้นมาป้อนแก่ลูกหลานของประชาชาติอิสลาม   หนังสือเหล่านี้กล่าวถึงหัวข้อต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของนักการศึกษา เช่น ปรัชญาการศึกษาแบบจิตนิยม, สัจนิยม, ธรรมชาตินิยม, ปฏิบัตินิยม, อัตถิภาวนิยม และให้การศึกษาตามแนวทางของอิสลามเป็นแค่เพียงหัวข้อหรือประเภทหนึ่งของปรัชญาการศึกษาเท่านั้น 



นอกจากนี้ยังได้นำเสนอทฤษฎีทางการศึกษาของแซนเดอร์สัน, เมสัน และมอนเตสเซอรี  และนำเสนอบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวงการศึกษาว่าคือโสกราตีส, เพลโต, อริสโตเติล, อิบนุ ซีนา, อัล-ฟารอบียฺ, จอห์น ล็อก, สเปนเซอร์ และดิวอี้



การแพร่หลายของหนังสือเหล่านี้อาจทำให้ใครบางคนในสังคมมุสลิมนึกคิดไปว่า การศึกษาไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าทฤษฎีและแนวคิดของตะวันตก รวมทั้งความเบี่ยงเบนทางด้านอะกีดะฮฺ (หลักการศรัทธา) จริยธรรม และการเลี้ยงดูที่ตะวันตกสั่งสอน



ปัจจุบันนักการศึกษามุสลิมเริ่มเล็งเห็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังผลผลิตทางความคิดและทฤษฎีต่าง ๆ ที่บิดเบือนของตะวันตก  และเริ่มตระหนักถึงผลเสียของการละเลยที่จะผลิตวิชาการจากแหล่งความรู้ของอิสลาม   พวกเขาจึงหันกลับมาสู่รากฐานของอิสลามกันมากขึ้น  งานศึกษาวิจัยทางการศึกษาที่ผลิดอกออกผลด้วยน้ำเลี้ยงจากสายธารคำสอนของอิสลามจึงเริ่มเกิดขึ้น   งานบางชิ้นออกมาในรูปบทความวิชาการที่มีมาตรฐานทางวิชาการขั้นสูง  งานบางชิ้นก็ออกมาในลักษณะงานนิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาอย่างละเอียด   ผู้เขียนยกย่องในความอุตสาหะพยายามของนักวิชาการเหล่านั้นที่ได้ค้นคว้าแหล่งข้อมูลความรู้ของอิสลาม เพื่อวิเคราะห์แล้วสังเคราะห์ออกมาเป็นองค์ความรู้   ผลการศึกษาค้นคว้าของพวกเขาได้ตอบสนองต่อความต้องการของอุมมะฮฺในปัจจุบัน แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม   กระนั้นก็ดี งานศึกษาค้นคว้าเหล่านี้ก็ได้พิสูจน์ตัวของมันเองถึงความเป็นต้นแบบทางวิชาการ ในด้านแหล่งข้อมูลอ้างอิง วิธีการนำเสนอ รูปแบบ และวิธีวิทยาการวิจัย
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730


สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนำเรามาสู่ข้อสรุปที่ว่า  แท้ที่จริงนักการศึกษามุสลิมได้วางรากฐานและโครงสร้างของการศึกษาภายใต้แสงสว่างแห่งคำสอนของอิสลามไว้แล้ว  แต่สิ่งที่บดบังมันจากสายตาของมนุษยชาติไปชั่วขณะคือแสงสว่างชั่วครู่ดุจฟ้าแลบ8 ของความเจริญก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรมในโลกตะวันตก  และการหยุดชะงักลงของการศึกษาค้นคว้าของประชาชาติอิสลามในศาสตร์ด้านการศึกษาโดยเฉพาะ และในศาสตร์แขนงอื่น ๆ โดยทั่วไป   ทำให้ตะวันตกเจริญรุดหน้าทั้งในด้านอุตสาหกรรม วิศวกรรม การแพทย์ หรือแม้แต่ในด้านเกษตรกรรม  สมาชิกในสังคมของตะวันตกก็มีฐานความรู้ที่ขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ  ความรู้ในด้านอื่น ๆ ของตะวันตกก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกันนี้



ครั้นเมื่อยุคแห่งการตื่นตัวอันจำเริญของประชาชาติอิสลาม (อัศ-เศาะหฺวะฮฺ อัล-อิสลามียะฮฺ อัล-มุบาเราะกะฮฺ) ได้เริ่มขึ้น ซึ่งเป็นยุคที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้   เหล่านักวิชาการด้านการศึกษาของมุสลิมจึงได้หันกลับมาสู่แหล่งความรู้ของอิสลาม  ซึ่งได้พิสูจน์ตัวของมันเองผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนานว่า ไม่มีครั้งใดที่มุสลิมได้รับชัยชนะและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำโลก นอกจากจะเป็นผลผลิตของการศึกษาของอิสลามที่ได้อบรมขัดเกลาพวกเขาให้เติบโต  และไม่มีคราใดที่การศึกษาของอิสลามได้หายไปจากชีวิตของมุสลิม หรือแม้แต่อ่อนแอลงไปในช่วงใดช่วงหนึ่งตลอดอดีตที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นยุคแห่งความตกต่ำของมุสลิม และเป็นยุคที่กลุ่มชนอื่นก้าวขึ้นมามีสถานะเหนือพวกเขา



ใครก็ตามที่ไตร่ตรองถึงสภาพความเสียหายที่แพร่กระจายอยู่ทั่วสังคมในทุก ๆ รูปแบบที่มันปรากฏอยู่ทุกวันนี้  เขาก็จะพบคำตอบว่าแท้จริงแล้ว มันเป็นผลมาจากการที่ชนรุ่นต่าง ๆ ในสังคมนั้นมิได้รับการขัดเกลาด้วยระบอบการขัดเกลาของอิสลามอย่างแท้จริง   คำตอบนี้ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของสังคมมุสลิม (เป็นการเฉพาะ) และของสังคมมนุษย์ (เป็นการทั่วไป) ต่อวิถีและระบอบชีวิตของอิสลาม   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ ที่พรมแดนของรัฐ ความสูงของภูเขา ความลึกของทะเล และความห่างไกลของระยะทางไม่อาจขวางกั้นสงครามทางปัญญาได้อีกต่อไป  นี่คือสิ่งที่เราพบเห็นได้ในวันนี้  แล้วพรุ่งนี้เล่า? แล้วอีกหลายปีหลังจากนี้อีกเล่าจะเป็นเช่นไร?   ดังนั้นประชาชาติอิสลามจะต้องตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะติดตามมา และเตรียมรับมือกับสงครามทางความคิดที่พร้อมจะเปิดฉากขึ้นทั้งจากตะวันออกและตะวันตก  เพื่อมิให้ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวหรือเพลี่ยงพล้ำเพราะขาดประสบการณ์  และเพื่อให้ลูกหลานของประชาชาติอิสลามได้รับการศึกษาที่จะเสริมพัฒนาการและสร้างเกราะป้องกันไปพร้อม ๆ กัน  ก่อนที่จะต้องมาเยียวยารักษาในภายหลัง  เพราะการป้องกันนั้นย่อมดีและง่ายกว่าการเยียวยารักษา   แท้จริงอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า




“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงคุ้มครองตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก เพราะเชื้อเพลิงของมันคือมนุษย์และก้อนหิน มีมะลาอิกะฮฺผู้แข็งกร้าวห้าวหาญคอยเฝ้ารักษามันอยู่  พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาแก่พวกเขา และพวกเขาจะปฏิบัติตามที่ถูกบัญชา” [อัต-ตะหฺรีม 66:6] 



หนังสือเล่มที่กำลังอยู่ต่อหน้าท่านเล่มนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพยายามในการวางรากฐานให้แก่การศึกษาของอิสลาม  ผู้เขียนขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา ให้พระองค์ทรงทำให้มันมีคุณค่าและคุณประโยชน์แก่ประชาชาติอิสลาม




____________________
8 ผู้เขียนเปรียบเทียบความเจริญก้าวหน้าของอารยธรรมตะวันตกว่าเป็นเพียงแสงสว่างในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น  ไม่มีความยั่งยืน และไม่สามารถนำทางมนุษยชาติได้ตลอดรอดฝั่ง นอกจากนี้ภาพความเจริญในโลกตะวันตกยังบดบังสายตาของผู้คนไม่ให้มองเห็นแสงสว่างที่จริงแท้ของอิสลาม  เสมือนกับแสงของฟ้าแลบที่ให้ความสว่างเพียงชั่วพริบตา แล้วหลังจากนั้นบรรยากาศก็กลับเข้าสู่ความมืดมนอีกครั้ง และประกายแสงของมันก็ยังทำให้สายตาพร่ามัวไปชั่วขณะอีกด้วย
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1730


จบบทความ

وآخر دعوانا أن الحمد لله رب العالمين
บันทึกการเข้า
 

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML