แปลและเรียบเรียงโดย อบูมุฮัมมัด ฮนิส ฟิตยะตุลฮัก
หากเราจะรำลึกถึงการครบรอบปีหลังจากการฮิจญเราะฮฺ เราควรใช้เวลานี้ให้เป็นโอกาสแห่งการรำลึกถึงชาวอันซอร ผู้ที่เป็นสาเหตุให้การฮิจญเราะฮฺในครั้งนั้นเป็นความจริงขึ้นมา ซอฮาบะฮฺ ผู้มีเกียรติเหล่านั้น ได้อุทิศชีวิตและร่างกายทั้งหมดของพวกเขาเพื่อทำให้แผ่นดินของพวกเขาเป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแผ่อิสลาม
ประชาชาติอยู่ในภาวะต้องการผู้นำที่มีทั้งความสามารถ ความยินดีที่จะขายสถานะภาพและตำแหน่งของเขาเพื่อให้การสนับสนุนอิสลามและดำเนินรอยตามแบบอย่างของชาวอันซอร
ช่วงสมัยคอลีฟะฮฺ อุมัร อิบนุ ค็อตตอบ มีความจำเป็นที่ต้องใช้ปฏิทินแน่นอน ซอฮาบะฮฺได้แสดงความคิดเห็นระหว่างกันต่อปฏิทินที่จะนำมาใช้ คำถามสำคัญคือปฏิทินควรเริ่มจากปีใด หลังจากที่ได้พิจารณากันพอสมควร ท่านอุมัร ตัดสินใจยอมรับความคิดเห็นของท่านอาลีและเลือกปีแห่งการฮิจญเราะฮฺ เป็นปีแห่งการเริ่มต้นของปฏิทินอิสลาม และเดือนแรกของปฏิทินคือ เดือนมุฮัรรอม
ชาวอันซอร ผู้ให้การช่วยเหลืออิสลาม
เหตุการณ์แห่งการฮิจญเราะฮฺเป็นการกลับไปสู่จุดสำคัญในประวัติศาสตร์ของอิสลาม อิบนุฮะญัร อัล อัซกอลานี ในหนังสือฟัตฮุลบารี บันทึกไว้ว่า มีรายงานว่า ท่านคอลีฟะฮฺอุมัร กล่าวว่า “เหตุการณ์แห่งการฮิจญเราะฮฺเป็นการแยกความจริงออกจากความเท็จ ดังนั้น จงให้เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการนับศักราช”
อย่างไรก็ตาม การฮิจญเราะฮฺกลายมาเป็นความจริงก็เนื่องมาจากชาวอันซอรได้ให้บัยอะฮฺ(สันตยาบันแห่งความจงรักภักดี)ต่อท่านนบีมุฮัมมัด ดังนั้น ด้วยกับการเริ่มต้นของศักราชใหม่นี้ เราควรใช้เวลานี้ใคร่ครวญถึงแบบอย่างของชาวอันซอรตรึกตรองดูว่าพวกเขามีบทบาทสำคัญต่อการสถาปนาอิสลามอย่างไร จนทำให้อิสลามมีอำนาจในด้านการปกครองและเป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแผ่อิสลาม ทำให้อิสลามแผ่ขยายไปทั่วจากชายแดนประเทศจีน ไปยังชายแดนของฝรั่งเศสภายในระยะเวลาไม่ถึงศตวรรษ
คุณธรรมและความดีงามของชาวอันซอร
ในมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านอันทรงเกียรติ อัลลอฮฺได้อธิบายถึงชาวอันซอรด้วยกับคุณลักษณะที่บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายปรารถนาที่จะได้มา ชาวอันซอรคือผู้ที่ให้การช่วยเหลือและปกป้องท่านรซูลุลลอฮฺ อัลลอฮฺพึงพอใจต่อพวกเขา และพวกเขาก็พึงพอใจต่อพระองค์ และพระองค์ทรงเตรียมอัลญันนะฮฺให้เป็นที่พำนักอันถาวรชั่วนิรันดร์แก่พวกเขา อัลลอฮฺ กล่าวไว้ ความว่า “บรรดาบรรพชนรุ่นแรกในหมู่ผู้อพยพ (ชาวมุฮาญิรีน) และในหมู่ผู้ให้ความช่วยเหลือ (ชาวอันซอรจากมะดีนะฮฺ) และบรรดาผู้ดำเนินตามพวกเขาด้วยการทำดีนั้น อัลลอฮฺทรงพอพระทัยในพวกเขา และพวกเขาก็พอใจในพระองค์ด้วย และพระองค์ทรงเตรียมไว้ให้พวกเขาแล้ว ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านอยู่เบื้องล่าง พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล นั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง” ซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ อายะฮฺ ที่ ๑๐๐
ในฮะดีษซอฮีฮฺ รายงานว่า พวกเรามีความจำเป็นต้องรักชาวอันซอร
“ความรักต่อชาวอันซอรเป็นเครื่องหมายแห่งความศรัทธา และการเกลียดชังชาวอันซอรเป็นเครื่องหมายของมุนาฟิก” บุคอรีและมุสลิม
“ไม่มีใครนอกจากบรรดาผู้ศรัทธาที่จะรักพวกเขา ไม่มีใครนอกจากพวกมุนาฟิกที่จะเกลียดชังพวกเขา ผู้ที่รักพวกเขาคือผู้ที่รักอัลลอฮฺ และผู้ที่เกลียดชังเขาคือผู้ที่เกลียดชังอัลลอฮฺ” ติรมีซีย์
“ไม่มีผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันกิยามะฮฺคนใดที่จะเกลียดชังชาวอันซอร” มุสลิม
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านรซูลุลลอฮฺ รักชาวอันซอร “ท่านรซูลุลลอฮฺ เห็นผู้หญิงและเด็ก (ชาวอันซอร) กำลังเดินมา (บางรายงานกล่าวว่า “ฉันคิดว่า อนัส กล่าวว่า “พวกเขากลับมาจากงานเลี้ยงนิกะฮฺ) ท่านรซูลุลลอฮฺ ยืนขึ้นและกล่าว สามครั้ง “ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ท่านมาจากผู้ที่เป็นที่รักมากที่สุดของฉัน” บุคอรี
“หญิงชาวอันซอรคนหนึ่งกับลูกของนางมาหาท่านนบีและพูดคุยกับท่าน” ดังนั้น ท่านนบี จึงกล่าวว่า “ขอสาบานด้วยผู้ที่ชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ พวกท่าน(ชาวอันซอร) เป็นที่รักยิ่งของฉันจากผู้คนทั้งหลาย” ท่านกล่าวสิ่งนี้สองครั้ง บันทึกโดยมุสลิม
มีต่อ.....