การสร้างญามาอะห์และการทำงานรวบรวม... อิบนุชาฟีอีย์
3 ประการที่สำคัญและจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้อย่างละเอียดสำหรับการทำงานเป็นญามาอะห์ คือ
1. ศึกษาความหมายของการทำงานอย่างเป็นญามาอะหฺ
2. การพัฒนาบุคลิกภาพของตนเอง อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
3. การเรียนรู้ในศิลปหรือเทคนิคของการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น
ประการที่ 1 ความหมายของการทำงานอย่างเป็นญามาอะหฺสำหรับ ความหมายของการทำงานอย่างเป็นญามาอะหฺนั้น มีหลักฐานจากอัลกุรอาน ในซูรอฮฺ อัลมาอีดะฮฺ อายะฮฺที่ 2 อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮุวาตาอาลา ทรงกล่าวว่า
?????????????? ????? ??????? ???????????? ????? ???????????? ????? ???????? ?????????????? ความว่า พวกจงช่วยเหลือกันในสิ่งที่เป็นคุณธรรม และความยำเกรง และจงอย่าช่วยกันในสิ่งที่เป็นบาป
จาก อัลกุรอาน ข้างต้นนี้ ทำให้มีความชัดเจนว่า ศาสนาอิสลามไม่เห็นด้วยกับการร่วมมือ ร่วมใจกัน ในการสนับสนุนให้กระทำความชั่วต่างๆ ดังนั้นมุสลิมทุกคนจึงจำเป็นต้องแสดงความเข้มแข็ง ความชัดเจนในเรื่องของหลักตามที่ศาสนาได้กล่าวเอาไว้อย่างเคร่งครัด จากตัวอย่างที่พบในปัจจุบัน เช่น เวลาจะเล่นฟุตบอลร่วมกัน สามารถรวมทีมกัน 12 คนช่างง่ายดาย แต่ทำไม? พอจะจัดค่ายอบรมเรื่องศาสนา ทำกิจกรรมเรื่องศาสนา แค่ซัก 10 คน กลับรวบรวมกันยากเหลือเกิน คนที่พยายามรวบรวมผู้คนเล่นฟุตบอลกันมีเยอะแยะมากมาย แต่ทำไม? คนที่จะรวบรวมคน ให้มีความสนใจในเรื่องศาสนาถึงน้อยเต็มที เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก ทำไม ? เรื่องที่ไร้สาระ ถึงได้ร่วมมือกันได้ ช่วยเหลือกันได้ สามัคคีกันได้ แต่เรื่องความดีที่อิสลามส่งเสริมให้กระทำ ทำไม? ถึงรวมตัวกันไม่ได้ เป็นสิ่งที่น่าคิดมากในสภาพปัจจุบันนี้
แท้ จริงแล้วคุณลักษณะของการทำงานกันเป็นญามาอะหฺนั้น เป็นคุณลักษณะของผู้นำแห่งสัจจธรรม ( อัรรอบบานียะฮฺ ) กิจกรรมต่างๆคงยากแก่การประสบกับความสำเร็จ ถ้าหากว่าไม่มีญามาอะฮฺ หรือมีญามาอะฮฺที่ไม่เข้มแข็ง ไม่มีศักยภาพ เช่นการจัดค่าย การจัดฝึกอบรม และกิจกรรมอื่นๆ การอยู่สังคมใหญ่ๆ จำเป็นมากสำหรับการทำงานร่วมกัน แม้แต่ในระดับมหาวิทยาลัย ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีญามาอะห์ที่ดีเพื่อการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ส่วนจะทำอะไรนั้นก็ต้องหาวิธีกันเอาเองเช่น รวมตัวกันไปละหมาด เริ่มจากสองคน ก็เพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆ อินชาอัลลอฮฺ
ก่อนหน้านี้ อีหม่ามฮาซันอัลบันนา ต้องการสร้างสาขาการทำงานอิสลาม โดยท่านเริ่มต้นที่ร้านน้ำชา ร้านกาแฟ แล้วท่านก็บอกว่าที่ข้ามาหาพวกท่านนั้น อยากจะมาคุยเรื่องศาสนาหน่อย ว่าตอนนี้พวกอังกฤษกำลังทำลายอิสลาม กำลังรุกรานมุสลิมต่างๆนา แต่บางคนก็ด่า บางคนก็รำคาญ บางคนก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง แต่บางคนก็สนในมานั่งฟัง ครั้งแล้วครั้งเล่า จนร้านน้ำชาเกือบทั้งหมดสดับฟัง อีหม่ามก็เริ่มพูดคุยและวางแผนว่าจะทำอย่างไร ทุกคนจำเป็นต้องทำงานเพื่อศาสนาอิสลาม เราจำเป็นต้องตั่งกลุ่มทำงานเพื่ออิสลาม แล้วใครหล่ะจะมาร่วมกันทำงาน จากบางคนที่เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดานี่แหล่ะ แต่ในที่สุด จากคนธรรมกลายเป็นรอบบานีย์ของสังคม เริ่มขยายสาขาการทำงาน จากสาขาแรกก็เริ่มพิชิตเมืองต่างๆ จนกระทั่งในปัจจุบันนี้เกิดสาขาแล้วทั่วโลก
จากสภาพปัจจุบันนี้ เราพบว่ากลุ่มกะเทยสามารถเปิดเผยและเปิดสาขาเกือบทั่วประเทศแล้ว มีสามาคมเป็นของส่วนตัวแล้ว มีงบประมาณที่สนับสนุนเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว และที่น่าละอายมากก็คือ คนที่เป็นมุสลิมก็เข้าร่วมสมาคมเหล่านี้ด้วย จนล่าสุดพวกกะเทยเหล่านี้ไม่ต้องมาเกณฑ์เป็นทหารแล้ว เริ่มตั้งพรรคการเมืองกันแล้ว อีกหน่อยจะมีพวกทะเทยมาเป็นผู้บริหารประเทศแล้ว
แล้วเราหล่ะ ทำงานชักชวนสู่สัจธรรมกันไปถึงไหนกันแล้ว? หากว่าเราไม่ทำงานจะเกิดอะไรขึ้นกับประชาชาติของโลก หากเราสามารถวางแผน วางทีมงาน สร้างญามาอะฮฺ แล้วประชุมกันเพื่อทำงานเรียกร้องไปสู่สัจธรรม สิ่งแรกที่สำคัญสำหรับการทำงาน คือการตั้งทีมงาน โดยการก่อตั้งกลุ่มทำงานเพื่ออิสลาม ที่มีอุดมการณ์ที่เข้มแข็ง แล้วมองถึงเป้าหมายสำหรับการทำงาน สิ่งสำคัญที่ทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจ การเป็นรุ่นบุคเบิกในการทำงาน ทำให้เยาวชนมุสลิมมีความคิดที่ถูกต้อง มีอนาคตที่ดี มองถึงอนาคต อีก10 ปีข้างหน้า สาขาการทำงานเพื่ออิสลามจะมีขึ้นในทุกๆแห่งทั่วโลก นี่แหละที่เรียกว่าเป็นญามาอะห์ที่มีสามัคคี
ประการที่ 2 การพัฒนาบุคลิกภาพของตนเอง อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอสำหรับ การพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองนั้น คือการพยายามแสวงหาความถูกต้อง พยายามทำความใกล้ชิดกับความสมบูรณ์ แต่อย่าตั้งเป้าหมายว่าจะให้สมบูรณ์ เพราะไม่มีทางที่คนเราจะให้สมบุรณ์หมดทุกอย่าง คงเป็นการยากที่จะละหมาดกียามุลลัยล์ในทุกๆคืนเหมือนท่านนาบี คงไม่มีทางที่จะสูหยูดเหมือนท่านนาบี ไม่มีทางที่จะทำอีบาดะห์ได้เหมือนท่านนาบี ไม่มีทางที่จะดะวะห์เหมือนท่านนนาบีและบรรดาซอฮาบะห์ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องพยายาม ให้เรากระทำให้มากที่สุด เท่าที่เราสามารถจะกระทำได้ ให้แสวงหา 2 อย่างคือ
1 ให้แสวงหาความถูกต้อง
2. ให้ใกล้ชิดกับความสมบูรณ์มากที่สุด แล้วจงมอบหมายการงานทั้งหมดให้กับอัลลอฮฺ ในเมื่อทำสุดความสามารถแล้วก็มอบผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดไว้กับพระองค์
เริ่ม จากคน เพียง 2-3 คน ก็เริ่มลงมือทำงาน รวบรวมเยาวชน หรือเพื่อนๆนักศึกษาให้ทำกิจกรรมศาสนาร่วมกัน เช่นมาละหมาดร่วมกัน เสร็จละหมาดก็เยี่ยมเพื่อนๆ เยี่ยมพี่น้อง เยี่ยมญาติ ทำตัวเหมือนคนกำลังจะล่าเหยื่อ แต่เรากำลังล่าเหยื่อแข่งกับชัยตอน ชัยตอนพยายามจะเอาพี่น้องของเราเข้านรก แต่เรากำลังแข่งกับชัยตอนเพื่อแย่งพี่น้องของเรากลับมาสู่หนทางที่ถูกต้อง
เริ่ม ต้นซักวันสองวันอาจจะไม่ต้องพูดถึงเรื่องศาสนา พูดเรื่องอะไรก็ได้ พูดคุยเรื่องสนุกสนาน แต่ต้องไม่ใช่เรื่องฮารอม วันที่สามวันที่สี่ก็มีฮาดียะหฺ (ของฝากติดไม้ติดมือ) การเป็นนักทำงานศาสนา ต้องไม่เป็นคนขี้เหนียว ไม่ตระหนี่น สละของโปรดของรักที่ตนเองมีให้เพื่อนบ้าง วันที่ 5 ไม่ฮาดียะหฺแต่เริ่มมีคำพูดที่ดี กลับถึงบ้านก็ละหมาดกียามุลลัย ขอดูอาอฺให้เพื่อนของเรา ขอให้เพื่อนเป็นคนดี เพื่อนคนนี้คนนี้เลิกบุหรี่ หรือว่าอื่นๆก็ได้ มีบางคนก็ขอดูอาอฺนะ แต่ขอดูอาอฺให้มุสลีมะหฺ เผลอไปเจอกัน ตกใจมาก เพราะมุสลีมะห์คนนี้สวย แต่ไม่คลุมฮีญาบ คืนนี้กียามุลลัยน์ ขอดูอาอฺให้ ทำอย่างนี้มีอะไรแฝงอยู่ป่าว ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่ระวังนะ การทำงานศาสนาอย่าให้มีอะไรแฝง เราทำงานต้องมีความบริสุทธิ่ใจ การขอดูอาให้คนเป็นคนดี ก็เพื่อว่าเขาจะได้เข้าสวรรค์ ไม่ได้ต้องการอะไรจากคนที่เราขอดูอาให้
การทำงานทุกรูปแบบ ต้องมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ การพัฒนาบุคคลิกภาพก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา สำหรับการสร้างบุคลิกภาพนั้นมีหลายประการที่ต้องพัฒนา มีการพัฒนาฝีมือให้ดีขึ้น พยายามศึกษา หาความรู้ หาหนังสือมา อย่านิ่งเฉย เช่นการพูดต่อหน้าผู้อื่น เราต้องฝึกฝนให้ได้ คนที่พูดต่อหน้าคนอื่นได้ ก็ได้เปรียบมากสำหรับการเรียกร้องผู้อื่นสู่สัจธรรม
ชาวตะวันตกไม่ มีสินค้าดีๆที่จะขายให้คนอื่นหรอก แต่เค้าเป็นนักธุรกิจที่ขายสินค้าเก่ง พูดเก่ง มนุษยสัมพันธ์ดี ทำให้สามารถขายสินค้าได้ดีและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปได้ แต่เรามีสัจธรรมที่มาจากอัลลอฮฺแต่ขายสัจจธรรมไม่เป็น เพราะว่าคนขาย ขายไม่เป็น ไม่ขลัง โฆษณาก็ไม่เป็น พูดไม่เป็น มนุษยสัมพันธ์ก็ไม่เก่ง แล้วเมื่อไหร่เราจะนำสัจธรรมสู่โลกนี้ได้ จึงจำเป็นมากในการฝึกฝน ฝึกพูด ฝึกคิด ฝึกเทคนิคการลำดับข้อมูลที่จะนำเสนอ เทคนิคการพูด สิ่งเหล่านี้เราจะต้องพัฒนาตัวเอง เพื่อสามารถนำสัจธรรมสู่สังคมโลกได้..
ประการที่ 3 การเรียนรู้ในศิลปหรือเทคนิคของการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น ส่วน หนึ่งจากคนที่เลวในสมัยของท่านนาบี คือคนที่หน้าไว้หลังหลอก เวลาอยู่กับมุมินก็กล่าว่าเราอีหม่าน แต่เวลาอยู่กับกาเฟรก็บอกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน ในสังคมเราเป็นแบบนี้มีไหม ? อยู่ในมัสยิดเป็นมุสลิม แต่พอออกจากมัสยิดกลับไปวัด
สำหรับมุมิ นที่แท้จริงแล้วจะมีเพียงหน้าเดียวเท่านั้น คือการสร้างมนุษยสัมพันธ์ ที่ต้องยึดมั่นจากหลักการของอิสลาม นั่นคือเป้าหมายที่เราต้องการบรรลุ ถึงการมีมนุยสัมพันธ์ ส่วนหนึ่งจากเทคนิคที่ถูกระบุไว้ในอัลกุรอานคือ 3 ประการการ อัลลอฮฺ ซบฮานาฮูวาตาอาลาได้กล่าวไว้ใน ซูรอฮฺ อันนะห์ลฺ อายะห์ที่ 125
????? ????? ??????? ??????? ????????????? ??????????????? ??????????? ???????????? ????????? ???? ???????? ความว่า จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าด้วยฮิกมะห์ และการตักเตือนที่ดี และจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า
จากอัลกุรอาน ได้ใช้ให้เพยแพร่ สัจธรรมไปสู่อัลลอฮฺด้วย 3 วิธี คือ1.ด้วยฮิกมะห์คำว่าฮิกมะห์ คือการใช้ความเหมาะสมใจแต่ละสถานการณ์ การใช้ความนิ่มนวล
2. การตักเตือนที่ดีการ ตักเตือนก็ควรมีวิธีการที่ดีๆ เช่น บางคนไม่ละหมาด เราก็อาจจะบอกเค้าไปว่า เราเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ พระองค์ให้เรามีสุขภาพดี ให้เรามีชีวิต และให้เราเสียชีวิต แล้วพระองค์จะคิดคำนวนกับการงานของเรา แค่นี้สำหรับบางคนก็ละหมาดแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนแค่นี้ไม่พอ ก็ต้องเพิ่มเนื้อหาไปอีก ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน
3. โต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่าแม้แต่การโต้เถียง ก็ต้องโต้เถียงด้วยดีเช่นกัน เพราะสมองบางคนกว่าจะราบรื่นต้องใช้การอธิบาย และใช้เวลา
3 ประการที่จะได้มาซึ่งได้ศิลปะสำหรับการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น คือ1.หมั่นศึกษาตำราที่สอนเกี่ยวกับศิลปของการเผยแพร่อิสลาม
2. ประสบการณ์ของตนเอง
3. ประสบการณ์ของคนอื่น
การ ศึกษาประสบการณ์ของคนอื่นเป็นการศึกษาแบบก้าวกระโดด และมีประสิทธิภาพมาก อายุการใช้ชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ประสบการณ์ต่างกัน เราจะเห็นว่าพี่น้องกลุ่มดะวะห์ มีหลายอย่างที่ทำได้ดีมาก เช่นการเผยแพร่ศาสนา การเชิญชวนคนมาละหมาดเป็นญามาอะฮฺ ประสบการณ์ของคนอื่นนี้เราสามารถนำมาประยุกต์กับตัวของเราได้ ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของเราเข้าใกล้ความสมบูรณ์มากที่สุด
ส่วนความสำเร็นั้น มาจากอัลลอฮฺแต่เพียงผุ้เดียว ขอให้อัลลอฮประทานความสำเร็จในการงานและในบั้นปลายชีวิตของทุกๆคน อามีน
จาก
http://www.iqraforum.com/oldforum1/www.iqraonline.org/forum/index4f0d.html?topic=618.0