كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ
พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ
 โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮ์...

ผู้เขียน หัวข้อ: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4  (อ่าน 4591 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #60 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 12:58:05 pm »
แล้วเราจะรอดได้อย่างไร

ทุกคนจะหลงกลอิบลิสมารร้าย ?เว้นแต่ปวงบ่าวของพระองค์ ในหมู่พวกเขาที่มีใจบริสุทธิ์เท่านั้น?
?พระองค์ตรัสว่า นี่คือทางอันเที่ยงธรรมของข้า?
?แท้จริงปวงบ่าวของข้าเจ้า(อิบลิส)จะไม่มีอำนาจใด ๆ เหนือพวกเขา เว้นแต่ผู้ที่เชื่อฟังเจ้า(อิบลิส)ในหมู่ผู้หลงผิดเท่านั้น?

บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #61 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 01:23:37 pm »
ถ้าเราปฏิบัติตามอิบลิสจะเกิดอะไรขึ้น
?และแท้จริงนรกญะฮันนัม แน่นอนคือสัญญาของพวกเขาทั้งหมด?
?มันมีเจ็ดประตู สำหรับทุกประตูมีส่วนที่ถูกจัดไว้แล้ว?
?และแท้จริงการลงโทษของข้านั้น เป็นการลงโทษที่เจ็บแสบ?
สภาพของคนที่ตามอิบลิส?อยู่ในลมร้อนและน้ำกำลังเดือด?
?อยู่ใต้ร่มเงาของควันที่ดำทึบ?
?ไม่ร่มเย็นและไม่เป็นที่น่าชื่นชม?
?แน่นอนพวกเจ้าจะเป็นผู้กินต้นซักกูม?
?และพวกเขาจะใส่มันเข้าไปเต็มท้อง?
?และพวกเขาจะดื่มน้ำกำลังเดือดตามลงไป?
?พวกเขาจะดื่ม (น้ำ) เช่นกับการดื่มของอูฐที่กระหายน้ำจัด?
?ดังนั้นสิ่งที่เตรียมไว้สำหรับเขาก็คือน้ำร้อนที่กำลังเดือด?
?และเปลวไฟที่ลุกไหม้?

บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #62 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 01:25:15 pm »
โหดจัง ???
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #63 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 01:38:05 pm »
แล้วสำหรับคนที่มีจิตใจบริสุทธ์ละ
? เขาเหล่านั้น คือบรรดาผู้ใกล้ชิด
 ?ในสวนสวรรค์หลากหลายแห่งความสุขสำราญ?
 ?เป็นกลุ่มชนจำนวนมากจากชนรุ่นก่อน ๆ?
 ?และเป็นกลุ่มชนจำนวนน้อยจากชนรุ่นหลัง ๆ?
?โดยอยู่บนเตียงที่ประดับด้วยทองคำ?
 ?พวกเขานอนเอกเขนกอยู่บนนั้นโดยหันหน้าเข้าหากัน?
?มีเด็ก ๆ ที่มีอายุเช่นนั้นวนเวียนรับใช้พวกเขาตลอดไป?
?ถ้วยภาชนะใหญ่และแก้วที่มีหู และจอกใส่สุราที่ไหลรินมา?
 ?พวกเขาจะไม่มึนศีรษะ และไม่หมดสติเมื่อดื่มสุรานั้น?
?และผลไม้หลากชนิด ตามแต่พวกเขาจะเลือกกิน?
 ?และเนื้อนกที่พวกเขาอยากรับประทาน?
?และหญิงสาวที่มีนัยน์ตาคมสวยงาม?
 ?ประหนึ่งไข่มุกที่ถูกพิทักษ์รักษาไว้อย่างดี?
?ทั้งนี้เป็นการตอบแทนเนื่องจากความดีที่พวกเขากระทำไว้?
 ?ในสวนสวรรค์นั้นพวกเขาจะไม่ได้ยินคำพูดที่ไร้สาระ และเป็นบาป?
?เว้นแต่คำกล่าวที่ว่า ศานติ ศานติ?

บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #64 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 01:48:23 pm »
จะทำอย่างไรถึงจะได้เข้าสวรรค์

สวรรค์เป็นของอัลลอฮฺ ก็เป็นคนของอัลลอฮฺซิ ถึงจะได้เข้าสวรรค์ของพระองค์

??????  ??????  ??????  ?????? 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 01, 2009, 01:50:18 pm โดย shakoor »
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #65 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 02:10:05 pm »
จะเป็นร็อบบานีย์ได้อย่างไร

บางคนแอบคิดกวนๆว่าอยากเป็นร็อบบานีย์ก็มาเข้าค่ายร็อบบานีย์ซิ.. :)

...ก่อนที่จะเป็นคนของพระองค์ ก็ต้องรู้จักพระองค์ แ ละรู้ว่าสิ่งใดที่พระองค์ประสงค์ให้เราพึงปฏิบัติ สิ่งใดพึงละทิ้ง

รางวัลสูงค่าย่อมต้องมีอะไรมาแลก...คำถาม ??
เย็นนี้เราได้ตายไป..เรามีอะไรจะไปต่อรองเ พื่อแ ลกกับสวรรค์ของพระองค์..
เรากล้าพูดไหมว่า พระองค์นี่ละหมาดของฉัน สมบูรณ์ที่สุด ข้าขอแลกกับสวรรค์ของพระองค์ท่าน
เรากล้ายืนยันไหมว่า แรงกายทุกอนูที่เราได้ทุ่มเทไป ..ข้าขอแลกกับสวรรค์ของพระองค์ท่าน..
...ข้าอุทิศตนทำค่ายขัดเกลาเยาวชนให้เป้นคนดีเพื่อจะได้ไปทำงานในหนทางของพระองค์ ข้าขอใช้สิทธินี้เพื่อแลกกับสวรรค์ของพระองค์ ...
ดังนั้นจงทำงาน... เพราะไม่มีค่าจ้างสำหรับคนไม่ทำงาน...ถึงแม้ว่าจะเล็กน้อยแต่มันก็คืองานที่เราทุกคนจำต้องทำเพื่อแลกกับทะเบียนบ้านที่เราได้จากมา...อินชาอัลลอฮฺ ในสิ่งที่รอคอยทุกคนจะได้กลับคืนมา..
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #66 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 02:29:55 pm »
ต่อมา..มาดูบ้านที่เรากำลังใช่ชีวิตอยุ่หลังนี้กัน..

ปัจจุบัน..ไม่มีใครไม่เห็นด้วยถ้ามีคนบอกว่า..สังคมปัจจุบันเสื่อมโทรมถึงขั้นวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นความเ สื่อมโ ทรมด้านมารยาท ศิลธรรมจริยธรรม คุณธรรม เกิดอาชญากรรมทุกหนทุกแห่งที่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ อาศัยอยู่
ดังนั้นเห็นพ้องต้องกันว่า...สังคมกำลังตกอยู่ในสภาพที่โคม่า กำลังรอผู้ที่จะมาใ ห้การเยียวยา หรือรอคนที่จะมาแก้ไขปัญหาสภาพสังคมปัจจุบัน...และก็ยังเป้นมติเอกฉันท์ว่าสภาพความเสื่อมโทรมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะสิ่งอื่นใดนอกจากเงื่อมมือสิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่ามนุษย์นั้นเอง...
ซึ่งปกติแล้วยากรักษามีสองแบบ ..1 ยารักษาเพื่อเป็นการบันเทาอาการและแก้ให้หายขาด 2 ยาที่ใช้ป้องกันก่อนที่โรคจะมายังตัวหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า การฉีดวัคซีน
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #67 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 02:45:21 pm »
วัคซีนที่ดีคือเซรุ่ม (ถูกเปล่าไม่รุ้) บังหมาดช่วยหน่อยครับ...

เป็นที่เข้าใจตรงกันว่ามีเพียงมนุษย์ที่จะเป็นตัวแปรที่ทำให้สภาพสังคมไปในทิสทางใด มนุษย์ดีสังคมดี มนุษย์เลวขาดคุณธรรมจริยธรรม สังคมก็จะเสื่อมตามสภาพการณ์ของมนุษย์ หรือเรียกได้ว่ามนุษย์กับสังคมแปรผันตามกัน สังคมใดคนดีปกครองสังคมนั้นก็จะดี สังคมใดอยุ่ภายใต้เงื่อมมือคนชั่วเราก็จะได้เห็นสภาพสังคมนั้นในอีกด้านหนึ่ง..ตัวอย่างปรากฏชัดในบ้านเรา(เมืองไท)

หมอหมาดวินิจฉัยแล้วปรากฏว่า............มนุษย์คือต้นต่อนี้เอง..และจะพบได้มากในหมู่มนุษย์ที่มีอายุระหว่าง 10 ขวบ - 23 ปี
เมื่อรู้ต้นต่อของปัญหาแล้ว...ที่นี้ได้เวลาจัดการเยียวยารักษาสังคมที่กำลังนอนป่วย..การรักษามี สองทางเลือก..ทางเลือกที่หนึ่ง..ฉีดยาบันเทาอาการ ทางเลือกที่สอง..ฉีดวัคซีนป้องกันและให้คนที่ได้รับวัคซีนนั้นไปดูแลคนไข้คนอื่นๆต่อไป...
...และวัคซีนที่ดีคือเซรุ่ม...ยาแก้พิษงูก็คือเซรุ่มงูตัวนั้น...ดังนั้นเมื่อเยาวชนเป็นปัญหาหลักของสังคม..เราจะเอาเยาวชนนี่แหละเป้นผู้แก้ปัญหาสังคมนั้นๆ โดยอาจจะเริ่มจากการนำเยาวชนที่ยังไม่ติดเชื้อ หรือเยาวชนที่มีอาการยังไม่ถึงขั้นโคม่า มาให้วัคซีนขัดเกลาพวกเขา เพื่อที่เยาวชนชุดนี้จะได้เป็นเซรุ่มไปบำบัดสภาพความเสื่อมโทรมของสังคมต่อไป...
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

Ibnusabeel

  • จากห้วงมายาแห่งดุนยา
  • Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1225
  • คนเดินบนทาง
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #68 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 03:08:42 pm »
???? ???? ???? ????? ??? ?? ????


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 01, 2009, 03:20:00 pm โดย Ibnusabeel »
บันทึกการเข้า

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #69 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 03:18:58 pm »
เ พียงวิถีทางหนึง..แต่ไม่ใช่วิถีทางเดียว..(เห็นเขาว่าอย่างนั้น)

การแก้ปัญหาสังคมมีหลายวิธี..ซึ่งเราได้เห็นในสังคมเราปัจจุบันมีองกรค์หรือกลุ่มต่างๆที่ออกมาทำงานเพื่อจุดประสงค์เดียวกันนั้นคือ..สังคม..
ทั้งนี้สังคมเรายังขาดและยังต้องการคนที่จะมาทำงานตรงนี้อีกเป็นจำนวนมาก..ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่มีหลายๆคนได้ตระหนักถึงจุดนี้...
..แต่ทั้งนี้การแก้ปัญหาย่อมขึ้นอยุ่กับความถนัดของแต่คนแต่ละฝ่ายแต่ละกลุ่ม...หมอมีหน้าที่รักษาและป้องกัน ตำรวจมีหน้าตรวจตราสอดส่องคนชั่ว ทหารมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย ความมั่นคง รัฐบาลมีหน้าบริหาร ครูมีหน้าที่สอน ...ฉันใดฉันนั้น..
..ไม่ขอพูดถึงกลุ่มอื่นนะครับ.. :)

ตามเสต็ปแล้วกัน...
...ทางกลุ่มเราเห็นปัญหาสังคม...
...เยาวชนก็เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่...
...การคลุกคลีกับเยาวชนเป็นทางออกที่ดีสำหรับการเข้าถึงปัญหาและการแก้...
...และคิดว่า  ค่าย  ก็เป็นหนึ่งทางออก..

....เฮ้ยร่ายมาซะยาว....อาจจะจบไม่สวยแต่อย่างน้อยก็พอมีคำตอบให้กับตัวเอง..ว่าทำไมถึงต้องทำค่าย...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 01, 2009, 03:31:46 pm โดย shakoor »
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #70 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 03:55:51 pm »
ตำแหน่งอันมีเกียรติ..กับงานอันทรงเกียรติ

...ย้อนกลับไปยัง..ที่พำนักของผุ้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ คือสรวงสวรรค์ แน่นอนสวรรค์ย่อมเป็นที่พำนักและตำแหน่งอันมีเกียรติแต่การที่จะได้ซึ่งตำแหน่งที่มีเกียรตินั้นย่อมมาคู่กับงานที่ทรงเกียรติเช่นเดียวกัน...
...แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ซึ่งมีเกียรติทั้งสองอย่างนี้..ดังนั้นคนที่พร้อมและเตรียมพร้อมเท่านั้น คนที่ต้องการและดิ้นรนไปสู่มันเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติที่พระองค์ได้เตรียมไว้...ซึ่งหนทางหนึ่งเพื่อสู่ความพร้อม อีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยให้เราได้เตรียมพร้อมเพื่อเผชิญกับหน้าที่อันใหญ่และหนักยิ่งนี้นั่นก็คือการขัดเกลาตนเอง... การขัดเกลา การอิสลาฮฺ การตักเตือนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมนี้...
...นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำตอบ..ก่อนที่เด็กๆเหล่านี้จะต้องออกไปเผชิญและต่อสุ้กับสังคมภายนอก..สมควรอย่างยิ่งที่เด็กๆเยาวชนควรที่จะต้องได้รับการปลูกฝั่ง ขัดเกลา ฝึกฝน เป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง...
...ไม่ใช่ว่าจะออกไปแก้ปัญหาสังคม..แต่ตนเองยังทำตัวให้สังคมเกิดปัญหา..ทั้งนี้ก้ต้องอาศัยศักยภาพทั้งผุ้ให้และผุ้รับ..หมายถึงทั้งพี่ค่ายและน้องค่าย...สำหรับพี่ค่าย...แน่นอนการทำงานจะไม่ประสบผลสำเร็จหากขาดสิ่งนี้ไป...นั่นคือการทำงานกันเป็นทีม..การทำงานแบบญามาอะฮฺ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 01, 2009, 04:08:28 pm โดย shakoor »
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #71 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 04:10:20 pm »
ความประเสริฐของการทำงานแบบญามาอะฮฺ...และสิ่งที่ญามาอะฮฺพึงต้องมี (ขอให้พี่น้องช่วยเขียนต่อนะครับ)
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

-*- Ansorulislam -*-

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 20
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #72 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 04:23:11 pm »
การสร้างญามาอะห์และการทำงาน

รวบรวม... อิบนุชาฟีอีย์

3 ประการที่สำคัญและจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้อย่างละเอียดสำหรับการทำงานเป็นญามาอะห์ คือ
1. ศึกษาความหมายของการทำงานอย่างเป็นญามาอะหฺ
2. การพัฒนาบุคลิกภาพของตนเอง อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
3. การเรียนรู้ในศิลปหรือเทคนิคของการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น

ประการที่ 1 ความหมายของการทำงานอย่างเป็นญามาอะหฺ


สำหรับ ความหมายของการทำงานอย่างเป็นญามาอะหฺนั้น มีหลักฐานจากอัลกุรอาน ในซูรอฮฺ อัลมาอีดะฮฺ อายะฮฺที่ 2 อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮุวาตาอาลา ทรงกล่าวว่า   

?????????????? ????? ??????? ???????????? ????? ???????????? ????? ???????? ??????????????
 
 ความว่า พวกจงช่วยเหลือกันในสิ่งที่เป็นคุณธรรม และความยำเกรง และจงอย่าช่วยกันในสิ่งที่เป็นบาป   

จาก อัลกุรอาน ข้างต้นนี้ ทำให้มีความชัดเจนว่า ศาสนาอิสลามไม่เห็นด้วยกับการร่วมมือ ร่วมใจกัน ในการสนับสนุนให้กระทำความชั่วต่างๆ ดังนั้นมุสลิมทุกคนจึงจำเป็นต้องแสดงความเข้มแข็ง ความชัดเจนในเรื่องของหลักตามที่ศาสนาได้กล่าวเอาไว้อย่างเคร่งครัด จากตัวอย่างที่พบในปัจจุบัน เช่น เวลาจะเล่นฟุตบอลร่วมกัน สามารถรวมทีมกัน 12 คนช่างง่ายดาย  แต่ทำไม? พอจะจัดค่ายอบรมเรื่องศาสนา ทำกิจกรรมเรื่องศาสนา แค่ซัก 10 คน กลับรวบรวมกันยากเหลือเกิน คนที่พยายามรวบรวมผู้คนเล่นฟุตบอลกันมีเยอะแยะมากมาย แต่ทำไม?  คนที่จะรวบรวมคน ให้มีความสนใจในเรื่องศาสนาถึงน้อยเต็มที เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก ทำไม ? เรื่องที่ไร้สาระ ถึงได้ร่วมมือกันได้ ช่วยเหลือกันได้ สามัคคีกันได้ แต่เรื่องความดีที่อิสลามส่งเสริมให้กระทำ ทำไม?  ถึงรวมตัวกันไม่ได้ เป็นสิ่งที่น่าคิดมากในสภาพปัจจุบันนี้

แท้ จริงแล้วคุณลักษณะของการทำงานกันเป็นญามาอะหฺนั้น เป็นคุณลักษณะของผู้นำแห่งสัจจธรรม  ( อัรรอบบานียะฮฺ )  กิจกรรมต่างๆคงยากแก่การประสบกับความสำเร็จ  ถ้าหากว่าไม่มีญามาอะฮฺ หรือมีญามาอะฮฺที่ไม่เข้มแข็ง ไม่มีศักยภาพ   เช่นการจัดค่าย การจัดฝึกอบรม และกิจกรรมอื่นๆ  การอยู่สังคมใหญ่ๆ จำเป็นมากสำหรับการทำงานร่วมกัน แม้แต่ในระดับมหาวิทยาลัย ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีญามาอะห์ที่ดีเพื่อการทำงานให้ประสบความสำเร็จ  ส่วนจะทำอะไรนั้นก็ต้องหาวิธีกันเอาเองเช่น รวมตัวกันไปละหมาด เริ่มจากสองคน ก็เพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆ อินชาอัลลอฮฺ
ก่อนหน้านี้ อีหม่ามฮาซันอัลบันนา ต้องการสร้างสาขาการทำงานอิสลาม โดยท่านเริ่มต้นที่ร้านน้ำชา ร้านกาแฟ แล้วท่านก็บอกว่าที่ข้ามาหาพวกท่านนั้น อยากจะมาคุยเรื่องศาสนาหน่อย ว่าตอนนี้พวกอังกฤษกำลังทำลายอิสลาม กำลังรุกรานมุสลิมต่างๆนา แต่บางคนก็ด่า บางคนก็รำคาญ บางคนก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง  แต่บางคนก็สนในมานั่งฟัง ครั้งแล้วครั้งเล่า จนร้านน้ำชาเกือบทั้งหมดสดับฟัง อีหม่ามก็เริ่มพูดคุยและวางแผนว่าจะทำอย่างไร  ทุกคนจำเป็นต้องทำงานเพื่อศาสนาอิสลาม เราจำเป็นต้องตั่งกลุ่มทำงานเพื่ออิสลาม   แล้วใครหล่ะจะมาร่วมกันทำงาน จากบางคนที่เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดานี่แหล่ะ แต่ในที่สุด จากคนธรรมกลายเป็นรอบบานีย์ของสังคม เริ่มขยายสาขาการทำงาน จากสาขาแรกก็เริ่มพิชิตเมืองต่างๆ จนกระทั่งในปัจจุบันนี้เกิดสาขาแล้วทั่วโลก

จากสภาพปัจจุบันนี้  เราพบว่ากลุ่มกะเทยสามารถเปิดเผยและเปิดสาขาเกือบทั่วประเทศแล้ว มีสามาคมเป็นของส่วนตัวแล้ว มีงบประมาณที่สนับสนุนเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว และที่น่าละอายมากก็คือ คนที่เป็นมุสลิมก็เข้าร่วมสมาคมเหล่านี้ด้วย จนล่าสุดพวกกะเทยเหล่านี้ไม่ต้องมาเกณฑ์เป็นทหารแล้ว เริ่มตั้งพรรคการเมืองกันแล้ว อีกหน่อยจะมีพวกทะเทยมาเป็นผู้บริหารประเทศแล้ว
แล้วเราหล่ะ ทำงานชักชวนสู่สัจธรรมกันไปถึงไหนกันแล้ว?  หากว่าเราไม่ทำงานจะเกิดอะไรขึ้นกับประชาชาติของโลก หากเราสามารถวางแผน วางทีมงาน สร้างญามาอะฮฺ แล้วประชุมกันเพื่อทำงานเรียกร้องไปสู่สัจธรรม  สิ่งแรกที่สำคัญสำหรับการทำงาน คือการตั้งทีมงาน โดยการก่อตั้งกลุ่มทำงานเพื่ออิสลาม ที่มีอุดมการณ์ที่เข้มแข็ง แล้วมองถึงเป้าหมายสำหรับการทำงาน สิ่งสำคัญที่ทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจ การเป็นรุ่นบุคเบิกในการทำงาน ทำให้เยาวชนมุสลิมมีความคิดที่ถูกต้อง มีอนาคตที่ดี มองถึงอนาคต อีก10 ปีข้างหน้า  สาขาการทำงานเพื่ออิสลามจะมีขึ้นในทุกๆแห่งทั่วโลก นี่แหละที่เรียกว่าเป็นญามาอะห์ที่มีสามัคคี

ประการที่ 2  การพัฒนาบุคลิกภาพของตนเอง อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

สำหรับ การพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองนั้น คือการพยายามแสวงหาความถูกต้อง พยายามทำความใกล้ชิดกับความสมบูรณ์ แต่อย่าตั้งเป้าหมายว่าจะให้สมบูรณ์ เพราะไม่มีทางที่คนเราจะให้สมบุรณ์หมดทุกอย่าง คงเป็นการยากที่จะละหมาดกียามุลลัยล์ในทุกๆคืนเหมือนท่านนาบี   คงไม่มีทางที่จะสูหยูดเหมือนท่านนาบี  ไม่มีทางที่จะทำอีบาดะห์ได้เหมือนท่านนาบี ไม่มีทางที่จะดะวะห์เหมือนท่านนนาบีและบรรดาซอฮาบะห์ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องพยายาม ให้เรากระทำให้มากที่สุด เท่าที่เราสามารถจะกระทำได้  ให้แสวงหา 2 อย่างคือ

1 ให้แสวงหาความถูกต้อง
2. ให้ใกล้ชิดกับความสมบูรณ์มากที่สุด แล้วจงมอบหมายการงานทั้งหมดให้กับอัลลอฮฺ ในเมื่อทำสุดความสามารถแล้วก็มอบผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดไว้กับพระองค์

เริ่ม จากคน เพียง 2-3 คน ก็เริ่มลงมือทำงาน  รวบรวมเยาวชน หรือเพื่อนๆนักศึกษาให้ทำกิจกรรมศาสนาร่วมกัน เช่นมาละหมาดร่วมกัน เสร็จละหมาดก็เยี่ยมเพื่อนๆ เยี่ยมพี่น้อง เยี่ยมญาติ ทำตัวเหมือนคนกำลังจะล่าเหยื่อ แต่เรากำลังล่าเหยื่อแข่งกับชัยตอน ชัยตอนพยายามจะเอาพี่น้องของเราเข้านรก แต่เรากำลังแข่งกับชัยตอนเพื่อแย่งพี่น้องของเรากลับมาสู่หนทางที่ถูกต้อง

เริ่ม ต้นซักวันสองวันอาจจะไม่ต้องพูดถึงเรื่องศาสนา พูดเรื่องอะไรก็ได้ พูดคุยเรื่องสนุกสนาน แต่ต้องไม่ใช่เรื่องฮารอม  วันที่สามวันที่สี่ก็มีฮาดียะหฺ (ของฝากติดไม้ติดมือ) การเป็นนักทำงานศาสนา ต้องไม่เป็นคนขี้เหนียว ไม่ตระหนี่น สละของโปรดของรักที่ตนเองมีให้เพื่อนบ้าง  วันที่ 5 ไม่ฮาดียะหฺแต่เริ่มมีคำพูดที่ดี กลับถึงบ้านก็ละหมาดกียามุลลัย ขอดูอาอฺให้เพื่อนของเรา  ขอให้เพื่อนเป็นคนดี  เพื่อนคนนี้คนนี้เลิกบุหรี่ หรือว่าอื่นๆก็ได้   มีบางคนก็ขอดูอาอฺนะ แต่ขอดูอาอฺให้มุสลีมะหฺ เผลอไปเจอกัน ตกใจมาก เพราะมุสลีมะห์คนนี้สวย แต่ไม่คลุมฮีญาบ คืนนี้กียามุลลัยน์ ขอดูอาอฺให้ ทำอย่างนี้มีอะไรแฝงอยู่ป่าว ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่ระวังนะ การทำงานศาสนาอย่าให้มีอะไรแฝง  เราทำงานต้องมีความบริสุทธิ่ใจ การขอดูอาให้คนเป็นคนดี ก็เพื่อว่าเขาจะได้เข้าสวรรค์ ไม่ได้ต้องการอะไรจากคนที่เราขอดูอาให้

การทำงานทุกรูปแบบ ต้องมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ การพัฒนาบุคคลิกภาพก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา  สำหรับการสร้างบุคลิกภาพนั้นมีหลายประการที่ต้องพัฒนา มีการพัฒนาฝีมือให้ดีขึ้น พยายามศึกษา หาความรู้ หาหนังสือมา อย่านิ่งเฉย เช่นการพูดต่อหน้าผู้อื่น เราต้องฝึกฝนให้ได้ คนที่พูดต่อหน้าคนอื่นได้ ก็ได้เปรียบมากสำหรับการเรียกร้องผู้อื่นสู่สัจธรรม

ชาวตะวันตกไม่ มีสินค้าดีๆที่จะขายให้คนอื่นหรอก แต่เค้าเป็นนักธุรกิจที่ขายสินค้าเก่ง  พูดเก่ง มนุษยสัมพันธ์ดี ทำให้สามารถขายสินค้าได้ดีและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปได้  แต่เรามีสัจธรรมที่มาจากอัลลอฮฺแต่ขายสัจจธรรมไม่เป็น เพราะว่าคนขาย  ขายไม่เป็น ไม่ขลัง   โฆษณาก็ไม่เป็น พูดไม่เป็น มนุษยสัมพันธ์ก็ไม่เก่ง แล้วเมื่อไหร่เราจะนำสัจธรรมสู่โลกนี้ได้ จึงจำเป็นมากในการฝึกฝน ฝึกพูด ฝึกคิด  ฝึกเทคนิคการลำดับข้อมูลที่จะนำเสนอ เทคนิคการพูด สิ่งเหล่านี้เราจะต้องพัฒนาตัวเอง เพื่อสามารถนำสัจธรรมสู่สังคมโลกได้..

ประการที่ 3  การเรียนรู้ในศิลปหรือเทคนิคของการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น


ส่วน หนึ่งจากคนที่เลวในสมัยของท่านนาบี คือคนที่หน้าไว้หลังหลอก  เวลาอยู่กับมุมินก็กล่าว่าเราอีหม่าน แต่เวลาอยู่กับกาเฟรก็บอกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน ในสังคมเราเป็นแบบนี้มีไหม ? อยู่ในมัสยิดเป็นมุสลิม แต่พอออกจากมัสยิดกลับไปวัด

สำหรับมุมิ นที่แท้จริงแล้วจะมีเพียงหน้าเดียวเท่านั้น คือการสร้างมนุษยสัมพันธ์ ที่ต้องยึดมั่นจากหลักการของอิสลาม นั่นคือเป้าหมายที่เราต้องการบรรลุ ถึงการมีมนุยสัมพันธ์ ส่วนหนึ่งจากเทคนิคที่ถูกระบุไว้ในอัลกุรอานคือ 3 ประการการ อัลลอฮฺ ซบฮานาฮูวาตาอาลาได้กล่าวไว้ใน ซูรอฮฺ อันนะห์ลฺ อายะห์ที่ 125

????? ????? ??????? ??????? ????????????? ??????????????? ??????????? ???????????? ????????? ???? ????????
 
ความว่า จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าด้วยฮิกมะห์ และการตักเตือนที่ดี และจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า

จากอัลกุรอาน ได้ใช้ให้เพยแพร่ สัจธรรมไปสู่อัลลอฮฺด้วย 3 วิธี คือ
1.ด้วยฮิกมะห์
คำว่าฮิกมะห์ คือการใช้ความเหมาะสมใจแต่ละสถานการณ์  การใช้ความนิ่มนวล

2. การตักเตือนที่ดี
การ ตักเตือนก็ควรมีวิธีการที่ดีๆ เช่น บางคนไม่ละหมาด เราก็อาจจะบอกเค้าไปว่า เราเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ พระองค์ให้เรามีสุขภาพดี ให้เรามีชีวิต และให้เราเสียชีวิต แล้วพระองค์จะคิดคำนวนกับการงานของเรา แค่นี้สำหรับบางคนก็ละหมาดแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนแค่นี้ไม่พอ ก็ต้องเพิ่มเนื้อหาไปอีก ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน

3. โต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า
แม้แต่การโต้เถียง ก็ต้องโต้เถียงด้วยดีเช่นกัน เพราะสมองบางคนกว่าจะราบรื่นต้องใช้การอธิบาย และใช้เวลา

3 ประการที่จะได้มาซึ่งได้ศิลปะสำหรับการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น  คือ


1.หมั่นศึกษาตำราที่สอนเกี่ยวกับศิลปของการเผยแพร่อิสลาม
2. ประสบการณ์ของตนเอง
3. ประสบการณ์ของคนอื่น

การ ศึกษาประสบการณ์ของคนอื่นเป็นการศึกษาแบบก้าวกระโดด และมีประสิทธิภาพมาก อายุการใช้ชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ประสบการณ์ต่างกัน เราจะเห็นว่าพี่น้องกลุ่มดะวะห์ มีหลายอย่างที่ทำได้ดีมาก เช่นการเผยแพร่ศาสนา การเชิญชวนคนมาละหมาดเป็นญามาอะฮฺ ประสบการณ์ของคนอื่นนี้เราสามารถนำมาประยุกต์กับตัวของเราได้ ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของเราเข้าใกล้ความสมบูรณ์มากที่สุด

ส่วนความสำเร็นั้น มาจากอัลลอฮฺแต่เพียงผุ้เดียว ขอให้อัลลอฮประทานความสำเร็จในการงานและในบั้นปลายชีวิตของทุกๆคน อามีน

จาก http://www.iqraforum.com/oldforum1/www.iqraonline.org/forum/index4f0d.html?topic=618.0
บันทึกการเข้า

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #73 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 04:30:22 pm »
 :) ญาซากัลลอฮฺ คอยร็อนครับ..
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ

shakoor

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 775
    • อีเมล์
Re: ห้องประชุม "ค่ายฟิตยะตุลฮัก" ปีที่ 4 | |
« Reply #74 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 04:45:51 pm »
ต้องขอมาอัฟพี่น้อง..นะครับ..ที่ใช้ห้องประชุมค่าย มาพูดถึงเรื่องอื่น แทนที่จะพูดถึงเรื่องความคืบหน้าของการเตรียมค่าย...

แต่ทั้งนี้..สิ่งสำคัญ..ก่อนที่จะเริ่มการทำงานค่าย..เราควรที่จะทำความเข้าใจถึงเป้าหมายหลักๆ เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมาทำค่าย...การทำค่ายที่ดีย่อมต้องอาศัยทีมงานที่มีศักยภาพสูง..ทีมงานที่มีศักยภาพสูง..แน่นอนต้องมีการปูพื้นฐานในด้านความเข้าใจต่อค่าย..ถ้าทีมงานที่จะมาทำค่ายยังไม่รู้เลยว่าทำไมถึงต้องมาทำค่าย..มันก็ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพของค่ายที่น้องค่ายควรได้รับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...ดังนั้นจุดแรกคือการปรับเจตนาและความเข้าใจของทีมงานทุกคน ให้อยู่และเดินไปในทิศทางเดียวกันก่อน...
...บางครั้งเราเห็นข้อดีหลายอย่าง..และพยายามที่จะจับข้อดีนั้นๆแต่กระนั้นก็ตามเราก็ควรที่จะคำนึงถึงศักยภาพและขีดจำกัดของทีมงานของเราว่ามีความสามารถขนาดไหน ...จึงจำเป็นที่เราจะต้องเลือกเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง...เพื่อคุณประโยชน์สูงสุดที่กลุ่มจะได้รับ..บางครั้งเราก็ต้องมีการเสียสละบางส่วนเพื่อรักษาอีกส่วนที่สำคัญกว่า..หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากการเสียสละแล้ว..อาจจะส่งผลกระทบต่อญามาอะฮฺใ หญ่ได้..ตัวอย่างเช่น...ฝ่ายโภชนาการเสียสละที่จะไม่ไปเล่นสนุกพร้อมกับน้องค่าย..เพราะรักษาอามานะฮฺตนที่ต้องทำกับข้าวให้ชาวค่ายได้กินกัน ถ้าค่ายไม่ได้การเสียสละจากฝ่ายครัวตรงนี้แน่นอน..ชาวค่ายอาจจะต้องอดกินข้าว..ซ้ำยังส่งผลกระทบต่อการรักษาโปรแกรมและการรักษาเวลาอีกด้วย...แต่สิ่งที่จะเป็นกำลังใจ..และเป้นแรงผลักดันให้เกิดความเสียสละตรงนี้คือ...ความเข้าใจที่ตรงกันว่าเรามาทำค่ายเพื่อพระองค์ เราไม่ได้มาทำค่ายเพื่อคนใดคนหนึ่ง..พระองค์ทรงเห็นการเสียสละของเรา อย่าได้กังวลว่าไม่มีใครเห็นคุณค่าของเรา...

..จะด้วยเหตใดก้แล้วแต่..เราก็ควรที่จะให้ความสำคัญในแต่ละด้านพอประมาณ ไม่ใช่ว่าเอาแต่กังวลเรื่องเป้าหมาย แต่การเตรียมการไม่มีความคืบหน้าอันนี้ก็ถือว่าบกพร่องเช่นเดียวกัน...ดังนั้นเมื่อพี่น้องได้มีความเข้าใจที่ตรงกันแล้วก็ควรที่จะดำเนินการในสวนต่อมา...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 01, 2009, 04:54:41 pm โดย shakoor »
บันทึกการเข้า
<a href="http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/ooX6Y3iOUgQ</a>

* ความหมายของมัสยิดที่แท้จริง * สร้างมัสยิดแล้วจะได้บ้านในสวนสวรรค์จริงหรือ * มัสยิดคือศูนย์บัญชาการจริงหรือไม่ลองฟังดูครับ
 

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML