كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ
พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ
 โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮ์...
You are here: Fityatulhaq Board - เยาวชนแห่งสัจธรรม » ห้องหนังสือและบทความ » โต๊ะบทความ » 

แตงโมจืด....(ตัฟซีรกุรอ่านซูเราะฮฺอาลิอิมรอน อายะฮฺที่149-151)

ผู้เขียน หัวข้อ: แตงโมจืด....(ตัฟซีรกุรอ่านซูเราะฮฺอาลิอิมรอน อายะฮฺที่149-151)  (อ่าน 1160 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

HamzaH

  • ผู้เชิญชวน
  • MOD Special
  • Full Member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 250
  • รวดเร็ว
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
بسم الله الرحمن الرحيم
อธิบายความหมาย
ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน อายะฮฺ 149-151

วันอังคารที่ 26 มกราคม 2552
ณ มัสญิดบ้านตึกดิน


يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوَاْ إِن تُطِيعُواْ الَّذِينَ كَفَرُواْ يَرُدُّوكُمْ عَلَى أَعْقَابِكُمْ فَتَنقَلِبُواْ خَاسِرِينَ ﴿149﴾

149. โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! หากพวกเจ้าเชื่อฟังบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาแล้ว พวกเขาก็จะให้พวกเจ้ากลับส้นเท้าของพวกเจ้าเสีย แล้วพวกเจ้าก็จะกลับเป็นผู้ที่ขาดทุน

إِن تُطِيعُواْ الَّذِينَ كَفَرُواْ يَرُدُّوكُمْ عَلَى أَعْقَابِكُمْ

لَمَّا أَمَرَ اللَّه تَعَالَى بِالِاقْتِدَاءِ بِمَنْ تَقَدَّمَ مِنْ أَنْصَار الْأَنْبِيَاء حَذَّرَ طَاعَة الْكَافِرِينَ ; يَعْنِي مُشْرِكِي الْعَرَب : أَبَا سُفْيَان وَأَصْحَابه . وَقِيلَ : الْيَهُود وَالنَّصَارَى . وَقَالَ عَلِيّ رَضِيَ اللَّه عَنْهُ:يَعْنِي الْمُنَافِقِينَ فِي قَوْلهمْ لِلْمُؤْمِنِينَ عِنْد الْهَزِيمَة : اِرْجِعُوا إِلَى دِين آبَائِكُمْ .

 

بَلِ اللّهُ مَوْلاَكُمْ وَهُوَ خَيْرُ النَّاصِرِينَ ﴿١٥٠﴾

150. แต่ทว่าอัลลอฮฺต่างหาก คือผู้ช่วยเหลือพวกเจ้า และพระองค์ทรงเป็นผู้ที่ดีเยี่ยมในบรรดาผู้ช่วยเหลือทั้งหลาย

 


سَنُلْقِي فِي قُلُوبِ الَّذِينَ كَفَرُواْ الرُّعْبَ بِمَا أَشْرَكُواْ بِاللّهِ مَا لَمْ يُنَزِّلْ بِهِ سُلْطَاناً وَمَأْوَاهُمُ النَّارُ وَبِئْسَ مَثْوَى الظَّالِمِينَ ﴿151﴾

151. เราจะโยนความกลัวเข้าไปในหัวใจของบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้น เนื่องจากการที่พวกเขาให้มีภาคีแก่อัลลอฮฺ ซึ่งสิ่งที่พระองค์มิได้ทรงประทานหลักฐานใด ๆ มายืนยันในสิ่งนั้น และที่อยู่ของพวกเขาคือขุมนรก ช่างเลวร้ายจริง ๆ ซึ่งที่อยู่ของบรรดาผู้อธรรม

 

سَنُلْقِي فِي قُلُوبِ الَّذِينَ كَفَرُواْ الرُّعْبَ بِمَا أَشْرَكُواْ بِاللّهِ

قالَ السُّدِّيّ وَغَيْره : لَمَّا اِرْتَحَلَ أَبُو سُفْيَان وَالْمُشْرِكُونَ يَوْم أُحُد مُتَوَجِّهِينَ إِلَى مَكَّة اِنْطَلَقُوا حَتَّى إِذَا كَانُوا بِبَعْضِ الطَّرِيق نَدِمُوا وَقَالُوا : بِئْسَ مَا صَنَعْنَا ! قَتَلْنَاهُمْ حَتَّى إِذَا لَمْ يَبْقَ مِنْهُمْ إِلَّا الشَّرِيد تَرَكْنَاهُمْ , اِرْجِعُوا فَاسْتَأْصِلُوهُمْ ; فَلَمَّا عَزَمُوا عَلَى ذَلِكَ أَلْقَى اللَّه فِي قُلُوبهمْ الرُّعْب حَتَّى رَجَعُوا عَمَّا هَمُّوا بِهِ .
قال ابن كثير : ثَبَتَ فِي الصَّحِيحَيْنِ عَنْ جَابِر بْن عَبْد اللَّه أَنَّ رَسُول اللَّه صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ " أُعْطِيت خَمْسًا لَمْ يُعْطَهُنَّ أَحَد مِنْ الْأَنْبِيَاء قَبْلِي نُصِرْت بِالرُّعْبِ مَسِيرَة شَهْر وَجُعِلَتْ لِيَ الْأَرْض مَسْجِدًا وَطَهُورًا وَأُحِلَّتْ لِي الْغَنَائِم وَأُعْطِيت الشَّفَاعَة وَكَانَ النَّبِيّ يُبْعَث إِلَى قَوْمه خَاصَّة وَبُعِثْت إِلَى النَّاس عَامَّة
وَيدل قوله تعالى : بِمَا أَشْرَكُواْ بِاللّهِ مَا لَمْ يُنَزِّلْ بِهِ سُلْطَاناً : على أَنَّهُ لَمْ تَثْبُت عِبَادَة الْأَوْثَان فِي شَيْء مِنْ الْمِلَل . وَلَمْ يَدُلّ عَقْل عَلَى جَوَاز ذَلِكَ ، قاله القرطبي .

 

ดาวน์โหลด:
http://www.islaminthailand.org/media/audio/2010/Q1/2553-01-26-aliimraan-149-151....


Www.islaminthailand.org    

แตงโมจืดตรงไหน.....เดี๋ยวหลังซุบฮฺ มาเล่าให้ฟัง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 28, 2010, 10:03:08 pm โดย Ibnusabeel »
บันทึกการเข้า

Hafizulhaq

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1720
  • فرسان الحق
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
รออ่านและรอแจมครับ

อ้อ Scibd PDF อ่านไม่ได้ครับ มันออกเป็นภาษาต่างดาวยั๊วเยี้๊ยไปหมด วานช่วยแก้ไขด้วยครับ

บันทึกการเข้า


หากพร้อมที่จะเป็นนักรบ ก็ต้องพร้อมที่จะมีบาดแผล

"ความกล้าหาญกับความบ้าบิ่นต่างกันเพียงกระดาษกั้นฉันใด ความรอบคอบกับความขี้ขลาดก็ต่างกันเพียงกระดาษกั้นฉันนั้น"

HamzaH

  • ผู้เชิญชวน
  • MOD Special
  • Full Member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 250
  • รวดเร็ว
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
ต้องรอ แอดมิน มาทำโค้ด ให้ครับ
บันทึกการเข้า

الثوري

  • กรรมการวิชาการ
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1680
แล้วตกลงมันจืดตรงไหนครับ ไม่เห็นมาเล่าให้ฟังเลย?
บันทึกการเข้า

Ibn Ismail

  • Full Member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 323
    • อีเมล์
แตงโมจืด....??
บันทึกการเข้า
>>>>>>> [ร็อบบานีย์ | คอลีฟะฮฺ | ญะมาอะฮฺ] <<<<<<<

Abdulmateen

  • ยามประจำบอร์ด
  • Hero Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 547
ช่าาาย...ตกลงแตงโมจืดเป็นไงกันแน่..ตาหลอดอะบังฮัมซะหฺ ชอบทิ้งให้ลุ้นตาหลอดเลย
บันทึกการเข้า
"จงเตรียมการงานของท่านทุกวาระให้พร้อมเสมือนดั่งอัลลอฮจะไม่ช่วยท่าน แต่จงมอบหมายการงานของท่านให้อัลลอฮประหนึ่งดังท่านไม่ได้เตรียมอะไรเลย"

Hafizulhaq

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1720
  • فرسان الحق
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
แตงโมจืดไว้บังฮัมซะฮฺมาเสริฟเองละกัน ตอนนี้ก็รองท้องกับแง่คิดเล็กๆจากการฟังบรรยายละกันครับ

อ้างจาก: คำว่า "สนิทสนมกับศาสนา"
สิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งชวนคิดสำหรับเราเป็นอย่างยิ่งก็คือ "ความสนิทสนม" ของเราที่มีต่อศาสนาว่าเรานั้นมีความสนิทสนมแค่ไหนกัน?
ไม่ว่าจะเป็นอัลกุรอาน หะดีษ บรรดานบี ศอฮาบะฮฺ อุลามมาอฺ และบรรดานักต่อสู้เพื่ออิสลาม เรารู้จักพวกเขามากน้อยแค่ไหน?
คิดและคำนวนดู เราเกิดมาพร้อมกับอิสลาม จูงมือเดินด้วยกัน ไปไหนไปด้วยกันตลอด แต่...เคยทำความรู้จักกับอิสลามไหม? กี่ปีแล้ว ที่ได้เพียงแค่มีไว้ข้างๆ แต่ไม่คิดทำความรู้จัก
เคยสัมผัสมุสลิมใหม่ที่เพิ่งเข้ารับอิสลามไหม? กี่มากน้อยแล้วในบรรดาพวกเขาที่รู้จักอิสลามมากยิ่งกว่าพวกเรา มิหนำซ้า พวกเขากลับเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันอย่างแนบแน่น ทั้งๆที่เขาเพิ่งรู้จักอิสลามแค่ไม่กี่ปี
บางคนในหมู่พวกเขารู้จักอิสลาม ถึงขั้นทำงานรับใช้อิสลาม ต่อสู้เพื่ออิสลาม ยอมสละชีวิตเพื่ออิสลาม แต่เราล่ะ เราทำไม่ได้ถึงขนาดนั้น เพราะไม่ได้รู้จักอิสลามเลย จึงไม่รู้จะทำสิ่งเหล่านั้น เพื่อใคร
น่าคิด...
อยู่บนโลกนี้มาแล้วกี่ปี และอีกกี่ปีจะตาย ยังไม่สายที่จะลองหันมารู้จักอิสลาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2010, 12:09:50 am โดย Hafizulhaq »
บันทึกการเข้า


หากพร้อมที่จะเป็นนักรบ ก็ต้องพร้อมที่จะมีบาดแผล

"ความกล้าหาญกับความบ้าบิ่นต่างกันเพียงกระดาษกั้นฉันใด ความรอบคอบกับความขี้ขลาดก็ต่างกันเพียงกระดาษกั้นฉันนั้น"

HamzaH

  • ผู้เชิญชวน
  • MOD Special
  • Full Member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 250
  • รวดเร็ว
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
-ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ เราสามารถที่จะคาดคะเนได้ว่า คนๆนึง มีอุปนิสัยอย่างไร ด้วยกับการพิจารณาในสิ่งที่เขาติดตาม
เช่น ละครที่เขาดู ดาราที่เขาชอบ
-สำหรับบรรดาผู้ศรัทธา ไม่ควรมีอะไรที่จะสนิทสนมกับเขาในชีวิตมากไปกว่ากุรอ่าน
-ผู้ที่คุ้นเคยกับกุรอ่านมักจะมีซูเราะฮฺที่เขาโปรดปรานและสนิทสนมเป็นพิเศษ
-อาทิเช่น ซูเราะฮฺยูซุฟ เมื่อผู้ที่ถูกกดขี่ และอธรรมจากสังคม...ได้อ่านและพิจารณาในเนื้อหา มักจะทำให้เค้า ต้องเสียน้ำตาเสมอ
-ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน เป็นซูเราะฮฺที่พูดถึง นักรบ นักสู้ บรรดามุญาฮิดีน ที่ถวายชีวิตเพื่ออัลลอฮ
-มีการพูดถึง สงครามบัดร สงครามอุฮุด พูดถึงยามที่มุสลิมอยู่ในสังคมมะดีนะฮฺอย่างสันติ และ ยามวิกฤติ
-ยามที่สังคมปั่นป่วนจากน้ำมือของมุนาฟิก ซึ่งเป็นกองทัพ ที่ต่อต้าน แต่มีทุกอย่างเหมือนมุสลิม
มาละหมาดกับนบี บางทีก็ไปสู้รบกับนบี ซึ่งสร้างความ วุ่นวายในจิตใจต่อบรรดาผู้ศรัทธา
-ทุกอย่าง ที่อธิบายเหตุการณ์ อยู่ในซูเราะฮฺอาลิอิมรอน พร้อมกับบรรยากาศของการมีชีวิตในขณะนั้นของบรรดาศ่อฮาบะฮฺ
-80 อายะฮฺแรกได้ตอบโต้พวก คริสต์และยิว ถัดมาเป็นการอบรมสมาชิกในสังคม มุสลิมใหม่ในมาดีนะฮฺ ที่ต้องบูรณะสังคมให้เข้มแข็ง
-มาถึงอายะฮฺที่ 149 ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน....ทำให้เรารู้ว่า.....ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน.....กำลังจะจากเราไป
-อีก ไม่ถึง 50 อายะฮฺ
-หลังจากที่ผ่านมาแล้ว ในการศึกษา อัลบากอรอฮ และจะผ่านไปซึ่ง อาลิอิมรอน เราควรกลับไปทยอยทบทวน..
จะมีอะไร ที่เราจะได้รับมากกว่าตอนที่เราศึกษาในครั้งแรกแน่นอน

-2 ซูเราะอฺนี้ ได้รับฉายา อัซซะฮฺรอวาน หมายถึงความสว่างไสว ซึ่งในวันกิยามะฮฺ
ผู้ที่ศึกษาใน2ซูเราะฮฺนี้จะมีเมฆมาบังความร้อนจากดวงอาทิตย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 28, 2010, 12:36:40 pm โดย HamzaH »
บันทึกการเข้า

HamzaH

  • ผู้เชิญชวน
  • MOD Special
  • Full Member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 250
  • รวดเร็ว
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
-อายะฮฺที่ 149 ให้เราได้เห็นถึงความเป็นห่วงของพระองค์ต่อพวกเราบรรดาผู้ศรัทธา
พระองค์ทรงบอกว่า
149. โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! หากพวกเจ้าเชื่อฟังบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาแล้ว
พวกเขาก็จะให้พวกเจ้ากลับส้นเท้าของพวกเจ้าเสีย แล้วพวกเจ้าก็จะกลับเป็นผู้ที่ขาดทุน

ในประโยคอายะฮฺนี้ ไม่มีคำสั่งห้าม ไม่มีคำสั่งใช้ แต่เป็นการเตือนสติบรรดาผู้ศรัทธา ให้เข้าใจนัยยะตรงข้าม กับคำที่อัลลอฮทรงแนะนำ
นี่เป้นการตักเตือนที่นิ่มนวลต่อบรรดาผู้มีปัญญาแล้วทั้งหลาย
-ต้องนึก และตระหนักในคำพูดของอัลลอฮข้างต้น
-เป้นคำสั่งตรงกันข้าม

หากพวกเจ้าเชื่อฟังบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาแล้ว
พวกเขาก็จะให้พวกเจ้ากลับส้นเท้าของพวกเจ้าเสีย
หมายถึง อย่าชื่อฟังผู้ปฏิเสธ และอย่าผินหลังให้อิสลาม

-ซูเราะฮฺนี้ใกล้ชิดเหลือเกินกับพวกเรา โดยเฉพาะมุสลิมในประเทศไทย ที่อยู่ในสังคมผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นส่วนใหญ่

إِن تُطِيعُواْ الَّذِينَ كَفَرُواْ يَرُدُّوكُمْ عَلَى أَعْقَابِكُمْ

لَمَّا أَمَرَ اللَّه تَعَالَى بِالِاقْتِدَاءِ بِمَنْ تَقَدَّمَ مِنْ أَنْصَار الْأَنْبِيَاء حَذَّرَ طَاعَة الْكَافِرِينَ ; يَعْنِي مُشْرِكِي الْعَرَب : أَبَا سُفْيَان وَأَصْحَابه . وَقِيلَ : الْيَهُود وَالنَّصَارَى . وَقَالَ عَلِيّ رَضِيَ اللَّه عَنْهُ:يَعْنِي الْمُنَافِقِينَ فِي قَوْلهمْ لِلْمُؤْمِنِينَ عِنْد الْهَزِيمَة : اِرْجِعُوا إِلَى دِين آبَائِكُمْ

-อิมามกุรตูบีย์อธิบายว่า เมื่ออัลลอฮสั่งแล้วให้เราเลียนแบบ พวกริบบียูนที่ช่วยเหลือนบีก่อนๆ และเตือนว่าอย่าเชื่อฟังมุชริกีนอาหรับ
คือ อบูซุฟยานและ พวกเขา  อีกทรรศนะบอกว่าอย่าเชื่อฟังพวกยิว และคริสต์
อีกทรรศนะ ของท่านอาลี บอกว่า อย่าเชื่อฟังพวกที่มารบต่อสู้กับพวกท่านในสงครามอุฮุด เพราะหลังจากที่มุสลิมแตกกระจายในการรบแล้ว
ก็มีบางคนในหมู่พวกเข้า กล่าวว่า เห้นมั๊ย นั่นคือความตกต่ำในฐานะที่เปนมุสลิม
เจ้าจงกลับมายัง ศาสนาเดิมของเจ้าเถิด ....ซึ่งท่านอาลีหมายถึง อย่าเชื่อฟังตรงนี้

-นาทีที่ 51 (ต้องฟังเอง)
-บททดสอบอย่างนี้ในชีวิตมีเยอะ...เช่น  คนสูบบุหรี่ต้องการจะเลิก ตายเพราะเลิกบุหรี่ ดีกว่าตายเพราะสูบบุหรี่
พอเลิกแล้ว ก็ สุขภาพทรุด พวกที่ยังสูบบุหรี่ก็ เย้ยว่า โง่เพราะเลิกบุหรี่ทำให้สุขภาพเสีย
-แต่งงาน พอจะแต่งงานแบบผิดๆ ไปจีบกันไปเที่ยวกัน พอมีคนแนะนำว่าอย่าทำแบบนี้มันผิดหลักการ
จึงเข้ามาสู่กระบวนการ โดยแนะนำต่อว่า ให้ไปหาในหมู่คนดี ก็เชื่อ ก็จึงมาถามเชค เชคจึงหาให้
เชคไปหายังงัยไม่ทราบได้ ไปแนะนำคนนึงเป็นลูกศิษย์ บอกว่านี่ลูกศิษย์เลี้ยงไว้อย่างดี

พอแต่งแล้ว.....ปรากฏว่า
.....แตงโมจืด.....

เคยกินมั๊ยแตงโมจืด ประเทศอาหรับ เป้นผลไม้ที่ถูกมากและนิยมมาก เวลาไปซื้อเค้าจะ ผ่าให้ดูว่าแดงและสีสวย
ซึ่งเป้นที่เข้าใจว่าถ้าแดงสดขนาดนี้ รสชาดจะหวาน เหมือนคนที่หาคู่ครองตามห้าง สวยก็คือหวาน ที่ไหนได้ แตงโมจืด บางทีก็บูด
......



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 28, 2010, 01:54:58 pm โดย HamzaH »
บันทึกการเข้า

HamzaH

  • ผู้เชิญชวน
  • MOD Special
  • Full Member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 250
  • รวดเร็ว
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
ไว้หลังซุบฮฺพรุ่งนี้มาต่อ....

รบกวนเว็บมาสเตอร์จัดการ โค้ด เสียงให้ด้วยครับ
พี่น้องรอฟังอยู่คับ
บันทึกการเข้า

Habibullah

  • Full Member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 241
    • เว็บไซต์
 :;

รบกวนเว็บมาสเตอร์จัดการ โค้ด เสียงให้ด้วยครับ


.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2010, 09:25:27 pm โดย Habibullah »
บันทึกการเข้า

Ibnusabeel

  • จากห้วงมายาแห่งดุนยา
  • Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1225
  • คนเดินบนทาง
    • อีเมล์
:;

รบกวนเว็บมาสเตอร์จัดการ โค้ด เสียงให้ด้วยครับ


ขออนุญาตินอกประเด็นนิดนึง
คือว่า ถามเว็บมาสเตอร์หน่อย  *:;
ถ้าจะใส่เสียงนั้น
ต้องพิมพ์โค็ตอะไรอ่ะ   ;;;" ช่วยบอกหน่อยแหละ
เหอะๆ จะเอาไปใส่ในบอร์ดมุสลิมเคบีน่ะ
แบบว่า ท่านแอดมินไม่อยู่น่ะ

ตามนี้ครับ

<object height="80" width="90%" id="VIDEO" type="application/x-oleobject" classid="CLSID:6BF52A52-394A-11d3-B153-00C04F79FAA6">
<param value="http://www.islaminthailand.org/media/audio/2010/Q1/2553-01-26-aliimraan-149-151.mp3" name="URL"/>
<embed height="80" width="60%" autorewind="True" showdisplay="False" showcontrols="True" showstatusbar="true" pluginspage="http://www.microsoft.com/Windows/MediaPlayer/" type="application/x-mplayer2" autostart="1" src="http://www.islaminthailand.org/media/audio/2010/Q1/2553-01-26-aliimraan-149-151.mp3"/>
</object>

เปลี่ยนตรงสีเเดงน่ะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 28, 2010, 11:28:46 pm โดย Ibnusabeel »
บันทึกการเข้า

Hafizulhaq

  • ยามประจำบอร์ด
  • Super Master Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1720
  • فرسان الحق
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
อ้างจาก: คำว่า "คำตักเตือนที่นิ่มนวล"

หลายต่อหลายคน มักจะชอบอ้างถึงฮิกมะฮฺในยามที่ต้องมีการตักเตือนซึ่งกันและกัน
พวกเขาหลายคนยอมที่จะปฏิเสธคำตักเตือนนั้น เพียงเพราะเขาเห็นว่าคนที่มาตักเตือนเขานั้น ไม่มีฮิกมะฮฺ
ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ความผิดและข้อบกพร่องของตนนั้น มากกว่า ความผิดและข้อบกพร่องของผู้ที่มาตักเตือนนั่นเสียอีก
แต่พวกเขาก็ไม่เคยหันกลับมามองตน และมองว่าตนเองผิด กลับโยนความผิดที่ทำให้ตนเองไม่อยากเปลี่ยนแปลง แก่ผู้ที่มาตักเตือนนั้น
เสมือนว่า ถ้าหากเขามาเตือนฉันให้นิ่มนวลกว่านี้ ฉันคงจะทำตามเขา และไม่ทำในสิ่งที่เขามาเตือนนั้น

แต่แปลก ที่เมื่อพวกเขาได้ยินโองการนี้ว่า
"โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! หากพวกเจ้าเชื่อฟังบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาแล้ว พวกเขาก็จะให้พวกเจ้ากลับส้นเท้าของพวกเจ้าเสีย แล้วพวกเจ้าก็จะกลับเป็นผู้ที่ขาดทุน"
หรือ คำตักเตือนของคนๆหนึ่งที่มีต่อเขาว่า
"โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย ! หากว่าเจ้าทำความผิดอย่างนี้แล้วล่ะก็ ความผิดนี้ก็จะทำให้พวกเจ้าเป็นอย่างนี้เสีย แล้วพวกเจ้าก็จะเป็นผู้ที่ขาดทุน"

พวกเขาทำเสมือนว่า หูของพวกเขานั้นไม่ได้ยินอะไรเลย คำตักเตือนนั้นไม่ได้ซึมซับเข้าไปยังหัวใจของเขาเลย
ทั้งๆที่คำเตือนนี้นั้นเต็มไปด้วยความนิ่มนวล และฟังระรื่นหู ปราศจากการบังคับใดๆที่มีต่อเขา
มันเป็นคำตักเตือนที่ทำให้เขาต้องย้ำคิด ในสิ่งที่เขาระทำลงไป
แต่...หลายคนเลือกที่จะไม่คิด
หลายต่อหลายคนเลือกที่อยู่กับผู้ปฏิเสธศรัทธา ยอมที่จะเชื่อฟังผู้ปฏิเสธศรัทธา มากกว่าผู้ที่มีความศรัทธา
พวกเขายอมกระทำในทุกอย่าง เมื่อผู้ปฏิเสธศรัทธาสั่งใช้
พวกเขายอมไปในทุกสถานที่ ที่ผู้ปฏิเสธศรัทธาชวนไป
แต่พวกเขาต้องคิดแล้วคิดอีก ว่าจะเชื่อฟังสิ่งที่ผู้ศรัทธาตักเตือนไหม?
คิดแล้วคิดอีก ว่าจะไปด้วยกันกับผู้ศรัทธาคนนั้นไหม?

และหากว่าเราคำนวนระยะเวลาที่เขาคลุกคลีอยู่ด้วยกันกับผู้ปฏิเสธแล้วไซร้ ท่านจะพบว่า ในชีวิตของเขานั้น แทบจะไม่มีเวลาให้กับผู้ที่มีความศรัทธาเลย

อะไรกัน?

ตกลงพวกเขาต้องการอะไรกันแน่?

ระหว่างคำตักตือนที่มีฮิกมะฮฺ กับ คำตักเตือนที่ตรงกับความต้องการใฝ่ต่ำของตน?

น่าคิด
บันทึกการเข้า


หากพร้อมที่จะเป็นนักรบ ก็ต้องพร้อมที่จะมีบาดแผล

"ความกล้าหาญกับความบ้าบิ่นต่างกันเพียงกระดาษกั้นฉันใด ความรอบคอบกับความขี้ขลาดก็ต่างกันเพียงกระดาษกั้นฉันนั้น"

DIST

  • ยามประจำบอร์ด
  • Full Member
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 224
    • อีเมล์
อ้างจาก: คำว่า "คำตักเตือนที่นิ่มนวล"

หลายต่อหลายคน มักจะชอบอ้างถึงฮิกมะฮฺในยามที่ต้องมีการตักเตือนซึ่งกันและกัน
พวกเขาหลายคนยอมที่จะปฏิเสธคำตักเตือนนั้น เพียงเพราะเขาเห็นว่าคนที่มาตักเตือนเขานั้น ไม่มีฮิกมะฮฺ
ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ความผิดและข้อบกพร่องของตนนั้น มากกว่า ความผิดและข้อบกพร่องของผู้ที่มาตักเตือนนั่นเสียอีก
แต่พวกเขาก็ไม่เคยหันกลับมามองตน และมองว่าตนเองผิด กลับโยนความผิดที่ทำให้ตนเองไม่อยากเปลี่ยนแปลง แก่ผู้ที่มาตักเตือนนั้น
เสมือนว่า ถ้าหากเขามาเตือนฉันให้นิ่มนวลกว่านี้ ฉันคงจะทำตามเขา และไม่ทำในสิ่งที่เขามาเตือนนั้น

แต่แปลก ที่เมื่อพวกเขาได้ยินโองการนี้ว่า
"โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! หากพวกเจ้าเชื่อฟังบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาแล้ว พวกเขาก็จะให้พวกเจ้ากลับส้นเท้าของพวกเจ้าเสีย แล้วพวกเจ้าก็จะกลับเป็นผู้ที่ขาดทุน"
หรือ คำตักเตือนของคนๆหนึ่งที่มีต่อเขาว่า
"โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย ! หากว่าเจ้าทำความผิดอย่างนี้แล้วล่ะก็ ความผิดนี้ก็จะทำให้พวกเจ้าเป็นอย่างนี้เสีย แล้วพวกเจ้าก็จะเป็นผู้ที่ขาดทุน"

พวกเขาทำเสมือนว่า หูของพวกเขานั้นไม่ได้ยินอะไรเลย คำตักเตือนนั้นไม่ได้ซึมซับเข้าไปยังหัวใจของเขาเลย
ทั้งๆที่คำเตือนนี้นั้นเต็มไปด้วยความนิ่มนวล และฟังระรื่นหู ปราศจากการบังคับใดๆที่มีต่อเขา
มันเป็นคำตักเตือนที่ทำให้เขาต้องย้ำคิด ในสิ่งที่เขาระทำลงไป
แต่...หลายคนเลือกที่จะไม่คิด
หลายต่อหลายคนเลือกที่อยู่กับผู้ปฏิเสธศรัทธา ยอมที่จะเชื่อฟังผู้ปฏิเสธศรัทธา มากกว่าผู้ที่มีความศรัทธา
พวกเขายอมกระทำในทุกอย่าง เมื่อผู้ปฏิเสธศรัทธาสั่งใช้
พวกเขายอมไปในทุกสถานที่ ที่ผู้ปฏิเสธศรัทธาชวนไป
แต่พวกเขาต้องคิดแล้วคิดอีก ว่าจะเชื่อฟังสิ่งที่ผู้ศรัทธาตักเตือนไหม?
คิดแล้วคิดอีก ว่าจะไปด้วยกันกับผู้ศรัทธาคนนั้นไหม?

และหากว่าเราคำนวนระยะเวลาที่เขาคลุกคลีอยู่ด้วยกันกับผู้ปฏิเสธแล้วไซร้ ท่านจะพบว่า ในชีวิตของเขานั้น แทบจะไม่มีเวลาให้กับผู้ที่มีความศรัทธาเลย

อะไรกัน?

ตกลงพวกเขาต้องการอะไรกันแน่?

ระหว่างคำตักตือนที่มีฮิกมะฮฺ กับ คำตักเตือนที่ตรงกับความต้องการใฝ่ต่ำของตน?

น่าคิด


ใช่ครับ น่าคิดจริงๆ ด้วย ญะซากัลลอฮฺนะครับ
 ผมได้คำตอบที่เคยถามตัวเองมานานแล้ว 

น่าคิดมากๆ จริงๆ ครับ
บันทึกการเข้า

HamzaH

  • ผู้เชิญชวน
  • MOD Special
  • Full Member
  • ***
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 250
  • รวดเร็ว
    • เว็บไซต์
    • อีเมล์
بَلِ اللّهُ مَوْلاَكُمْ وَهُوَ خَيْرُ النَّاصِرِينَ ﴿١٥٠
150. แต่ทว่าอัลลอฮฺต่างหาก คือผู้ช่วยเหลือพวกเจ้า และพระองค์ทรงเป็นผู้ที่ดีเยี่ยมในบรรดาผู้ช่วยเหลือทั้งหลาย

-
บันทึกการเข้า
 

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML