ผู้เขียน หัวข้อ: "สาระความรู้ว่าด้วยวิชาหะดีษ"  (อ่าน 8886 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Zunnur Abu Hanzalah

  • 7 ผู้คุมกฎ
  • Master Member
  • *
  • กระทู้: 1045
  • เพศ: ชาย
  • zunnur_islamicsibling
    • ZunnurMedia
Re: "สาระความรู้ว่าด้วยวิชาหะดีษ"
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 10:31:42 AM »

หะดีษมุอัลลัก

นิยาม

    มุอัลลัก ในทางภาษา หมายถึง ผูกไว้ และ ขึ้นอยู่กับ
    สายรายงานเช่นนี้ ถูกเรียกว่า มุอัลลัก เพราะ สายรายงานถูกผูกหรือเชื่อมต่อกับส่วนบน(ของสายรายงาน)เท่านั้น แต่ส่วนล่างนั้น ถูกตัดขาด
    หะดีษมุอัลลัก จึงหมายถึง หะดีษที่นักรายงานมีความบกพร่อง ไม่ว่าจะคนเดียว หรือสองคน หรือทั้งหมด ในช่วงต้นของสายรายงานอย่างต่อเนื่อง รูปแบบของมัน ก็คือ เมือสายรางานบกพร่องและถูกปฏิเสธไป ก็จะใช้วิธีการกล่าวว่า "ท่านเราะสูลุลลอฮกล่าวเช่นนี้....." หรือด้วยเพราะความบกพร่องของนักรายงานทั้งหมด ยกเว้นเศาะหาบะฮฺเพียงคนเดียว หรือเศาะหาบะฮฺหนึ่งคนกับตาบิอีน

ตัวอย่าง

1.   อัล-บุครีย์บันทึกจากอัล-มาญิชูน จากอับดุลลอฮ บิน ฟัฎลฺ จากอบูสะละมะฮฺ จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กว่าวว่า “พวกท่านจงอย่าล้ำหน้าไปกว่าบรรดานบี...” ทั้งๆที่หะดีษบทนี้ อัล-บุคอรีย์ไม่เคยได้พบเจอกับอัล-มาญิชูน
2.   อัล-บุคอรีย์ได้บันทึกไว้ในเกริ่นนำของบท มา ยุซกะรุ ฟิล ฟาคิซี ว่า อบูมูซา อัล-อัชอะรีย์ กล่าวว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ปกปิดขาอ่อนของตนเอ เมื่ออุษมานเข้ามา” หะดีษนี้มุอัลลัก เพราะอัล-บุคอรีย์ไม่นำเสนอสายรางานทั้งหมดของมัน ยกเว้นเศาะหาบะฮฺคนเดียวเท่านั้น คือ อบูมูซา อัล-อัชอะรีย์

หุกุ่ม

    หะดีษมุอัลลัก คือ หะดีษมัรดูด(หะดีษที่ถูกปฏิเสธ) เพราะมีความบกพร่องและขาดเงื่อนไขหนึ่งของการรับหะดีษ นั่นก็คือ สายรายงานต้องมีความต่อเนื่อง   

หะดีษมุอัลลักในเศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์และเศาะฮีหฺมุสลิม

    ในเศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์มีหะดีษมุอัลลักจำนวนมาก แต่เฉพาะที่หัวข้อและเกริ่นนำของบทเท่านั้น จะไม่พบเจอในเนื้อหาของบท ส่วนเศาะฮีหฺมุสลิมนั้น พบหะดีษมุอัลลักเพียงแค่บทเดียวเท่านั้น คือ ในบทว่าด้วยการตะยะมุม

หุกุ่มหะดีษมุอัลลักในเศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์และเศาะฮีหฺมุสลิม

1.   เมื่อรายงานด้วยสำนวนที่มั่นคงและชัดเจน เช่น กอลา(เขาได้กล่าวว่า) , ซะกะรอ(เขาได้เอ่ยว่า) , หะกา(เขาได้เล่าว่า) หะดีษประเภทนี้  เศาะฮีหฺ(ถูกต้อง)
2.   เมื่อรายงานด้วยสำนวนที่ไม่ชัดเจน เช่น กีลา(บางคนกล่าวว่า) ซุกิรอ(บางคนเอ่ยว่า) หรือ หุกิยะ(บางคนเล่าว่า) เช่นนี้ จะไม่สรุปว่า เศาะฮีหฺทั้งหมด เพราะอาจมีเศาะฮีหฺ , หะสัน และเฎาะอีฟ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2011, 07:47:26 AM โดย zunnur@islamicsibling »

ออฟไลน์ Zunnur Abu Hanzalah

  • 7 ผู้คุมกฎ
  • Master Member
  • *
  • กระทู้: 1045
  • เพศ: ชาย
  • zunnur_islamicsibling
    • ZunnurMedia
Re: "สาระความรู้ว่าด้วยวิชาหะดีษ"
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มีนาคม 31, 2012, 03:34:23 PM »

(ตัวอย่างภาพแสดงสายรายงานของหะดีษมุรสัลและมุอัลลัก)


หะดีษมุรสัล

นิยาม
    มุรสัล ในทางภาษา หมายถึง ถูกปล่อย
ส่วนหะดีษมุรสัล สำหรับการนำไปใช้จริงนั้น หมายถึง หะดีษที่นักรายงานในสายรายงานภายหลังรุ่นตาบิอีนมีความบกพร่อง เช่น (หะดีษที่ระบุว่า)เมื่อตาบิอีนคนหนึ่งกล่าวว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวเช่นนี้ หรือทำเช่นนั้น”

ตัวอย่าง

    อิมามมุสลิมได้บันทึกไว้ในเศาะฮีหฺของท่าน ในบทอัล-บุยูอ์ ว่า มุหัมมัด บิน รอฟิอฺ เล่าให้ฉันว่า หุญัยนฺ ได้เล่าแก่เราว่า ลัยษฺ ได้เล่าแก่เรา จากอากิล จากอิบนุ ชิฮาบ จากสะอีด บิน อัล-มุสัยยับ ว่า ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ห้ามการมุซาบะนะฮฺ(การค้าขายด้วยการขายส่ง ที่ทำให้ไม่รู้อัตราส่วนที่เป็นมาตรฐาน)
    สะอีด บิน อัล-มุสัยยับ คือ ตาบิอีนรุ่นอาวุโส รายงานหะดีษนี้จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม โดยมิได้กล่าวตัวเชื่อเชื่อมระหว่างเขากับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม(หมายถึง เศาะหาบะฮฺ) ดังนั้น สายรายงานหะดีษนี้จึงบกพร่องในส่วนท้าย คือ นักรายงานหลังจากตาบิอีน
    นี่คือหะดีษมุรสัลตามความเห็นของอะฮฺลุลหะดีษ แต่สำรับอุละมาอ์ฟิกฮฺและอุศูลุลฟิกฮฺนั้นจะกว้างกว่านี้ ก็คือ ทุกหะดีษที่มุงเกาะฏิอฺ(หะดีษที่สายรายงานไม่เชื่อมต่อกันจากทุกด้าน อินชาอัลลอฮ เราจะนำเสนอต่อไป) ถือเป็นมุรสัลทั้งหมดสำหรับพวกเขา

หุกุ่ม

    1.ส่วนมากของอะฮฺลุลหะดีษและอะฮฺลุลฟิกฮฺ มีทัศนะว่า หะดีษมุรสัลถือเป็นหะดีษเฎาะอีฟ และถือว่าเป็นส่วนหนึ่งจากหะดีษมัรดูด(หะดีษที่ถูกปฏิเสธ) เพราะไม่ทราบสถานะของนักรายงาน อาจมีนักรายงานที่เป็นเศาะหาบะฮฺหรือตาบิอีนขาดหายจากสายรายงาน(คือไม่ได้ระบุนักรายงานในสายรายงานของหะดีษนั้นๆ) หากที่ขายหายนั้นเป็นเศาะหาบะฮฺ ก็เป็นไปไม่ได้ที่หะดีษดังกล่าวจะถูกปฏิเสธ เพราะเศาะหาบะฮฺทั้งหมดมีความเที่ยงธรรม(เชื่อถือได้) แต่หากที่ขาดตกไปนั้นเป็นตาบิอีนเสียแล้ว เป็นไปได้สูงที่หะดีษดังกล่าวจะอยู่ในสถานะของหะดีษเฎาะอีฟ อย่างได้ก็ตาม ด้วยความเป็นไปได้เช่นนี้ ก็ไม่ควรเชื่อหรือสรุปในทันที่ว่า นักรายงานที่ขาดตกไปนั้นเป็นบุคคลที่มีความเที่ยงธรรม  และแม้จะทราบดีว่า ตาบิอีนจะไม่รายงานจากผู้ใดนอกจากบุคคลที่เชื่อถือได้ สิ่งนี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะยกสถานะอันไม่ชัดเจนของนักรายงานดังกล่าว(ให้เป็นที่ยอมรับได้)
    2.ทัศนะอื่นกล่าวว่า หะดีษมุรสัล คือ หะดีษเศาะฮีหฺ และสามารถเป็นหลักฐานอ้างอิงได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากตาบิอีนมิได้รายงานหะดีษจากผู้ใดนอกจากบุคคลที่ษิเกาะฮฺและเชื่อถือได้ ทัศนะนี้เป็นที่แพร่หลายในมัซฮับมาลิก , อบูหะนีฟะฮฺ และเป็นหนึ่งในสองทัศนะของอิมามอะหฺมัด
    3.อิมามชาฟีอีย์ มีความเห็นว่า หะดีษมุรสัลของตาบิอีนอาวุโสนั้น สามารถรับมาปฏิบัติใช้ได้ ตราบใดที่พบหะดีษมุรสัลจากสายรายงานอื่น หรือได้รับการสนับสนุนจากคำกล่าวของเศาะหาบะฮฺด้วย

มุรสัล เศาะหาบีย์

    ส่วนมากของนักการหะดีษและอุละมาอ์อุศูลุลฟิกฮฺ มีความเห็นว่าหะดีษ มุรสัล เศาะหาบีย์ เป็นหะดีษเศาะฮีหฺและสามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ มัน(หะดีษมุรสัล เศาะหาบะฮฺ)คือ สิ่งที่เล่ารายงานโดยเศาะหาบะฮฺท่านหนึ่งเกี่ยวกับสิ่งๆหนึ่งที่ท่านนบีได้ปฏิบัติ หรือที่คล้ายคลึงกันนี้ ที่บ่งชี้ว่า เขามิได้เห็นมันโดยตรง เนื่องจากเหตุผลทางอายุของเขาที่ยังเด็กเกินไป หรือเพราะความล่าช้าในการเข้ารับอิสลามของเขา

ตัวอย่าง :

    หะดีษรายงานโดยท่านหญิง อาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ในเศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์และมุสลิม ท่านกล่าวว่า “เริ่มแรกของวะหฺยูที่ประทานมาให้แก่ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม คือ ฝันที่เป็นจริง แต่เมื่อท่านเห็นฝันที่มาในรูปการอื่น เช่น ดวงดาวในช่วงอรุณ แล้ว หลังจากนั้นมาท่านจึงชอบอยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพัง จนกระทั่งท่านเข้าไปยังถ้ำฮิรออ์เพียงลำพังคนเดียวเพื่อทำอิบาดะฮฺนานหลายคืน ก่อนที่ท่านจะกลับมาพบครอบครัว...”(จนจบหะดีษ)

    ในเรื่องนี้นั้น ท่านหญิงอาอิชะฮฺเพิ่งจะถือกำเนิด 4 หรือ 5 ปีหลังจากการเป็นนบี แล้วช่วงที่วะหฺยูถูกประทานลงมานั้น ท่านหญิงอยู่ที่ไหนล่ะ?
    ดังนั้น ทัศนะนี้จึงเป็นทัศนะที่ถูกต้อง(หะดีษมุรสัล เศาะหาบีย์ นั้นถูกตอบรับ-ใช้เป็นหลักฐานได้-) เพราะ เศาะหาบะฮฺทุกคนมีความเที่ยงธรรม และเป็นสิ่งชัดเจนว่า เศาะหาบะฮฺคนหนึ่งจะไม่รายงานหะดีษใด เว้นแต่เขาจะได้ยินมันจากท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมเอง หรือได้ยินจากเศาะหาบะฮฺคนอื่นๆที่ได้ยินมาจากท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม อีกทอดหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ บรรดาอุละมาอ์หะดีษจึงถือว่า หะดีษมุรสัล เศาะหาบีย์มีสถานะเดียวกันกับหะดีษที่สายรายงานเชื่อมต่อกันทั้งหมด ในเศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์และมุสลิมมีหะดีษประเภทนี้จำนวนมาก มีบางคนกล่าวว่า มุรสัล เศาะหาบะฮฺนี้ หุกุ่มของมันก็เหมือนกับมุรสัลอื่นๆ แต่ทัศนะนี้ เป็นทัศนะที่อ่อนและถูกปฏิเสธ

ออฟไลน์ Zunnur Abu Hanzalah

  • 7 ผู้คุมกฎ
  • Master Member
  • *
  • กระทู้: 1045
  • เพศ: ชาย
  • zunnur_islamicsibling
    • ZunnurMedia
Re: "สาระความรู้ว่าด้วยวิชาหะดีษ"
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: เมษายน 01, 2012, 04:47:40 PM »

หะดีษมุดัลลัส
(มุดัลลัส 1)

นิยาม

    มุดัลลัส ในทางภาษาหมายถึง การปกปิดความบกพร่องของสินค้าจากผู้ซื้อ  มาจากคำว่า อัด-ดัลสุ คือ ความมืด หรือการผสมกับความมืด ประหนึ่ง ผู้ทำการมุดดัลลิส เนื่องจากการที่เขาปกปิดบุคคลหนึ่ง(ที่เป็นนักรายงานหะดีษ)ที่เข้าใจหะดีษ จนทำให้หะดีษดังกล่าวดูมืดมน
    ตัดลีส ในทางการนำไปใช้ หมายถึง การปกปิดข้อบกพร่องในหะดีษและแสดง(หรือเผยแพร่)ข้อดีที่เห็นแต่เพียงภายนอก

ประเภทของการตัดลิส

ตัดลิสมี 2 ประเภท คือ
     1-ตัดลิส อัล-อิสนาด
     2-ตัดลิส อัช-ชุยูค

ตัดลิส อัล-อิสนาด

    ตัดลิส อัล-อิสนาด คือ เมื่อนักรายงานคนหนึ่งรายงานหะดีษจากผู้ที่เขาพบเจอ เกี่ยวกับสิ่งหนึ่งที่คนนั้นไม่ได้ยินมาด้วยตัวเอง หรือ จากผู้ที่มีชีวิตในช่วงสมัยเดียวกับนักรายงานหะดีษ แต่เขาไม่เคยได้พบเจอกัน แต่อ้างว่าเขาได้ฟังหะดีษดังกล่าวจากนักรายงานคนนั้น เช่น คำว่า “จากคนนั้น” หรือ “คนนั้นกล่าวว่า” หรือที่คล้ายคลึงกันนั้น และเขาไม่ได้อธิบายว่า เขาได้ยินเองจากนักรายงานคนดังกล่าว แต่หากนักรายงานกล่าวว่าเคยได้ยินหรือได้รับการบอกเล่า ทั้งที่แท้จริงแล้วเขามิเคยได้ฟังจากอาจารย์ของเขาหรือมิได้อ่านให้แก่ชัยคฺของเขาเลย เช่นนี้ เขาไม่ใช่ผู้ทำการมัดดัลลิส แต่เป็นคนโกหกที่ชั่ว(ฟาสิก)

ตัวอย่าง

    รายงานโดยอัล-หากิม ด้วยสายรายงานของเขาไปยังอลี บิน คุชรุม กล่าวว่า อิบนุ อุยัยนะฮฺ ได้รายงานแก่เรา จากอัซ-ซุฮฺรีย์ จึงมีคนถามเขาว่า “ท่านได้ยินมันจากอัซ-ซุฮฺรีย์หรือ?” เขา(อิบนุ อุยัยนะฮฺ)ตอบว่า “เปล่า และไม่ใช่จากคนที่ได้ยินมันจากอัซ-ซุฮฺรีย์ด้วย ฉันทรามาจากอับดุรร็อซซาก จากมะอ์มัร จากอัซ-ซุฮฺรีย์”
    สุฟยาน บิน อุยัยนะฮฺ มีชีวิตอยู่ในสมัยเดียวกันกับอัซ-ซุฮฺรีย์ และเคยพบเจอกัน แต่เขาไม่ได้ฟัง(หะดีษ)จากอัซ-ซุฮฺรีย์ เขาฟังจากอับดุรร็อซซาก และอับดุลร็อซซากฟังมาจากมะอ์มัร และมะอ์มัรนี่แหล่ะที่รับและฟังจากอัซ-ซุฮฺรีย์ ความแตกต่างระหว่างตัดลิสกับมุรสัล ก็คือ มุรสัลนั้น นักรายงานจะรายงานจากคนที่ตัวนักรายงานเองมิได้ฟังมาจากเขา(คนๆนั้น)

ตัดลิส ตัสวิยยะฮฺ

    ในตัดลิส อิสนาดนั้น มีประเภทที่รู้จักกันในชื่อว่า ตัดลิส ตัสวิยยะฮฺ ผู้ที่ให้ชื่อนี้ ก็คือ อบูอัล-หะสัน บิน ก็อฏฏ็อน นิยามก็คือ การรายงานหะดีษของนักรายงานคนหนึ่งจากชัยคฺของเขา ที่มาพร้อมกับความเฎาะอีฟที่พบจากนักรายงานหะดีษที่ษิเกาะฮฺสองคนที่เคยพบเจอ เพื่อปรับหะดีษดังกล่าวให้(มีสถานะที่)ดีขึ้น
    หมายถึงว่า นักรายงานคนหนึ่งรายงานหะดีษจากชัยคฺที่ษิเกาะฮฺ และชัยคฺที่ษิเกาะฮฺคนนี้ก็รายงานมาจากนักรายงานที่ษิเกาะฮฺเช่นกัน แต่ระหว่างทั้งสองนั้นขั้นกลางด้วยนักรายงานที่เฎาะอีฟ แต่นักรายงานที่ษิเกาะฮฺทั้งสองก็เคยพบเจอกัน ดังนั้น จึงมีผู้ที่ทำการมุดัลลิสที่ได้ยินหะดีษดังกล่าวจากชัยคฺที่ษิเกาะฮฺดังกล่าว เขาจึงลบนักรายงานที่เฎาะอีฟในสายรายงาน(คือไม่ระบุนักรายงานที่เฎาะอีฟคนนั้น) และเชื่อมสายรายงานจากชัยคฺของเขากับนักรายงานที่ษิเกาะฮฺเข้าด้วยกัน โดยใช้สำนวนลวงเพื่อให้สายรายงานหะดีษดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือทั้งหมด

ตัวอย่าง

    รายงานจากอิบนุ อบีหาติม ในหนังสืออัล-อิลัล เขากล่าวว่า ฉันได้ยินจากบิดาของฉัน แล้วเขาก็กล่าวหะดีษที่รายงานจากอิสหาก บิน เราะหะวัยฮฺ จากบะกิยยะฮฺ[1] (เขากล่าวว่า) อบูวะฮบฺ อัล-อะสะดีย์ ได้เล่าหะดีษบทหนึ่งแก่ฉัน จากนาฟิอฺ จากอิบนุ อุมัร ว่า : “ท่านอย่าได้สรรเสริญอิสลามของคนคนหนึ่ง จนกว่าท่านจะรู้ปมความคิด(แก่นความเชื่อ)ของเขา”
    บิดาของฉันกล่าวว่า “หะดีษบทนี้มีประเด็นที่น้อยคนจะเข้าใจ หะดีษนี้รายงานโดยอุบัยดิลลาฮฺ บิน อัมรู จากอิสหาก บิน อบีฟัรวะฮฺ จากอิบนุ อุมัร จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และอุบัยดิลลาฮ บิน อัมรู คนนี้นั้น มีฉายาว่า อบูวะฮบฺ และเขาเป็นคนจากตระกูลอะสะดีย์(จากเผ่าอะสัด) แต่บะกิยยะฮฺตั้งใจกล่าวชื่อของพวกเขาเพียงด้วยฉายาและอ้างเขาไปยังเผ่าอะสัด โดยหวังว่า ผู้คนจะไม่รู้จักเขา  จนกระทั่ง เมื่อเขา(อุบัยดิลลาฮ)จากไปจากอิสหาก บิน อบีฟัรวะฮฺ (อิสหากกล่าวว่า) ติดตามเขาไม่ได้(หมายถึง เชื่อถือไม่ได้)” (หมายความว่า บะกิยยะฮฺได้ปกปิดนักรายงานที่เฎาะอีฟ-คือ อุบัยดิลลาฮ-จากสายรายงานของหะดีษบทนี้)

หุกุ่ม

    ตัดลิส ตัสวิยยะฮฺ แม้นจะอยู่ในประเภทของตัดลัส อิสนาด แต่ก็ถือเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดจากประเภทต่างๆของการตัดลิส อัล-อิรอกีย์ กล่าวว่า “สิ่งนี้(ตัดลีส ตัสวิยยะฮฺ)สร้างรอยด่างพร้อมแก่ผู้ที่ตั้งใจกระทำมัน” และหนึ่งในผู้ที่มักทำมันอยู่เสมอ ก็คือ บะกิยยะฮฺ บิน อัล-วะลีด. อบูมิสฮัร กล่าวว่า “หะดีษของบะกิยยะฮฺนั้นไม่บริสุทธิ์ ดังนั้น ท่านจงระมัดระวัง(หะดีษที่มา)จากเขาเถิด”
—————————
หมายเหตุ
[1]บะกิยยะฮฺ บิน อัล-วะลีด เป็นนักรายงานคนหนึ่งที่ชอบทำการตัดลิสหะดีษ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 20, 2012, 08:47:29 AM โดย zunnur@islamicsibling »