|
เชค อัลอิซ อิบนุ อับดิสสลาม (อบูมุหัมมัด อัล-อิซ อิซซุดดีน อับดุลอะซีซ อิบนุ อับดิสสลาม อิบนุ อบีลกอสิม) أبو محمد العز عز الدين عبد العزيز بن عبد السلام بن أبي القاسم ซุลฏอน แห่งบรรดาอุละมาอฺ (ฮิจเราะฮฺ ๕๗๗ – ๖๖๐)
แปลและเรียบเรียงโดย อบู อามีนะฮฺ / ตรวจทานโดย มุฮตาดีน อัลฮัก
...................................................
ตอนที่ ๑
ใน อาณาจักรอิสลามอันยิ่งใหญ่ ณ ดินแดนอิยิปต์ มีกษัตริย์ผู้โด่งดังท่านหนึ่งนามว่า นัจมุดดีน อัยยูบ ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นกษัตริย์ที่มีความดุดันและมีความน่าหวั่นเกรง ราษฎรหรือแม้แต่ขุนนางในวังต่างก็หวาดเกรงในอำนาจและความขึงขังดุดันของ กษัตริย์ท่านนี้ กระทั่งว่าลูกๆของท่านเองก็ยังไม่กล้าที่จะพูดกับท่านเนื่องด้วยเพราะความ กลัวเว้นแต่ว่าจะถูกสั่งให้พูด ขณะเดียวกันท่านก็มีบุคลิกที่น่านับถือ เด็ดขาดและเป็นที่น่าเกรงขาม
ในวันหยุดรื่นเริงวันหนึ่ง กษัตริย์ผู้นี้ได้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ ซึ่งในงานรื่นเริงนี้รายล้อมไปด้วยทหารราชองครักษ์และบรรดาข้าราชบริภารทั้ง หลายรวมถึงบรรดาเจ้าผู้ปกครองเมืองต่างๆ ทุกคนต่างก็ได้เข้ามาร่วมงานรื่นเริงเพื่อแสดงความเคารพและเยี่ยมเยียมเข้า เฝ้ากษัตริย์ท่านนี้ ในวันแห่งการเฉลิมฉลองนี้เอง ท่านเชค อัลอิซ อิบนุ อับดิสสลาม ผู้ซึ่งเป็นนักปราชญ์และผู้ทรงความรู้ชื่อดังในสมัยนั้น ท่านรู้ว่าในอาณาจักรของมุสลิมแห่งนี้นั้น มีสิ่งที่ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้องตามหลักการอิสลามได้เกิดขึ้นในอาณาจักร นั่นก็คือการที่บรรดาร้านขายเหล้าและสิ่งมึนเมาได้ถูกเปิดและสามารถขายเหล้า ได้อย่างเสรีและเปิดเผยต่อสาธารชนโดยไม่ถูกห้ามปรามจากผู้ปกครอง ท่านเชคฯจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในงานรื่นเริงของกษัตริย์อย่างไม่มีทีท่าว่า จะเกรงกลัวหรือเกรงใจกษัตริย์ท่านนี้เลย ท่านได้เข้าพบและกล่าวต่อหน้ากษัตริย์ด้วยท่าทางที่แน่วแน่และคำพูดที่หนัก แน่นว่า
"โอ้ อัยยูบเอ๋ย ท่านจะตอบกับอัลลอฮฺอย่างไรเล่า หากพระองค์จะทรงถามท่านในวันแห่งการตัดสินว่า... ข้ามิได้ให้เจ้ามีอำนาจปกครองแผ่นดินอียิปต์ แล้วเจ้าก็อนุญาติให้มีการดื่มสุราและสิ่งอบายมุขเกิดขึ้นในแผ่นดินกระนั้น หรือ?"
เมื่อกษัตริย์ได้ยินดังนั้น ก็ได้ถามอย่างประหลาดใจว่า "มันได้เกิดขึ้นจริงกระนั้นหรือ?"
ท่านเชคฯก็ได้ตอบว่า “ใช่ แล้ว ได้มีบรรดาร้านค้าที่ได้เปิดขายสุราและสิ่งมึนเมารวมถึงอบายมุขต่างๆเกิด ขึ้นมากมาย ในขณะเดียวกันท่านกลับไม่รู้เรื่อง ยังมัวแต่เพลิดเพลินและหลงระเริงกับสิ่งฟุ่มเฟือยและความหรูหราในอาณาจักร ของท่านกระนั้นหรือ?”
กษัตริย์ก็ได้ตอบกลับไปว่า “โอ้ท่านเชคฯ นั่นมันไม่ใช่การกระทำของข้า บรรดาร้านสุราเหล่านั้นมันได้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่พ่อข้ามียังมีชีวิตอยู่ต่างหาก”
ท่าน เชคฯจึงได้ให้บทเรียนแก่กษัตริย์ทันทีว่า “หรือว่าท่านจะเป็นกลุ่มชนที่อัลกุรอ่านได้กล่าวไว้ว่า..เราได้พบว่า บรรพบุรุษอยู่บนแนวทางนั้น แล้วเราก็ปฏิบัติตามพวกเขา... กระนั้นหรือ? ” เมื่อสิ้นคำพูดของท่านเชคฯ กษัตริย์จึงออกคำสั่งให้ราชองค์รักษ์ไปดำเนินการปิดบรรดาร้านสุราเหล่านั้นในทันที...
หลัง จากเหตุการณ์นี้ลูกศิษย์ของท่านเชคฯคนหนึ่งนามว่าอัลบาญียฺ ได้เข้ามาถามท่านถึงเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่าเกิด อะไรขึ้นกับท่านเชคฯบ้างหรือไม่ ท่านก็ได้ตอบลูกศิษย์ท่านนั้นว่า “โอ้ ลูกเอ๋ย ฉันได้เห็นเขา(กษัตริย์) ด้วยท่าทางที่ผึ่งผายและเหิมเกริม ฉันจึงต้องการให้เขาได้นอบน้อมลงบ้าง ด้วยเพราะกลัวว่าเขาจะทระนงตัวและกลายเป็นคนหยิ่งผยอง แล้วเขาก็จะทำลายตัวของเขาเอง” อัลบาญียฺได้ถามต่อว่า “แล้วท่านไม่เกรงกลัวเขาบ้างเลยหรือ?” ท่านเชคฯได้ตอบด้วยคำตอบที่ไว้ซึ่งบทเรียนมหาศาลว่า “ขอ สาบานต่ออัลลอฮฺ โอ้ลูกที่รัก การกลัวเกรงต่ออัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกร ผู้ทรงยิ่งใหญ่นั้นได้ถูกทำให้เต็มเปี่ยมในหัวอกของฉัน ด้วยเหตุนี้แล้ว เขา(กษัตริย์) จึงเป็นเพียงแค่แมวตัวเล็กๆในสายตาของฉันเท่านั้นเอง”
ใคร คือท่านเชค อัลอิซ อิบนุ อับดิสสลามผู้นี้? ผู้ซึ่งกล้าที่จะเผชิญหน้ากับกษัตริย์ที่ใครๆต่างก็หวั่นเกรงในอำนาจและใน บารมีของเขา...
ตอนต่อไปเราจะได้มารู้จักถึงประวัติของท่านเชค อัลอิซ อิบนุ อับดิสสลาม พร้อมด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจอันเต็มไปด้วยบทเรียนมากมายควรค่าแก่การศึกษา ...ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง... โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตอนที่ ๒
ครั้งนี้เราจะมารู้จักกับประวัติของท่านเชคผู้โด่ง ดังกันต่อ ท่านเชคฯ อัลอิซ อิบนุอับดิสสลาม เกิดในเมืองดิมัชกฺ (ดามัสกัส ประเทศซีเรียในปัจจุบัน) ในปีฮิจเราะฮฺที่ ๕๗๗ หรือ ๕๗๘ ในครอบครัวที่ยากจน ไม่ค่อยมีฐานะหรือชื่อเสียงสักเท่าใดนัก ในวัยเด็กท่านเคยอาศัยอยู่ในสถานที่ติดกับมัสยิดดิมัชกฺ ซึ่งได้ถูกจัดไว้สำหรับบรรดาเด็กนักเรียนที่ยากจน ด้วยความฉลาดหลักแหลมที่อัลลอฮฺทรงประทานให้กับท่านเชคฯและความขยันหมั่น เพียรของท่าน ทำให้ท่านสามารถเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาที่บรรดาอาจารย์ได้สอนอย่างง่ายดาย ท่านเคยเล่าว่า “ฉันไม่เคยได้เรียนกับอาจารย์ของฉันคนหนึ่งคนใดจนจบเลย เว้นแต่เมื่อเรียนไปได้ครึ่งหนึ่ง อาจารย์ของฉันก็บอกกับฉันว่า ‘..เจ้าได้เข้าใจบรรดาวิชาความรู้ต่างๆนี้ได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียนกับฉันอีกต่อไป กลับบ้านของเจ้าแล้วไปศึกษาต่อเองเถอะ’.. แต่กระนั้นฉันก็ยังไม่อยากกลับบ้าน ยังคงฟังและเรียนกับท่านอาจารย์ต่อจนอาจารย์ได้สอนจบในสาขาวิชานั้นๆ”
ความ กระหายในการแสวงหาวิชาความรู้ทำให้ท่านเชคฯรู้สึกว่าการเรียนรู้กับบรรดาปวง ปราชญ์ในเมืองดิมัชกฺเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอสำหรับท่านเสียแล้ว ท่านตัดสินใจเดินทางไปแสวงหาความรู้ต่อยังเมืองบัฆดาด (แบกแดด ประเทศอิรักในปัจจุบัน) ในปีฮิจเราะฮฺที่ ๕๙๗ ขณะที่ท่านมีอายุได้ประมาณ ๒๐ ปี และในตลอดชีวิตของท่านเชคฯ ท่านไม่เคยเลยที่จะหยุดศึกษาแสวงหาความรู้ ถึงแม้ว่าท่านจะกลายเป็นนักปราชญ์ผู้มีความรู้มากมายแล้วก็ตาม ก็ไม่เคยอายที่จะเข้าร่วมศึกษาหาความรู้จากเหล่าอุลามาอฺทั้งหลายในไคโร ถึงแม้ว่าขณะนั้นท่านจะมีอายุมากกว่า ๖๐ ปีแล้วก็ตาม
แน่นอนว่า บรรดาผู้รู้ย่อมไม่เคยที่จะเก็บความรู้ที่พวกเขาได้เรียนมาไว้กับตัวเอง ท่านเชคอัลอิซ ก็เช่นกัน ท่านมักจะมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมวิชาการต่างๆ ท่านเป็นอาจารย์ให้ความรู้กับบรรดาษานุศิษย์ในโรงเรียนหลายแห่งในดามัสกัส และไคโร ในช่วงปลายชีวิตของท่าน ท่านได้อุทิศตัวเองให้กับการสอนและการเขียนตำหรับตำราต่างๆ ท่านได้เข้าร่วมในกิจการงานต่างๆที่ต้องการคำปรึกษาทางศาสนา เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับกิจการต่งๆที่สำคัญเมื่อครั้งที่อยู่ในดามัสกัส บางครั้งก็เคยมีเหตุการณ์ที่ท่านต้องขัดแย้งกับบรรดาผู้ปกครอง ครั้งหนึ่งท่านมีความเห็นขัดแย้งกับกษัตริย์ในดามัสกัสเกี่ยวกับเรื่องอัลกุ รอ่านเป็นพระดำรัสของอัลลอฮฺ กษัตริย์ในขณะนั้นคือ อัลอัชรอฟ อิบนุ อัลอะดีลไม่เห็นด้วยกับท่านเชคฯ จึงออกคำสั่งลงโทษให้ท่านหยุดสอนศาสนาและปลดตำแหน่งการเป็นผู้พิพากษาของ ท่าน ทั้งยังจำกัดขอบเขตของท่านให้อยู่แค่ในบ้าน กระนั้นก็ตามท่านเชคฯอัลอิซ ก็ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำสั่งนี้แต่อย่างใด แถมยังได้ตอบกลับแก่ผู้ที่นำคำสั่งของกษัตริย์มาให้ด้วยการฝากความขอบคุณแก่ กษัตริย์ดามัสกัสที่ช่วยปลดเปลื้องหน้าที่อันหนักหน่วงของท่านสู่การให้ท่าน ได้มีเวลาสำหรับศึกษาทบทวนวิชาความรู้และอุทิศตนให้กับงานเขียนของท่านได้ อย่างเต็มที่...
ไม่ว่าท่านจะอยู่ในซีเรียหรือในอียิปต์ ท่านก็มักจะเป็นผู้กล่าวคำปราศรัยหรือเคาะฏีบในมัสยิดประจำเมืองนั้นๆ ครั้งหนึ่งขณะที่ท่านเป็นเคาะฏีบประจำมัสยิดในเมืองดามัสกัสและกำลังกล่าว คุฏบะฮฺอยู่ ท่านได้กล่าวตำหนิและประณามผู้ปกครองอย่างรุนแรงในเหตุการณ์ที่ผู้ปกครอง เมืองดามัสกัสให้ความช่วยเหลือและเป็นพันธมิตรกับศัตรูอิสลามในการต่อสู้กับ เพื่อนบ้านที่เป็นพี่น้องร่วมศรัทธา และในดามัสกัสอีกเช่นกัน ท่านเชคอัลอิซ ได้ตัดสินใจต่อต้านไม่เชื่อฟังกษัตริย์เนื่องจากการเป็นพันธมิตรกับศัตรูอิส ลามคือพวกครูเสด พร้อมกับออกฟัตวาห้ามไม่ให้ประชาชนขายอาวุธให้กับพวกครูเสดในการรุกร้านพี่ น้องมุสลิมและท่านได้ยืนกรานไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกษัตริย์อัลซอลิฮฺ อิสมาอีลอย่างแข็งขัน การตัดสินใจครั้งนี้ของท่านเชคฯทำให้กษัตริย์โกรธเคืองเป็นอย่างยิ่งและทำ ให้ท่านเชคฯต้องถูกจับเข้าคุกในที่สุด
หลังจากที่ถูกปล่อยตัวในปี ฮิจเราะฮฺที่ ๖๓๙ ท่านเชค อัลอิซ อิบนุอับดิสสลาม ก็ได้เดินทางอพยพไปยังอียิปต์ และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากกษัตริย์อียิปต์ในขณะนั้นคือกษัตรย์นัจ มุดดีน อัยยูบ ณ ที่นั่นเองที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าผู้พิพากษา และเป็นเคาะฏีบประจำมัสยิดกลางแห่งเมืองไคโร จะมีอะไรเกิดขึ้นกับท่านอีกโปรดติดตามได้ในตอนต่อไป...
ตอนที่ ๓ ตอนสุดท้าย...
ในขณะที่ท่านเชคอัลอิซ อิบนุอับดิสสลามดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าผู้พิพากษาอยู่ในอียิปต์นั้นได้มี เหตุการณ์ต่างๆเกิดมากมายอันแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยว มั่นคงในการยืนหยัดเพื่อหลักการอิสลาม หนึ่งในเหตุการณ์ที่โด่งดังก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับการขายบรรดาขุนนางมัมลูก ให้กับสาธารณะ
ประวัติศาสตร์ได้เล่าเรื่องราวตอนนี้ให้กับเราได้ ทราบว่า ในขณะที่กษัตริย์นัจมุดดีน อัยยูบดำรงตำแหน่งเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองอียิปต์นั้น ท่านได้เคยนำเงินกองคลังที่เก็บจากประชาชนไปซื้อตัวบรรดขุนนางมัมลูกทั้ง หลายมาเป็นสมบัติในอาณาจักรอิสลาม ท่านเชคฯได้สังเกตเห็นว่าบรรดาขุนนางผู้ปกครองเหล่านี้ได้ปฏิบัติตัวเหมือน กับบุคคลสามัญชนทั่วไป พวกเขาได้ทำธุรกิจทำการค้าขายซึ่งไม่อนุญาติตามหลักการอิสลามเนื่องจากพวก ขุนนางเหล่านี้ถูกซื้อมาด้วยเงินของประชาชน ท่านจึงชี้แจงว่ากษัตริย์ควรที่จะขายบรรดาขุนนางมัมลูกเหล่านี้ไปแล้วนำเงิน ที่ได้คืนมาให้เป็นสมบัติของประชาชนดังเดิม อีกทั้งทางราชวังไม่ควรเรียกเก็บเงินจากประชาชนอีกทั้งๆที่ยังมีขุนนางเหล่า นี้ซึ่งถือว่ายังเป็นสมบัติของประชาชนถูกซื้อมาจากเงินของประชาชนอยู่ คำแนะนำของท่านเชคฯ ทำให้กษัตริย์นัจมุดดีนไม่เห็นด้วยและกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไร กับท่านเชคฯ ท่านไม่ควรออกความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อท่านเชคฯได้รับการตอบกลับเช่นนี้จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นผู้พิพากษา และเตรียมตัวเก็บข้าวเก็บของเตรียมย้ายสัมภาระและครอบครัวอพยพออกจากเมือง อียิปต์ทันที เนื่องจากเห็นว่าเมื่อผู้ปกครองไม่ฟังคำชี้แนะจากผู้รู้ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ท่านจะต้องอาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้ เมื่อประชาชนทราบข่าวว่าท่านเชคฯจะอพยพออกจากเมือง ต่างก็พากันมารายล้อมท่านแล้วถามถึงสาเหตุดังกล่าว เมื่อทราบที่ไปที่มาแล้วบรรดาราษฎรและประชาชนทั้งหลายต่างก็จะพากันอพยพออก จากเมืองอียิปต์ติดตามท่านเชคฯไปด้วยเพราะไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติตัวของ กษัตริย์ เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ทำให้กษัตริย์ตกอกตกใจเป็นการใหญ่และรีบแจ้งขออภัย ท่านเชคฯและเชิญให้ท่านกลับมาเป็นผู้พิพากษาดังเดิมและสัญญาว่าจะปฏิบัติตาม ที่ท่านได้แนะนำ เหตุการณ์นี้นับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความจง รักภักดี ความซื่อสัตย์ การเชื่อฟังของประชาชนที่มีต่อผู้รู้ ชี้ให้เห็นว่าประชาชนยังยืนเคียงข้างผู้รู้และที่สำคัญคือการแสดงให้เห็นถึง ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของผู้รู้ที่ยืนหยัดเคียงข้างหลักการไม่ว่าจะเกิดอะไร ขึ้นก็ไม่ยอมที่จะทิ้งหลักการของอัลลอฮฺเพื่อแลกกับผลประโยชน์อันเล็กน้อย ของโลกดุนยานี้ เป็นบทเรียนที่น่าจดจำสำหรับบรรดาผู้รู้รวมถึงประชาชนในยุคปัจจุบันนี้
ท่าน เชคอัลอิซ อิบนุอับดิสสลามได้เสียชีวิตในฮิจเราะฮฺที่ ๖๖๐ ตลอดระยะเวลาการมีชีวิตอยู่ของท่าน ท่านได้แสดงให้เราชนรุ่นหลังเห็นเป็นแบบอย่างที่สัมผัสได้จริงว่า ถึงแม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ยอมที่จะละทิ้งหลักการของอัลลอฮฺ ถึงแม้จะต้องแลกกับการถูกลงโทษถูกไล่ออกหรือถูกจำคุก ก็ไม่ยอมแลกกับการที่หลักการอิสลามจะถูกลบออกไป ความกล้าหาญและความมั่นใจในอัลลอฮฺได้ทำให้ท่านยืนหยัดเช่นนี้เรื่อยมา เป็นสิ่งที่บรรดาผู้รู้ในยุคปัจจุบันรวมทั้งประชาชนคนทั่วไปควรที่จะนำบท เรียนของท่านมาเป็นแบบอย่างและนำมาปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงในชีวิต ปัจจุบัน...
|