ปิด

เยาวชนแห่งสัจธรรมล็อกอิน

อัสลามมูอาลัยกุมครับ พี่น้องทั้งแหลายล็อกอินก่อนก้อดีน่ะจะเข้าเข้าอย่างถูงต้อง อิอิ.
เข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบ



ใครออนไลน์บ้าง

เรามี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เยาวชนแห่งสัจธรรม


  • เวทีนักเขียนมือใหม่

    บทความดีๆ จากนักเขียนมือใหม่ ทุกทั่วสารทิศ เชิญชมได้เลยครับ

  • วิชาการอิสลาม

    บทความดีๆ วิชาการจากทีมงานกลุ่มฟิตยะตุลฮัก. เชิญเข้ามาเลยครับ.

  • ประชาสัมพันธ์

    ข่าวประชาสัมพันธ์ กิจกรรมอบรม สัมมนา  หรือกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจ.

  • เวทีพบปะเยาวชน

    สนทนา พบปะ พูดคุยเรื่องต่างๆ ปัญหาต่างๆ ข้อสงสัยต่างๆ แหล่งพบปะ.

คนแปลกหน้า : ความต่างที่ต้องยืนหยัด ?

PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 29 เมษายน 2009 เวลา 01:52
คนแปลกหน้า : ความต่างที่ต้องยืนหยัด ?

เค้าโครงจากอิหม่ามอิบนุกอยยิม เรียบเรียงโดย มุฮัมมัด  มุบัชชิร  อิตกุลลอฮฺ
“อิสลามเริ่มต้นเหมือนสิ่งแปลก และจะกลับมาอีกครั้งเหมือนเป็นสิ่งแปลก ดังนั้นจงแจ้งข่าวดีแก่คนแปลกหน้า”

บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ  ผู้ที่ศรัทธารู้สึกถึงความโดดเดี่ยว ความแตกต่าง ความแปลกแยก หรือรู้สึกว่าตนเองแปลกจากคนอื่น ไม่เหมือนคนอื่น  ความ รู้สึกเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเขาต้องอยู่ท่ามกลางผู้ปฏิเสธศรัทธา แต่ ! น่าเศร้า บางครั้งความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นขณะที่เขาอยู่ร่วมกับพี่น้องของพวกเขา เนื่องจากพี่น้องของพวกเขากระทำในสิ่งที่สวนทางกับอิสลามหรือสิ่งที่เป็น อุตริกรรม(บิดอะฮฺ) จนบางครั้งเกือบจะเป็นสิ่งที่เป็น “กุฟร”  และ เขามีความรู้สึกว่าเขาไม่มีอำนาจหรือความกล้าพอที่จะห้ามการกระทำเหล่านั้น โดยเฉพาะถ้าเขาเป็นคนที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีอีหม่านที่เข้มแข็งพอ จนทำให้บางครั้งเขาต้องยอมจำนนต่อการกดดันด้วยสายตาของคนเหล่านั้นและทำให้ เขาต้องเข้าร่วมการกระทำเหล่านั้นด้วย

ทั้งๆที่เขารู้ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่อัลลอฮฺต้องการให้เขาทำ  และ ด้วยความรู้สึกว่าไม่มีใครช่วยเหลือเขา ดูเหมือนว่ามีเพียงเขากับความคิดของเขาเท่านั้นโดยไม่มีการช่วยเหลืออื่นใด ที่จะทำให้เขาได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง จึงเป็นสาเหตุทำให้เขาต้องยอมจำนนต่อความกดดันนั้น

พี่ น้องที่ประสบกับสภาพเช่นนั้น(ขออัลลอฮฺเมตตาพวกท่าน) พวก ท่านจงรับการปลอบใจจากอัลลอฮฺและจากท่านนบี ซึ่งความแปลกหน้าที่ท่านกำลังประสบอยู่นั้น เป็นสิ่งที่ท่านนบีได้อธิบายไว้อย่างชัดแจ้งแล้วว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่ นอน

อัลลอฮฺ กล่าวในอัลกุรอาน ความว่า “ทำไม ในศตวรรษก่อนหน้าพวกเจ้า จึงไม่มีปัญญาชนช่วยกันห้ามปรามการบ่อนทำลายในแผ่นดิน เว้นแต่จำนวนน้อยเท่านั้น จากผู้ที่เราได้ช่วยพวกเขาให้รอดพ้น” ซูเราะฮฺฮูด อายะฮฺ 116

อา ยะฮฺนี้กล่าวถึง จำนวนน้อยของผู้คนบนโลก เขาคือคนแปลกหน้า ผู้ที่ห้ามปรามมนุษยชาติจากความชั่ว คนแหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ท่านนบี กล่าวถึง เมื่อท่านกล่าวว่า “อิสลามเริ่มต้นเหมือนสิ่งแปลก และจะกลับมาอีกครั้งเหมือนเป็นสิ่งแปลก ดังนั้นจงแจ้งข่าวดีแก่คนแปลกหน้า” (อัรฏูบา นี้คือต้นไม้ในสวรรค์ ดังนั้นท่านนบีได้แจ้งข่าวดีแห่งสวรรค์แก่คนแปลกหน้าเหล่านั้น) ท่านถูกถามว่า “ใครคือคนแปลกหน้า โอ้รซูลลุลลอฮฺ?”  ท่านตอบว่า “พวกเขาคือผู้ที่ตักเตือนแก้ไขปรับปรุงผู้คน เมื่อพวกเขากระทำสิ่งที่เสียหาย” บันทึกโดยอบูอัมรฺ อัลดานี รายงานจากอิบนุมัสอู๊ด ชัยคฺอัลบานีย์ว่าเชื่อถือได้ และสายรายงานอื่น กล่าวว่า “พวกเขาคือผู้ที่ฟื้นฟูซุนนะฮฺของฉันซึ่งมันได้ถูกทำให้เสียหายไปโดยผู้คนหลังจากฉัน” และในอีกสายรายงานหนึ่งท่านได้ตอบคำถามเดียวกันว่า “พวกเขาเป็นคนกลุ่มน้อยจากหมู่ชนของเขาซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้กระทำความชั่ว ผู้ที่ต่อต้านพวกเขามีมากกว่าผู้ที่ตามพวกเขา” บันทึกโดย อิบนิ อะซากิร ชัยคฺอัลบานีย์ว่าเชื่อถือได้

กลุ่มชนที่ได้รับการยกย่องนี้ เรียกว่า “คนแปลกหน้า”  เนื่อง จากพวกเขาเป็นคนกลุ่มน้อยท่ามกลางมนุษยชาติ ดังนั้น(มุสลิม จึงเป็นคนแปลกหน้าท่ามกลางมนุษยชาติ ผู้ศรัทธาที่แท้จริงเป็นคนแปลกหน้าท่ามกลางประชาชาติมุสลิม และอุละมาอฺเป็นคนแปลกหน้าท่ามกลางผู้ศรัทธาที่แท้จริง)  ผู้ที่ปฏิบัติตามซุนนะฮฺ  ผู้ที่ออกห่างจากผู้คนที่ทำบิดอะฮฺของผู้คนทั้งหลาย เหล่านี้คือลักษณะของคนแปลกหน้า

อย่าง ไรก็ตาม ความแปลกหน้าของพวกเขานั้นมันไม่ใช่เพราะการกระทำของพวกเขาและความเชื่อของ พวกเขาเป็นสิ่งแปลก แต่เป็นเพราะพวกเขาเป็นคนกลุ่มน้อยเท่านั้น นี่คือสิ่งที่อัลลอฮฺ กล่าว ความว่า “และหากเจ้าเชื่อฟังส่วนมากของผู้คนในแผ่นดินแล้ว พวกเขาก็จะทำให้เจ้าหลงจากทางของอัลลอฮฺ” ซูเราะฮฺอัลอันอาม อายะฮฺ 116 และอัลลอฮฺยังได้กล่าวอีกว่า “และแท้จริงจำนวนมากในหมู่มนุษย์นั้นเป็นผู้ละเมิด” ซูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺ 49 และ “แต่ส่วนใหญ่ของมนุษย์ไม่ขอบคุณ” ซูเราะฮฺยูซุฟ 38  ดัง นั้น อัลลอฮฺคือผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงสร้าง พระองค์ทรงรู้ว่ามนุษย์ส่วนมากไม่ยอมรับความจริง มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่จะยึดมั่นในความจริงและในความศรัทธาที่ถูกต้อง ต่อพระองค์ นี่แหละคนแปลกหน้าในหมู่มนุษยชาติ

คน แปลกหน้าในโลกนี้มีหลายแบบ แต่สำหรับคนแปลกหน้าในความศรัทธานั้นเกิดจากการยึดมั่นต่อบทบัญญัติของอิส ลามที่ถูกประทานมาจากอัลลอฮฺ ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า ความแปลกหน้านั้น สามารถแบ่งได้หลายประเภท ซึ่งบางประเภทเป็นความแปลกหน้าที่จะได้รับการยกย่อง และบางประเภทเป็นความแปลกหน้าที่จะถูกประณามหรือถูกลงโทษ และบางประเภทไม่ถูกกล่าวถึงเลย เราจะกล่าวถึงรายละเอียดของทั้งสามประเภท ดังนี้

ประเภทแรก

ความ แปลกหน้าประเภทแรก ที่จะกล่าวถึงก่อน คือความแปลกหน้าของผู้ที่ยึดมั่นต่ออัลลอฮและรซูลของพระองค์ ความแปลกหน้าประเภทนี้เป็นความแปลกหน้าที่คู่ควรแก่การยกย่อง ซึ่งเป็นความแปลกหน้าที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญจากอัลลอฮและรซูลของพระองค์  ดัง นั้น ความแปลกหน้าประเภทนี้จึงเป็นสิ่งที่เราควรแสวงหาและส่งเสริม ความแปลกหน้าชนิดนี้เกิดขึ้นในเวลา สถานที่ และกลุ่มชนที่แตกต่างกัน  คน แปลกหน้าเหล่านี้ เป็นกลุ่มคนที่ศรัทธาต่ออัลลอฮอย่างแท้จริง พวกเขาไม่เคารพอิบาดะฮต่อสิ่งอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และพวกเขาไม่ยอมรับแนวทางใดๆ นอกจากแนวทางของรซูลุลลอฮ และพวกเขาไม่ได้เรียกร้องไปสู่สิ่งใดนอกจากสิ่งที่ท่านรซูลนำมา และในวันกิยามะฮฺพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่ละทิ้งผู้คนทั้งหลายเมื่อเขาเป็นที่ ต้องการของกลุ่มชนเหล่านั้น  เพราะในวันนั้นกลุ่มชนต่างๆจะไปยังสิ่งที่พวกเขาเคยเคารพอิบาดะฮ  แต่พวกเขา(คนแปลกหน้า)ยังคงอยู่ตรงที่เดิมของพวกเขา ผู้คนจะกล่าวกับพวกเขาว่า “พวกท่านจะไม่ไปเหมือนที่คนอื่นๆเขาไปกันหรือ?”  พวกเขาจะตอบว่า “เราจะรอพระเจ้าของเราผู้ที่เราเคยเคารพอิบาดะฮ” บันทึกโดยอิหม่ามบุคอรีและมุสลิม

ดัง นั้น จะเห็นได้ชัดว่า ความแปลกหน้าไม่ใช่สาเหตุที่จะทำให้เขาต้องแบกรับความไม่พอใจของผู้อื่น ตรงกันข้ามพวกเขากลับได้รับการปลอบใจเสียด้วยซ้ำ  เพราะเขารู้ ว่าผู้ช่วยเหลือเขาคืออัลลอฮ คือรซูล คือบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ถึงแม้ว่าผู้คนทั้งหลายจะทอดทิ้งเขาก็ตาม ดังที่อัลลอฮ กล่าวความว่า “แท้ จริงผู้ที่เป็นมิตรของพวกเจ้านั้น คืออัลลอฮและรซูลของพระองค์และบรรดาผู้ศรัทธาที่ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และชำระซะกาต และขณะเดียวกันพวกเขาก็เป็นผู้นอบน้อม”            ซูเราะฮอัลมาอิดะฮ อายะฮ 55

คนแปลกหน้าเหล่านี้ถูกอธิบายอีกครั้งหนึ่งในหะดีษที่รายงานโดยอนัส อิบนุ มาลิก จากท่านรซูล กล่าวว่า “มัน เป็นไปได้ว่า ชายผู้ที่ผมยุ่งเหยิง เนื้อตัวสกปรก และเขาไม่มีทรัพย์สมบัติเลย ไม่มีใครสนใจเขา แต่ถ้าเขาขอต่ออัลอฮฺ อัลลอฮฺจะตอบรับการขอของเขา” บันทึกโดย อิหม่ามติรมีซีและอัลฮากิม ชัยคฺอัลบานีย์ว่าเชื่อถือได้  ท่านอัลหะซัน อัลบัศรีย์ (ตาบิอีนผู้มีชื่อเสียงในความเคร่งครัดต่อหลักการ ในด้านความสมะและความรู้) กล่าวว่า “ผู้ศรัทธาคือคนแปลกหน้าในโลกนี้ เขาไม่เคยกลัวการถูกตำหนิจากผู้ตำหนิ และเขาไม่เคยแสวงหาการยกย่องสรรเสริญ  ผู้ คนทั้งหลายอยู่ในสภาพหนึ่งแต่เขาจะอยู่ในอีกสภาพหนึ่ง ผู้คนทั้งหลายจะพึงพอใจต่อตัวเอง แต่เขากลับเหน็ดเหนื่อยกับการขัดเขลาตัวเขาเอง”

เนื่อง จากบุคลิกภาพของเขานั้น ท่านนบีได้อธิบายไว้ว่า พวกเขาจะยึดมั่นต่อซุนนะฮของท่าน ถึงแม้ว่าผู้คนทั้งหลายจะละทิ้งมันก็ตาม พวกเขา(คนแปลกหน้า)ละทิ้ง จากสิ่งที่เป็นอุตริกรรมทั้งหมดที่กลุ่มชนของพวกเขาประดิษฐ์ขึ้น ถึงแม้ว่าการกระทำนั้นจะเป็นสิ่งปกติในหมู่พวกเขาไปแล้วก็ตาม นอกจากนั้นพวกเขายังคงยึดมั่นต่อเตาฮีดที่บริสุทธิถึงแม้ว่าผู้คนจะปะปนมัน ด้วยกับสิ่งที่เป็นชีริก  พวกเขาจะไม่เรียกร้องไปสู่สิ่งใดที่จะเป็นการเทียบเคียงกับอัลลอฮและรซูลของพระองค์  พวกเขาจะไม่เรียกร้องไปสู่อาจารย์ของเขาหรือกลุ่มของเขา  พวกเขาเรียกร้องเพียงเพื่ออัลลอฮเท่านั้น โดยการปฏิบัติตามแนวทางของท่านนบีได้วางไว้  พวกเขาคือกลุ่มชนที่กำถ่านไฟร้อนๆไว้ในมือ แม้ว่าส่วนมากของมนุษย์หรือทั้งหมดของพวกเขาจะตำหนิดูถูกหรือเหยียดหยามพวกเขาก็ตาม  นี่ คือความหมายของคำพูดของท่านนบีที่กล่าวถึงเป็นความจริง พวกเขาจะยึดมั่นต่อซุนนะฮฺของท่าน ถึงแม้ว่าผู้คนทั้งหลายจะบิดเบือนมันก็ตาม

อัล ลอฮฺ(มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์)ส่งรซูลของพระองค์มา เมื่อมนุษย์ทั้งหลายได้ยึดถือศาสนาอื่นๆ(พวกเขาเหล่านั้นคือพวกที่บูชา ต้นไม้และแม่น้ำ พวกเขาเหล่านั้นคือพวกที่ได้บูชารูปปั้น พวกเขาคือชาวคริสต์ ยิวและพวกบูชาไฟ)   อิสลาม(เมื่อปรากฏขึ้น ในตอนแรกท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น)เป็น สิ่งแปลกที่มายังพวกเขา ถ้ามีใครจากหมู่ชนของพวกเขายอมรับอิสลาม ยอมรับต่อการเรียกร้องเชิญชวนของอัลลอฮฺและรซูลของพระองค์ พวกเขาจะถูกตัดขาดจากครอบครัวของเขาและเผ่าตระกูลของเขา พวกเขาใช้ชีวิตอย่างคนแปลกหน้าท่ามกลางหมู่ชนของพวกเขา แต่ในที่สุดอิสลามได้ขยายไปอย่างกว้างไกล  มุสลิม จะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาจะมีจำนวนมากขึ้นจนกระทั่งกลับกลายเป็นว่า คนแปลกหน้าก็คือพวกที่ไม่ยอมรับหลักคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัดนั่นเอง
[ต่อ]

แต่ ! น่าเศร้า  ชัย ฏอนได้หลอกลวงมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง ผู้คนได้ยึดแนวทางของบรรพบุรุษของเขา(ซึ่งแนวทางของคนเหล่านั้นเกือบจะไม่ หลงเหลือความเป็นอิสลาม) ในที่สุด อิสลามจะกลายเป็นสิ่งแปลกอีกครั้งหนึ่ง เหมือนตอนที่เริ่มต้นและเป็นเหมือนดังที่ท่านนบีได้แจ้งไว้  ท่าน นบีและซอฮาบะฮฺของท่านได้อธิบายว่า อิสลามเป็นสิ่งแปลกที่มายังผู้คน ในขณะที่มันปรากฏตอนเริ่มแรก ถึงแม้ว่าลักษณะภายนอกและความเชื่อที่อยู่ภายในเป็นที่รู้จักกันดีและเป็น ที่แพร่หลายก็ตาม

จะทำอย่างไร? เมื่อคนแปลกหน้าเหล่านั้นเป็นเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่จะรอดพ้นท่ามกลางหมู่ชนกลุ่มอื่นๆอีก 72  กลุ่ม(แต่ ละกลุ่มของพวกเขาปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ ความปรารถนาของพวกเขา มันเหมือนเป็นพระเจ้าของพวกเขา ในหะดีษที่เชื่อถือได้ท่านนบีได้กล่าวว่าประชาชาตินี้จะถูกแบ่งออกเป็น 73 กลุ่ม ทั้งหมดนั้นต้องตกนรก เว้นแต่เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่รอดพ้น) พวก เขาเหล่านั้นเป็นกลุ่มที่คำสอนของพวกเขาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสงสัยและ สิ่งที่เป็นบิดอะฮฺต่างๆและเป้าหมายอย่างหนึ่งของพวกเขาเหล่านั้นคือการทำ ตามความปรารถนาอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขา ดังนั้น กลุ่มที่มีเป้าหมายเพื่อแสวงหาความพึงพอใจจากอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามแนว ทางของท่านรซูลจะกลายเป็นกลุ่มชนที่แปลกท่ามกลางกลุ่มชนอื่นๆทั้งหมด

นี่ คือสาเหตุที่มุสลิมที่แท้จริง(ผู้ที่ยึดมั่นอย่างมั่นคงต่อซุนนะฮฺ) จะได้รับการตอบแทนของศอฮาบะฮฺ 50 คน เมื่อท่านรซูลถูกถามเกี่ยวกับอายะฮฺนี้ “ผู้ ศรัทธาทั้งหลาย จำเป็นแก่พวกเจ้าในการป้องกันตัวของพวกเจ้า ผู้ที่หลงผิดไปนั้นจะไม่เป็นอันตรายแก่พวกเจ้าได้ เมื่อพวกเจ้ารับคำแนะนำไว้...” ซู เราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺ 105 ท่าน รซูลกล่าวว่า ถึงกระนั้นก็ตาม แท้จริงพวกท่านจะต้องกำชับกันในสิ่งที่ดีและห้ามปรามกันในสิ่งที่ไม่ดี จนกระทั่งท่านเห็นการดื้อดึงเปลี่ยนไปเป็นการเชื่อฟัง  การปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำเปลี่ยนเป็นการยอมจำนนต่ออัลลอฮฺ  แต่เมื่อพวกเขารักการอยู่ในโลกนี้มากกว่าโลกหน้าและแต่ละคนจะถูกชักนำด้วยความปรารถนาของพวกเขา  ดัง นั้นจงดูแลตัวของพวกท่านและออกห่างจากคนเหล่านั้น เพราะแท้จริงหลังจากยุคของพวกท่านนั้นจะเป็นยุคแห่งการอดทน คือยุคที่ความอดทนจะเป็นเหมือนการกำถ่านไฟร้อนๆไว้ในมือ ใครก็ตามที่สามารถทำได้อย่างนี้ เขาจะได้รับการตอบแทนของ 50 คนที่ทำเหมือนเขา พวกเขาถามว่า “โอ้รซูลลุลลฮฺ การตอบแทนของ 50 คนของพวกเขาหรือ ?” ท่านรซูลตอบว่า “การตอบแทนของ 50 คนของพวกท่าน” (ผลบุญที่เขาจะได้รับคือเท่ากับผลรวมทั้งหมดที่บรรดาศอฮาบะฮฺ 50 คนได้รับ)” บันทึกโดยอิม่ามติรมีซีย์และอบูดาวูด ด้วยสายรายงานที่อ่อน แต่เชคอัลบานีย์ว่าซอฮีฮฺ ดูในอัซซอฮีฮฺ 957  นี่คือการตอบแทนเนื่องจากความแปลกหน้าของพวกเขาท่ามกลางผู้คนทั้งหลาย

ดัง นั้น ผู้ศรัทธา ผู้ซึ่งอัลลอฮฺได้มอบสติปัญญาที่ดีและความรู้ให้แก่เขา ถ้าเขาปรารถนาที่จะเดินบนเส้นทางนี้ คือเส้นทางของอัลลอฮฺ เขาจะต้องเตรียมพร้อมที่จะยอมรับวิถีชีวิตของคนแปลกหน้าท่ามกลางหมู่ชนของ พวกเขา (ซึ่งเหมือนกับบรรพชนยุคแรกของพวกเขา ผู้ที่ยอมรับอิสลามและถูกกระทำโดยหมู่ชนของเขา) เพราะแท้จริงพวกเขาจะเป็นคนแปลกหน้าในความศรัทธาของพวกเขาเพราะหมู่ชนของพวก เขาได้บิดเบือนความศรัทธาของพวกเขา  พวก เขาจะเป็นคนแปลกหน้าในศาสนาของเขา เนื่องด้วยสิ่งที่หมู่ชนของพวกเขากระทำกัน พวกเขาจะเป็นคนแปลกหน้าในลักษณะการละหมาดของเขา เพราะหมู่ชนของพวกเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะการละหมาดของท่านนบี  พวก เขาจะเป็นคนแปลกหน้าในการกำชับกันในสิ่งที่ดีและห้ามปรามกันในสิ่งที่ไม่ดี เพราะหมู่ชนของพวกเขาได้ทำให้สิ่งที่ชั่วกลายเป็นสิ่งที่ดีและทำให้สิ่งที่ ดีกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดี สรุปคือ เขาจะเป็นคนแปลกหน้าในทุกเรื่องๆของพวกเขาทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า ด้วยการเรียกร้องเชิญชวนสู่อัลลอฮฺและยืนหยัดในหนทางของพระองค์ ถึงแม้ว่าความชั่วทั้งหลายจะต่อต้านเขาก็ตาม

ประเภทที่ 2

สำหรับความแปลกหน้าประเภทที่สอง  ความ แปลกหน้าประเภทนี้เป็นความแปลกหน้าที่ควรตำหนิควรประณามหรือควรถูกลงโทษ เพราะพวกเขาคือหมู่ชนที่กระทำความชั่ว ผู้ปฏิเสธ และผู้ที่เย่อหยิ่ง  ความ แปลกหน้าของพวกเขาเนื่องมาจากพวกเขาปฏิเสธต่อการปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง และแนวทางที่เที่ยงตรงของอัลลอฮฺ ความแปลกหน้าประเภทนี้เป็นความแปลกหน้าที่ไม่ได้อยู่บนบรรทัดฐานของศาสนาอิส ลามและ(มันยังคงเป็นสิ่งแปลกถึงแม้ว่าจะมีผู้ตามจำนวนมากก็ตาม) มีอิทธิพลอย่างมากและแพร่ขยายไปอย่างกว้างขวาง แต่!พวกเหล่านี้เป็นคนแปลกหน้าสำหรับอัลลอฮฺ(ขออัลลอฮฺปกป้องพวกเราจากพวก เขาด้วย)

ประเภทที่ 3

ประเภท นี้ ไมถูกยกย่องและไม่ถูกตำหนิ มันเป็นความแปลกหน้าของผู้ที่เป็นนักเดินทาง เมื่อเขาเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เขาได้ใช้ชีวิตเหมือนผู้คนเหล่านั้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพราะเขารู้ว่าเขาจะต้องจากไป  ใน แง่หนึ่งของความแปลกหน้าประเภทนี้เป็นสิ่งซึ่งพวกเราทั้งหมดจะต้องตระหนัก กับการเป็นคนแปลกหน้าของเราในโลกนี้ เนื่องจากเราจะต้องกลับไปสู่สถานที่พำนักอันถาวรในโลกหน้า ดังความหมายของหะดีษที่ท่านนบีได้กล่าวกับ อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร “จงใช้ชีวิตในโลกนี้เสมือนว่าท่านเป็นคนแปลกหน้าหรือคนเดินทาง” ดังนั้น ความแปลกหน้าประเภทนี้อาจจะเป็นความแปลกหน้าที่ได้รับการยกย่อง ถ้าเราตระหนักถึงความหมายดังกล่าว

เราขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้เราเป็นผู้ที่ยอมจำนน มีความสติปัญญาที่ดีและเคร่งครัดต่อศาสนาของพระองค์  และขอพระองค์อภัยโทษให้แก่เราและขอพระองค์ทรงคุ้มครองเราด้วยความเมตตาของพระองค์

การสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ  ผู้ทรงเกียรติ ผู้ทรงอำนาจ จากสิ่งที่เขาได้อุปโลกน์ขึ้นและขอความสันติจงประสบแด่ท่านนบีผู้เป็นที่รักยิ่งของเรา

******************************************************

โดย ฟิตยะตุลฮัก

10/1/48 :  ซุลกอดะฮฺ 1425
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 03 ธันวาคม 2009 เวลา 16:43