ปิด

เยาวชนแห่งสัจธรรมล็อกอิน

อัสลามมูอาลัยกุมครับ พี่น้องทั้งแหลายล็อกอินก่อนก้อดีน่ะจะเข้าเข้าอย่างถูงต้อง อิอิ.
เข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบ



ใครออนไลน์บ้าง

เรามี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เยาวชนแห่งสัจธรรม


  • เวทีนักเขียนมือใหม่

    บทความดีๆ จากนักเขียนมือใหม่ ทุกทั่วสารทิศ เชิญชมได้เลยครับ

  • วิชาการอิสลาม

    บทความดีๆ วิชาการจากทีมงานกลุ่มฟิตยะตุลฮัก. เชิญเข้ามาเลยครับ.

  • ประชาสัมพันธ์

    ข่าวประชาสัมพันธ์ กิจกรรมอบรม สัมมนา  หรือกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจ.

  • เวทีพบปะเยาวชน

    สนทนา พบปะ พูดคุยเรื่องต่างๆ ปัญหาต่างๆ ข้อสงสัยต่างๆ แหล่งพบปะ.

ทฤษฎีแห่งการเป็นหนึ่ง

PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2009 เวลา 17:06

ทฤษฎีแห่งการเป็นหนึ่ง

โดย อบูนัสเราะฮฺ


สมัย เด็กๆ ตอนนั่งรถยนต์ในใจมักเชียร์ผู้ปกครองให้ขับแซงรถคันหน้า เพราะจะรู้สึกดีทุกครั้งที่นำหน้าคนอื่นได้ แต่จนแล้วจนรอดรถก็ไม่เคยได้อยู่คันหน้าสุด จึงคิดว่าเมื่อไหร่เราจะได้เป็นที่หนึ่งบนถนนนะ? นี่ก็แซงมาเยอะแล้ว

โต ขึ้นความคิดอ่านเริ่มมีปากเสียงเลยลองถามตัวเองกลับว่าแล้วทำไมที่หนึ่ง ต้องอยู่หน้าสุดด้วย? อยู่ข้างหลังแล้วเป็นที่หนึ่งไม่ได้หรือ? เป็นไปได้ไหมว่าที่หนึ่งจะมีมากกว่าหนึ่งที่?

คงเป็นเพราะการถูกปลูก ฝังตั้งแต่วัยเยาว์ กีฬาทุกประเภทมีแพ้มีชนะมีที่หนึ่งและที่โหล่ ฟุตบอลในโทรทัศน์แข่งกันเก้าสิบนาทีถ้ายังเสมอต้องต่อเวลา, ดวลจุดโทษตามลำดับเพื่อให้รู้ผลแพ้ชนะหาทีมที่หนึ่ง การแข่งว่ายน้ำในกีฬาโอลิมปิกผู้แข่งขันสองคนเข้าเส้นชัยพร้อมกันต้องตัดสิน ด้วยภาพช้าเพื่อมอบเหรียญทองให้แก่ผู้ชนะเพียงผู้เดียว



แม้แต่ระบบ การเรียน การสอบก็ไม่แพ้กันที่หนึ่งในแต่ละห้องจะมีเพียงคนเดียว การสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนดังๆ ดีๆ เด่นๆ ในระดับประถม มัธยม จนถึงการสอบเอ็นทรานส์เข้ามหาวิทยาลัย กลุ่มคนที่มีสิทธิเข้าเรียนต่อสถาบันดีๆ ก็มีเฉพาะกลุ่มคนอันดับหนึ่งเท่านั้น

ผมไม่รู้สึกเสียใจเมื่อสถาบัน ที่มีชื่อเสียงใช้ระบบการสอบเป็นเกณฑ์วัดความรู้เบื้องต้นของนักเรียน นักศึกษาเพราะมันเป็นวิธีที่สะดวก ง่ายดายและรวดเร็วที่สุด แต่รู้สึกเสียใจ และเสียดายแทนกับนักเรียน นักศึกษาที่หลงกลติดกับอยู่กับการเป็นหนึ่งในสนามสอบ คิดว่านั่นคือที่หนึ่งของชีวิตในทุกๆ ด้านแล้ว

เป็นความจริงที่ว่า สังคมทุกวันนี้ต้องการคนคุณภาพที่เป็นที่หนึ่ง แต่เป็นสิ่งเหลวไหลที่ว่าการเป็นที่หนึ่งนั้นจะมีได้แค่ผู้เดียว ทุกคนล้วนเป็นหนึ่งในแบบของตนได้ เป็นแบบที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ถึงแม้เขาจะสอบได้ที่โหล่สุดของห้องแต่ในเรื่องอื่นยังมีอันดับหนึ่งว่าง สำหรับเขาเสมอ 

แม้คนไทยจะไม่ได้เป็นเจ้าเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก แต่ความมีไมตรีจิตของคนไทยเรื่องนี้ต่างชาติยอมรับแล้วว่าไม่เป็นสองรองใคร ขนาดถูกกล่าวขานนามกันให้ก้องโลก สนั่นเมืองเรื่อง สยามเมืองยิ้ม

เรา จะตัดสินไม่ได้หรอกว่านายกรัฐมนตรีเก่งกว่ารัฐมนตรีคนอื่นในทุกๆ เรื่อง เพียงแต่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดนี้เหมาะสมกับเขาเท่านั้น ส่วนคณะรัฐมนตรีที่เหลือ ย่อมเป็นที่หนึ่งตามสไตล์ของแต่ละคนไป

ผม จึงอยากให้คนเก่งๆ ที่เป็นที่หนึ่งในเรื่องใดมองคนอื่นว่ายังมีอีกหลายที่หนึ่ง (หนึ่งs)สำหรับคนอื่น ขณะเดียวกันคนที่ยังไม่เคยปรากฎเป็นที่หนึ่งในเรื่องใด ก็ให้ค้นหาตัวเองให้เจอว่าสามารถเป็นที่หนึ่งในเรื่องใดได้ ผมเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาแล้วความเป็นที่หนึ่งของตนจะปรากฎออกมา
   
อยาก ยกตัวอย่างให้เห็นภาพพจน์มากกว่านี้ ขอเปรียบให้สังคมมุสลิมในอุดมคติเป็นภาพเสือตัวหนึ่ง โดยมีสมาชิกของสังคมแต่ละคนเป็นจิกซอที่จะประกอบเป็นภาพเสือตัวนั้น จิกซอแต่ละตัวอาจมีขนาดใหญ่เล็กแตกต่างกัน ซึ่งบางตัวเป็นส่วนหน้า และดวงตาของเสือ บางตัวเป็นหู บางตัวเป็นท่อนขา บางตัวเป็นได้แค่หาง และอีกหลายตัวไม่ได้เป็นอะไรของเสือเลยแค่เป็นฉากที่เน้นภาพเสือตัวนั้นให้ เด่นชัดขึ้น ถึงแม้บางคนอาจเห็นความสำคัญของแค่หน้าเสือ หรือส่วนที่เป็นเสือ แต่ความเป็นจริงหากขาดจิกซอตัวใดแล้วภาพย่อมออกมาไม่สมบูรณ์

มัน เหมือนกับการที่เราเลือกที่จะให้ความสำคัญกับตัวเองว่าจะเป็นรูปภาพ หรือจิกซอ ถ้าคิดว่าเป็นภาพก็อาจเกิดความภูมิใจที่ได้เป็นเสือ หรือน้อยใจที่ไม่ได้เป็นเสือ แต่หากคิดว่าตนเองเป็นจิกซอแล้วไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนล้วนสำคัญ เพราะเมื่อจิกซอแต่ละตัวต่อกันเป็นภาพแล้วจะรู้ว่าทุกหยัก ทุกโค้ง ทุกเว้าของจิกซอแต่ละตัวมันคือที่หนึ่งในแบบของมัน แล้วเมื่อทุกคนเกิดความรู้สึกว่าตนคือที่หนึ่งในแบบของตัวเองแล้ว วันนั้นสังคมก็จะเป็นหนึ่งได้โดยปริยาย

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2009 เวลา 17:11