skip to Main Content
ความเป็นมาของกลุ่มฟิตยะตุลฮัก

ปี พ.ศ. 2544 ต้นเดือนมิถุนายน

นักศึกษามุสลิมชาย 7 คนที่มีพื้นฐานรู้จักกันมาก่อน เนื่องจากเคยทำกิจกรรมร่วมกันมาก่อนแล้วพอสมควร ทั้งจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้ร่วมตัวพูดคุยกันถึงสภาพของแต่ละคนในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย และเริ่มตระหนักว่า การพูดคุยกันนี้อาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จึงมีการปรึกษากันว่าควรมาพบปะรวมตัวและพูดคุยกันให้บ่อยมากขึ้น มีการตักเตือนกัน และหลังจากนั้นก็ได้จัดตั้งกลุ่มฮะละเกาะฮฺ (กลุ่มศึกษาอิสลามร่วมกัน) ขึ้น ภายใต้แนวคิดการสร้างญะมาอะฮฺเพื่อขัดเกลาจิตใจ พัฒนาอีมาน และปลูกฝังจิตสำนึกการรับใช้ศาสนาของอัลลอฮ ให้เกิดขึ้นในหัวใจของสมาชิกฮาลาเกาะฮฺทุกคน

กิจกรรมฮาลาเกาะฮฺที่ทำกันในช่วงแรกเป็นการพบปะกันสัปดาห์ละครั้ง โดยเลือกวันที่สมาชิกทุกคนว่างตรงกัน เช่น คืนวันศุกร์ ส่วนสถานที่รวมตัมีการปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม เช่น มัสญิด, หอพัก, หรือสัญจรไปยังที่ที่อำนวย ไปทัศนศึกษาด้วยกันบ้าง หรือเยี่ยมเยียนพี่น้องตามที่ต่างๆ เรื่องเนื้อหากิจกรรมมีความหลากหลายตามความสนใจของสมาชิก เช่น ตัฟสีรอัลกุรอาน, ข้อมูลสถานการณ์โลกมุสลิม, ความรู้ศาสนาทั่วไป เน้นความเข้าใจเพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้องตามคำสอนของอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺ, การตรวจสอบอะมั้ลของสมาชิกตามตารางตรวจสอบตนเอง เช่น การละหมาดฟัรฎู, ละหมาดกิยามุลลัยลฺ, การถือศีลอดสุนนะฮฺวันจันทร์และพฤหัส เป็นต้น มีการท่องจำอัลกุรอานและศึกษาความหมาย, นะศีหะฮฺซึ่งกันและกัน รวมถึงฝึกฝนการสนทนาภาษาอาหรับและฝึกการแบ่งมรดกด้วย กิจกรรมเหล่านี้ส่งผลให้สมาชิกเกิดการเปลี่ยนตนเองและมีความเข้าใจอิสลามที่ถูกต้องและซาบซึ้งยิ่งขึ้น

 

ปี พ.ศ. 2546 ปลายเดือนกรกฎาคม

สมาชิกกลุ่มบางส่วนเริ่มขาดการเข้าร่วมกิจกรรมและบ่อยบางขึ้น จนเรียกได้ว่าเป็นวิกฤติ การเข้าร่วมกิจกรรมแต่ละครั้งก็ไม่มีความกระตือรือร้น จนกระทั่งมีความคิดที่จะยุบกลุ่ม แต่มีความเห็นจากสมาชิกบางท่านให้พักกิจกรรมฮาลาเกาะฮฺไว้ชั่วคราวเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน จึงได้มีการเปิดใจพูดคุยกันจงพบว่า กิจกรรมที่อัดแน่นเกินไป เป็นภารพให้กับสมาชิกที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการเรียนและกิจกรรมมากมายในชมรมมุสลิมที่มหาวิทยาลัยของตนเอง ทำให้ไม่มีเวลาค้นคว้าหรือเตรียมเนื้อที่จะนำมาถ่ายทอดในวงฮะละเกาะฮฺ ส่งผลให้เกิดความเบื่อหน่ายบ้าง อึดอัดบ้าง แต่เมื่อทุกคนได้ปรับความเข้าใจและความต้องการให้ตรงกันแล้ว กิจกรรมฮะละเกาะฮฺของกลุ่มก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮ

 

ปี พ.ศ. 2546 กลางเดือนกันยายน

กลุ่มสามารถรวบรวมสมาชิกใหม่ๆ ทั้งรุ่นพี่ป.โท และน้องๆเยาวชนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดอุดมการณ์จากหลากหลายสถาบัน เช่น จุฬาฯ, ม.ธรรมศาสตร์, ม.ศรีนคริทร์วิโรฒ, ม.รามคำแหง, ม.ศิลปากร, ม.สวนสุนันทา และ ม.สวนดุสิต เป็นต้น กลุ่มขายตัวขึ้น และมองเห็นงานที่เราพอมีศักยภาพทำได้ แล้วก็ได้ริเริ่มลงมือทำ เช่น ค่ายเยาวชน, แนะแนวการศึกษา, ผลิตวารสารและหนังสือ เป็นต้น ทำให้งานของกลุ่มขยายกว้างไปสู่สังคมมากขึ้น

ช่วงแรกเริ่มนั้นกลุ่มทำงานร่วมกับชมรมมุสลิม ต่อมาก็ทำเอง มีน้องคนใหม่ๆมาทำงานร่วมกันมากขึ้น น้องค่ายเพิ่มขึ้น จึงเริ่มมีการกำหนดโครงสร้างและแบ่งงานกันทำกลายเป็นกลุ่มองค์กรที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

ปี พ.ศ. 2548

กลุ่มฟิตยะตุลฮัก เริ่มจัดค่ายเราคือเยาวชนแห่งสัจธรรม รุ่นแรก โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนมุสลิมชาย ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งจัดมาเรื่อยๆจนกระทั่งปัจจุบัน สำหรับเยาวชนมุสลิมชาย ระดับมหาวิทยาลัย ทางกลุ่มก็ได้ดำริจัดค่ายร็อบบานีย์ขึ้นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2550 และได้ดำรงรักษาและพัฒนาค่ายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้กลุ่มยังได้จัดกิจกรรมค่ายอื่นๆเพิ่มเติมอีกด้วย เช่น ค่าย Stand Up ตามสาขาต่างๆของกลุ่ม, ค่ายพาน้องเดิน และค่ายเฉพาะที่สาขาของกลุ่มสร้างสรรค์ขึ้นมา

นอกจากงานค่ายแล้ว กลุ่มยังมีการทำงานในมิติอื่นๆด้วย เช่น การผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน, การผลิตและนำเสนอข้อมูลวิชาการผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์, เว็ปไซต์ และโซเชียลมีเดีย, การจัดอบรมพัฒนาศักยภาพและสัมมนาวิชาการ ตลอดจนล่าสุด เมื่อปลายปี พ.ศ. 2559 กลุ่มได้รับโอกาสจากสถานีโทรทัศน์ไวท์แชนแนลให้รับผิดชอบดูแลรายการ “เยาวชนแห่งสัจธรรม” โดยถ่ายทอดสดผ่านสถานีฯ ทุกคืนวันอาทิตย์ อัลหัมดุลิลลาฮ

 

ปี พ.ศ. 2561

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 20 ปีแล้ว ที่กลุ่มฟิตยะตุลฮักได้ทำงานดูแลพัฒนาศักยภาพเยาวชนอย่างต่อเนื่อง และจะทำงาน ยืนหยัด ขยายและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างเยาวชนที่เป็นความหวังของสังคมและประชาชาติต่อไป

เราขอขอบคุณเชคริฎอ อะหมัด สมะดี ที่ปรึกษาของกลุ่มที่คอยให้คำแนะนำ ตักเตือน และช่วยเหลือกลุ่มเสมอมา ขอขอบคุณคณาจารย์ทุกท่าน ขอขอบคุณสมาชิกและพี่น้องทุกคนที่มีส่วนร่วมและช่วยเหลือกันเรื่อยมา เหนือสิ่งอื่นใดเราขอขอบคุณอัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ที่คอยชี้นำทางเรา ประทานพลังให้เราได้ยืนหยัดและทำงาน และเมตตาช่วยเหลือเราในทุกกิจการงาน ทั้งที่ผ่านมาและที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

Back To Top